ตติยฌาน

ตติยฌาน

ตติยฌานเป็นสภาวะที่ลึกกว่าทุติยฌานอีกขั้นหนึ่ง จุดสำคัญคือ “ปีติ” หรือความอิ่มเอิบที่เคยมีในฌานก่อน เริ่มจางหายไป ไม่ใช่เพราะเสื่อม แต่เพราะจิตละเอียดขึ้น จึงไม่ต้องอาศัยความตื่นเต้นหรือความฟูของปีติอีกต่อไป



จิตในตติยฌานจะนิ่งกว่าเดิม เย็นกว่าเดิม เหลือเพียง “อุเบกขา สติชัดเจนและสุขแบบสงบ” คือไม่ใช่สุขแบบกระเพื่อมเหมือนปีติ แต่เป็นสุขลึก ๆ ที่นิ่ง สบาย และมั่นคง พระพุทธเจ้าจึงตรัสสรรเสริญว่า เป็นสภาวะของผู้มีอุเบกขา มีสติ และอยู่เป็นสุข



พระมหาโมคคัลลานะท่านก็เข้าถึงสภาวะนี้ได้จริง คือจิตวางเฉย มีสติรู้ตัวทั่วพร้อม และเสวยสุขทางใจอย่างสงบ แต่ระหว่างนั้นเอง “ปีติแบบเก่า” ซึ่งเป็นของหยาบกว่า ก็ยังแทรกกลับขึ้นมาได้อีก แสดงว่าจิตยังไม่ตั้งมั่นพอ แม้จะขึ้นถึงตติยฌานแล้วก็ตาม



พระพุทธเจ้าจึงเสด็จมาเตือนอีกครั้งว่า อย่าประมาท ให้ตั้งจิตให้อยู่ในตติยฌานให้มั่น ทำจิตให้เป็นหนึ่ง และรักษาสภาวะนั้นไว้ ไม่ให้ถอยกลับไปหาความหยาบเดิม



แก่นของสูตรนี้คือ ยิ่งฌานสูงขึ้น สิ่งที่ต้อง “ปล่อย” ก็ยิ่งละเอียดขึ้น จากความคิดในปฐมฌาน มาสู่ปีติในทุติยฌาน และในตติยฌาน แม้แต่ปีติซึ่งดูดี ก็ยังต้องปล่อย เหลือเพียงความนิ่ง สติ และความสุขที่สงบจริง ๆ



และประเด็นสำคัญอีกอย่างคือ ไม่ใช่แค่ “เข้าถึง” แต่ต้อง “ตั้งมั่นอยู่ได้” เพราะแม้ถึงตติยฌานแล้ว ถ้ายังไม่ชำนาญ จิตก็ยังย้อนกลับไปหาของหยาบได้เสมอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่