หลายคนอาจเคยเชื่อว่าการ "เก็บสะสม" ไว้นาน ๆ จะทำให้เชื้อแข็งแรงและมีปริมาณมาก แต่ข้อมูลใหม่จากมหาวิทยาลัยออกฟอร์ด กลับบอกในทางตรงกันข้าม
สรุปประเด็นสำคัญจากงานวิจัย:
- ยิ่งเก็บนาน ยิ่งเสื่อม: การงดหลั่งนานเกินไปส่งผลให้ DNA อสุจิเสียหาย เกิดภาวะความเครียดออกซิเดชั่น และลดความสามารถในการเคลื่อนที่
- อสุจิมีวันหมดอายุ: เนื่องจากอสุจิใช้พลังงานสูงและซ่อมแซมตัวเองได้จำกัด การเก็บไว้นานจึงทำให้ "คุณภาพลดลง" มากกว่าการหลั่งออกอย่างสม่ำเสมอ
- ผลวิเคราะห์ครอบคลุม: ทีมวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลจากมนุษย์กว่า 54,889 คน และสัตว์อีก 30 ชนิด ยืนยันว่าการหลั่งช่วยให้ระบบสืบพันธุ์ทำงานได้ดีขึ้น
ต้องบ่อยแค่ไหนถึงจะดี?
- ดร. รีเบกก้า ดีน และทีมวิจัยพบว่า อสุจิที่หลั่งหลังจากครั้งล่าสุดประมาณ
48 ชั่วโมง (2 วัน) มีคุณภาพสูงและช่วยให้การทำเด็กหลอดแก้วมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น
สรุปสั้นๆ: สำหรับใครที่วางแผนจะมีน้อง หรืออยากดูแลสุขภาพน้องชายให้ฟิตอยู่เสมอ ไม่ต้องกักตุนไว้นานเกินไปครับ การระบายออกอย่างเหมาะสม (ประมาณวันเว้นวัน หรือทุก 2 วัน) คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ได้ "อสุจิคุณภาพพรีเมียม"
ที่มา
Jones Salad
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ผลวิจัยล่าสุดยืนยัน ยิ่งหลั่งน้ำอสุจิเป็นประจำ ยิ่งช่วยให้อสุจิแข็งแรง มีคุณภาพขึ้น !!
เราอาจเคยได้ยินว่า “ยิ่งเก็บอสุจิไว้นาน ๆ ไม่หลั่งออกไป อสุจิที่เก็บไว้ก็ยิ่งเต็มเปี่ยมทั้งปริมาณ และคุณภาพ” ขนาดขั้นตอนการตรวจคุณภาพของน้ำเชื้อโดยแพทย์ องค์การอนามัยโลกยังแนะนำว่าควรงดเว้นการมี sex หรือ ชว. ก่อน 2-7 วัน เพื่อให้ได้อสุจิที่มีคุณภาพมากที่สุด
แต่ล่าสุด นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกฟอร์ด ประเทศอังกฤษ กลับพบว่า การหลั่งน้ำอสุจิอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าด้วยการมีเพศสัมพันธ์ หรือการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง จะยิ่งทำให้อสุจิมีคุณภาพสูง มีความเสียหายของ DNA ลดลง
โดยเขาวิเคราะห์ข้อมูลจากงานวิจัยในมนุษย์ 115 ชิ้น (กับผู้ชาย 54,889 คน) และงานวิจัยในสัตว์อีก 56 ชิ้น (สัตว์ 30 ชนิด) และพบว่า การเก็บรักษาอสุจิเอาไว้ในร่างกายนาน ๆ กลับยิ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพของอสุจิ และอัตราการปฏิสนธิลดลง
แล้วอะไรเป็นสาเหตุล่ะ ? สำหรับในคนเราเนี่ย เขาวิเคราะห์ว่าน่าจะเพราะการไม่ได้หลั่งน้ำอสุจิเป็นเวลานาน มันไปสัมพันธ์กับความเสียหายของ DNA และภาวะความเครียดออกซิเดชั่นที่เพิ่มขึ้นจนเกิดการอักเสบ รวมถึงยังไปลดความสามารถในการเคลื่อนที่ และการมีชีวิตของอสุจิด้วย
เราต้องเข้าใจก่อนว่า “อสุจิก็มีวันหมดอายุได้” นะครับ มันไม่ได้เกิดมาแล้วลั้นล้าสดใสแข็งแรงตลอด อสุจิสามารถเสื่อมได้หากถูกเก็บไว้นานเกินไป
“เพราะอสุจิเคลื่อนที่ได้เร็ว จึงใช้พลังงานในตัวเองหมดอย่างรวดเร็วเช่นกัน แถมยังรับพลังงานสำรองก็ยาก ซ่อมแซมตัวเองก็ค่อนข้างจำกัด การเก็บรักษาไว้จึงส่งผลเสียมากกว่า เมื่อเทียบกับการหลั่งอย่างสม่ำเสมอซึ่งช่วยเรื่องการสืบพันธุ์ได้ แม้เพียงเล็กน้อยแต่ก็มีความสำคัญ” ดร. รีเบกก้า ดีน หนึ่งในทีมวิจัย กล่าว
แล้วเรื่องนี้มีประโยชน์อย่างไร ? แล้วผมต้องหลั่งมันออกมาบ่อยแค่ไหนล่ะลุง? (วันละหลายรอบก็หน้าเขียวหน้าเหลืองเลยนะ!!)
มีประโยชน์แน่นอนครับ (แต่ไม่ต้องวันละหลายรอบหรอกจ้า) เพราะมีการค้นพบเมื่อเร็วนี้ ๆ ว่า การใช้อสุจิที่เก็บมาหลังการหลั่งครั้งล่าสุด 48 ชม. ช่วยให้การทําเด็กหลอดแก้วเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เมื่อเทียบกับอสุจิที่งดเว้นการมี sex เป็นเวลานาน นั่นก็บ่งบอกระดับหนึ่งแล้วว่า อสุจิที่ทิ้งช่วงอย่างน้อย 2 วัน จัดว่ามีคุณภาพอยู่
และเรื่องนี้ก็น่าจะมีประโยชน์สำหรับคนที่มีปัญหามีลูกยากครับ จริง ๆ แล้วปัญหานี้อาจจะขึ้นอยู่จากหลายสาเหตุ แต่งานวิจัยนี้ก็อาจเป็นอีก 1 วิธีที่ช่วยเพิ่มโอกาสที่จะได้อสุจิที่แข็งแรงขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมกันต่อไปครับ
ผลวิจัยล่าสุดยืนยัน! ยิ่งหลั่งเป็นประจำ อสุจิยิ่งแข็งแรงและคุณภาพดีขึ้น (ไม่ได้โม้!)
สรุปประเด็นสำคัญจากงานวิจัย:
- ยิ่งเก็บนาน ยิ่งเสื่อม: การงดหลั่งนานเกินไปส่งผลให้ DNA อสุจิเสียหาย เกิดภาวะความเครียดออกซิเดชั่น และลดความสามารถในการเคลื่อนที่
- อสุจิมีวันหมดอายุ: เนื่องจากอสุจิใช้พลังงานสูงและซ่อมแซมตัวเองได้จำกัด การเก็บไว้นานจึงทำให้ "คุณภาพลดลง" มากกว่าการหลั่งออกอย่างสม่ำเสมอ
- ผลวิเคราะห์ครอบคลุม: ทีมวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลจากมนุษย์กว่า 54,889 คน และสัตว์อีก 30 ชนิด ยืนยันว่าการหลั่งช่วยให้ระบบสืบพันธุ์ทำงานได้ดีขึ้น
ต้องบ่อยแค่ไหนถึงจะดี?
- ดร. รีเบกก้า ดีน และทีมวิจัยพบว่า อสุจิที่หลั่งหลังจากครั้งล่าสุดประมาณ 48 ชั่วโมง (2 วัน) มีคุณภาพสูงและช่วยให้การทำเด็กหลอดแก้วมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น
สรุปสั้นๆ: สำหรับใครที่วางแผนจะมีน้อง หรืออยากดูแลสุขภาพน้องชายให้ฟิตอยู่เสมอ ไม่ต้องกักตุนไว้นานเกินไปครับ การระบายออกอย่างเหมาะสม (ประมาณวันเว้นวัน หรือทุก 2 วัน) คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ได้ "อสุจิคุณภาพพรีเมียม"
ที่มา Jones Salad
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้