จำนวนปลาน้ำจืดที่อพยพทั่วโลกลดลง 81% เป็นผลมาจากผลจากการสร้างเขื่อนและการทำประมงเกินขีดจำกัด โดยเฉพาะในลุ่มแม่น้ำโขงที่ “ปลาบึก” หายากขึ้น ตัวเล็กลง ใกล้สูญพันธุ์เต็มที
รายงานล่าสุดจากอนุสัญญาว่าด้วยการอนุรักษ์ชนิดพันธุ์สัตว์ป่าที่อพยพย้ายถิ่น (CMS) ภายใต้การสนับสนุนขององค์การสหประชาชาติ เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ประชากรปลาน้ำจืดที่อพยพย้ายถิ่นทั่วโลกมีจำนวนลดลงอย่างรุนแรงถึง 81% นับตั้งแต่ปี 1970
ปลาอพยพเหล่านี้ ไม่ได้มีความสำคัญแค่ในเชิงระบบนิเวศเท่านั้น แต่ยังแหล่งโปรตีนและรายได้หลักของชุมชนท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำสายหลักทั่วโลก
หากพวกมันหายไปจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของมนุษย์มากกว่า 200 ล้านคนทั่วโลก
ปัจจัยหลักที่ทำให้ปลาเหล่านี้มีจำนวนลดลง คือ การสร้างเขื่อนและโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้แม่น้ำขาดความต่อเนื่องและเกิดการแตกแยกของถิ่นที่อยู่ เขื่อนเหล่านี้ไม่เพียงแต่ปิดกั้นเส้นทางการเดินทางไปยังแหล่งวางไข่ แต่ยังเปลี่ยนกระแสน้ำและอุณหภูมิที่จำเป็นต่อวงจรชีวิตของปลา
นอกจากปัญหาเรื่องเขื่อนแล้ว ปัญหามลพิษที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังทำวิกฤตินี้ให้รุนแรงขึ้น อุณหภูมิของน้ำที่สูงขึ้นและระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลกระทบโดยตรงต่อความทนทานและการแพร่กระจายของปลาอพยพ ทำให้พวกมันต้องเผชิญกับแรงกดดันในทุกช่วงวัยของชีวิต
ขณะเดียวกัน การทำประมงเกินขนาดและการล่าที่ผิดกฎหมายก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประชากรปลาลดลงอย่างรวดเร็ว ปลาสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่มักจะตกเป็นเป้าหมายหลักของการล่า ซึ่งส่งผลให้ปลาเหล่านี้ไม่มีโอกาสที่จะเติบโตจนถึงวัยเจริญพันธุ์หรือส่งต่อพันธุกรรมไปยังรุ่นต่อไปได้ทัน
“แม่น้ำโขง” เป็นหนึ่งในพื้นที่มีความหลากหลายทางชีวภาพน้ำจืดสูงที่สุดในโลก และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาอพยพที่มีความสำคัญระดับโลก แต่ตอนนี้ระบบการอพยพของปลากำลังล่มสลาย จำนวนปลาลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “ปลาบึก” ปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่งของโลก กำลังตกอยู่ในสถานะวิกฤตต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง
รายงานระบุว่า ในปัจจุบันปลาบึกขนาดใหญ่หาได้ยากขึ้นมาก และปลาที่จับได้กลับมีขนาดเล็กลงเหลือ
เพียงครึ่งเดียวเมื่อเทียบกับอดีต เนื่องจากการทำประมงเกินขนาด
.ฝา
ขณะเดียวกันยังมีการสร้างเขื่อนจำนวนมากบนลำน้ำสายหลักของแม่น้ำโขง ทำให้ปลาบึกไม่สามารถเดินทางไปยังแหล่งวางไข่ได้ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำจากเขื่อน ยังทำให้ปลาไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการขยายพันธุ์ได้ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความอยู่รอดของสายพันธุ์ในระยะยาว
อ่านต่อ:
https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/environment/1227716
“ปลาบึก” แม่น้ำโขง ใกล้สูญพันธ์ หายากขึ้น ตัวเล็กลง
รายงานล่าสุดจากอนุสัญญาว่าด้วยการอนุรักษ์ชนิดพันธุ์สัตว์ป่าที่อพยพย้ายถิ่น (CMS) ภายใต้การสนับสนุนขององค์การสหประชาชาติ เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ประชากรปลาน้ำจืดที่อพยพย้ายถิ่นทั่วโลกมีจำนวนลดลงอย่างรุนแรงถึง 81% นับตั้งแต่ปี 1970
ปลาอพยพเหล่านี้ ไม่ได้มีความสำคัญแค่ในเชิงระบบนิเวศเท่านั้น แต่ยังแหล่งโปรตีนและรายได้หลักของชุมชนท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำสายหลักทั่วโลก
หากพวกมันหายไปจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของมนุษย์มากกว่า 200 ล้านคนทั่วโลก
ปัจจัยหลักที่ทำให้ปลาเหล่านี้มีจำนวนลดลง คือ การสร้างเขื่อนและโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้แม่น้ำขาดความต่อเนื่องและเกิดการแตกแยกของถิ่นที่อยู่ เขื่อนเหล่านี้ไม่เพียงแต่ปิดกั้นเส้นทางการเดินทางไปยังแหล่งวางไข่ แต่ยังเปลี่ยนกระแสน้ำและอุณหภูมิที่จำเป็นต่อวงจรชีวิตของปลา
นอกจากปัญหาเรื่องเขื่อนแล้ว ปัญหามลพิษที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังทำวิกฤตินี้ให้รุนแรงขึ้น อุณหภูมิของน้ำที่สูงขึ้นและระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลกระทบโดยตรงต่อความทนทานและการแพร่กระจายของปลาอพยพ ทำให้พวกมันต้องเผชิญกับแรงกดดันในทุกช่วงวัยของชีวิต
ขณะเดียวกัน การทำประมงเกินขนาดและการล่าที่ผิดกฎหมายก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประชากรปลาลดลงอย่างรวดเร็ว ปลาสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่มักจะตกเป็นเป้าหมายหลักของการล่า ซึ่งส่งผลให้ปลาเหล่านี้ไม่มีโอกาสที่จะเติบโตจนถึงวัยเจริญพันธุ์หรือส่งต่อพันธุกรรมไปยังรุ่นต่อไปได้ทัน
“แม่น้ำโขง” เป็นหนึ่งในพื้นที่มีความหลากหลายทางชีวภาพน้ำจืดสูงที่สุดในโลก และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาอพยพที่มีความสำคัญระดับโลก แต่ตอนนี้ระบบการอพยพของปลากำลังล่มสลาย จำนวนปลาลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “ปลาบึก” ปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่งของโลก กำลังตกอยู่ในสถานะวิกฤตต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง
รายงานระบุว่า ในปัจจุบันปลาบึกขนาดใหญ่หาได้ยากขึ้นมาก และปลาที่จับได้กลับมีขนาดเล็กลงเหลือ
เพียงครึ่งเดียวเมื่อเทียบกับอดีต เนื่องจากการทำประมงเกินขนาด
.ฝา
ขณะเดียวกันยังมีการสร้างเขื่อนจำนวนมากบนลำน้ำสายหลักของแม่น้ำโขง ทำให้ปลาบึกไม่สามารถเดินทางไปยังแหล่งวางไข่ได้ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำจากเขื่อน ยังทำให้ปลาไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการขยายพันธุ์ได้ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความอยู่รอดของสายพันธุ์ในระยะยาว
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/environment/1227716