อ้วนจนมีภาวะดื้ออินซูลิน มันไม่ใช่แค่น้ำตาลเข้าเซลล์ได้ช้านะคะ แต่ตัวตับเอง ผลิตน้ำตาลอัดเข้ามาในเลือดสดๆ เลย ผลิตมาเยอะด้วย (อันนี้คนไม่ค่อยรู้)
ปกติแล้วอินซูลินเหมือน “กุญแจ”
ไขประตู (GLUT4) ให้กลูโคสเข้าไปในเซลล์
และช่วยให้กลูโคสเผาผลาญได้ดีขึ้น
แต่พอดื้ออินซูลิน = กุญแจเริ่มไขไม่ค่อยออก
น้ำตาลเลย “ติดค้างอยู่ในเลือด”
แค่นี้ก็แย่แล้วใช่ไหมคะ
แต่ที่แย่กว่าคือ
ตับยัง “ผลิตน้ำตาลเพิ่ม”
เหมือนโรงงานที่ไม่ยอมปิดเครื่องเลยค่ะ
ไม่รู้จะสร้างอะไรนักหนา สร้างอัดเข้าไปอยู่นั่นแหละ
ตัวปัญหาหลักคือ ไขมันในช่องท้อง (Visceral adipose tissue: VAT)
สภาพมันเหมือน “โกดังไขมันเถื่อน” ที่ตั้งอยู่หน้าตับเลย
พอเราอ้วน โกดังนี้จะใหญ่ขึ้น และเริ่มปั่นป่วน
จากเดิมเคยปล่อยสารดีๆ (IL-10)
กลายเป็นปล่อย “สารก่ออักเสบ” (IL-6, TNF-α)
และที่สำคัญคือ ของทุกอย่างจากโกดังนี้ จะ “ส่งตรงเข้าตับก่อน” เพราะตับคือด่านแรกของอวัยวะในช่องท้องไง เพราะต้องคอยคัดกรองสารก่อน
แถมเวลาไขมันช่องท้องสลายไขมันไตรกลีเซอไรด์
มันจะได้กรดไขมัน และโครงกลีเซอรอล
ซึ่งตับก็จะรับไปก่อนคนแรกเลย
เหมือนมีรถบรรทุกวิ่งเข้าตับทั้งวัน
ผลที่เกิดขึ้นในตับนะคะ
1️⃣ สารอักเสบ → ทำให้ตับดื้อต่ออินซูลินตามไปด้วย
ปกติอินซูลินจะไป
“ชะลอโรงงานผลิตน้ำตาล”
ผ่านการยับยั้งตัวควบคุมชื่อ FOXO1
แต่พอดื้ออินซูลิน
= คนคุมโรงงานไม่ฟังคำสั่งแล้ว
👉 FOXO1 ทำงานต่อ
👉 โรงงานผลิตน้ำตาล “เปิดเต็มกำลัง”
2️⃣ กลีเซอรอล → เหมือน “วัตถุดิบพร้อมใช้”
ตับสามารถเอามา “ปั้นเป็นน้ำตาลใหม่” ได้ทันที
ยิ่งมีเยอะ = ยิ่งผลิตน้ำตาลได้มาก
3️⃣ กรดไขมัน → ทั้งทำให้ตับพัง และ “เร่งเครื่องผลิตน้ำตาล”
ที่ทำให้พังเพราะ ถ้าส่งออกไม่ทัน ก็นั่นแหละ พอกที่ตับแทน กลายเป็นไขมันพอกตับ (Metabolic dysfunction–associated steatotic liver disease: MASLD)
แถมพอสลายกรดไขมัน จะได้สารชื่อ Acetyl-CoA ตัวนี้คือตัวเร่งการสร้างน้ำตาลขึ้นไปอีก
✅ สรุป
อ้วน
→ โกดัง VAT โต
→ ปล่อย “ควันพิษ + วัตถุดิบ” ใส่ตับ
→ ตับดื้ออินซูลิน (คนคุมโรงงานสั่งไม่อยู่)
→ ได้ทั้ง
- วัตถุดิบเพิ่ม (glycerol)
- ตัวเร่ง (acetyl-CoA)
- ตัวห้ามหายไป (insulin ใช้ไม่ได้)
👉 ผลสุดท้าย = ตับ “ผลิตน้ำตาลไม่หยุด”
👉 น้ำตาลในเลือดสูงค้างตลอดเวลา
📌เพราะงั้นการลดไขมันช่องท้อง
คือการทำให้ตับรอดจากการโดนทำร้าย
ตับไม่บ้าอีกต่อไป ไม่เร่งผลิตน้ำตาลเยอะๆ อีกต่อไป
ดังนั้นดูแลสุขภาพกันนะคะ
อย่าเปลี่ยนตับเป็นตัวร้ายเลย
Tensia
CR⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ https://www.facebook.com/tensiacorephysiology/photos/%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%B0-%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%95/122303519054214982/?set=a.122100128582214982&http_ref=eyJ0cyI6MTc3NDU4NDUwNzAwMCwiciI6IiJ9
ไม่อ้วน…เอาเท่าไหร่? น้ำหนักตัวเกิน เปลี่ยนตับให้เป็นโรงงานผลิตน้ำตาลเข้ากระแสเลือด 🩸
ปกติแล้วอินซูลินเหมือน “กุญแจ”
ไขประตู (GLUT4) ให้กลูโคสเข้าไปในเซลล์
และช่วยให้กลูโคสเผาผลาญได้ดีขึ้น
แต่พอดื้ออินซูลิน = กุญแจเริ่มไขไม่ค่อยออก
น้ำตาลเลย “ติดค้างอยู่ในเลือด”
แค่นี้ก็แย่แล้วใช่ไหมคะ
แต่ที่แย่กว่าคือ
ตับยัง “ผลิตน้ำตาลเพิ่ม”
เหมือนโรงงานที่ไม่ยอมปิดเครื่องเลยค่ะ
ไม่รู้จะสร้างอะไรนักหนา สร้างอัดเข้าไปอยู่นั่นแหละ
ตัวปัญหาหลักคือ ไขมันในช่องท้อง (Visceral adipose tissue: VAT)
สภาพมันเหมือน “โกดังไขมันเถื่อน” ที่ตั้งอยู่หน้าตับเลย
พอเราอ้วน โกดังนี้จะใหญ่ขึ้น และเริ่มปั่นป่วน
จากเดิมเคยปล่อยสารดีๆ (IL-10)
กลายเป็นปล่อย “สารก่ออักเสบ” (IL-6, TNF-α)
และที่สำคัญคือ ของทุกอย่างจากโกดังนี้ จะ “ส่งตรงเข้าตับก่อน” เพราะตับคือด่านแรกของอวัยวะในช่องท้องไง เพราะต้องคอยคัดกรองสารก่อน
แถมเวลาไขมันช่องท้องสลายไขมันไตรกลีเซอไรด์
มันจะได้กรดไขมัน และโครงกลีเซอรอล
ซึ่งตับก็จะรับไปก่อนคนแรกเลย
เหมือนมีรถบรรทุกวิ่งเข้าตับทั้งวัน
ผลที่เกิดขึ้นในตับนะคะ
1️⃣ สารอักเสบ → ทำให้ตับดื้อต่ออินซูลินตามไปด้วย
ปกติอินซูลินจะไป
“ชะลอโรงงานผลิตน้ำตาล”
ผ่านการยับยั้งตัวควบคุมชื่อ FOXO1
แต่พอดื้ออินซูลิน
= คนคุมโรงงานไม่ฟังคำสั่งแล้ว
👉 FOXO1 ทำงานต่อ
👉 โรงงานผลิตน้ำตาล “เปิดเต็มกำลัง”
2️⃣ กลีเซอรอล → เหมือน “วัตถุดิบพร้อมใช้”
ตับสามารถเอามา “ปั้นเป็นน้ำตาลใหม่” ได้ทันที
ยิ่งมีเยอะ = ยิ่งผลิตน้ำตาลได้มาก
3️⃣ กรดไขมัน → ทั้งทำให้ตับพัง และ “เร่งเครื่องผลิตน้ำตาล”
ที่ทำให้พังเพราะ ถ้าส่งออกไม่ทัน ก็นั่นแหละ พอกที่ตับแทน กลายเป็นไขมันพอกตับ (Metabolic dysfunction–associated steatotic liver disease: MASLD)
แถมพอสลายกรดไขมัน จะได้สารชื่อ Acetyl-CoA ตัวนี้คือตัวเร่งการสร้างน้ำตาลขึ้นไปอีก
✅ สรุป
อ้วน
→ โกดัง VAT โต
→ ปล่อย “ควันพิษ + วัตถุดิบ” ใส่ตับ
→ ตับดื้ออินซูลิน (คนคุมโรงงานสั่งไม่อยู่)
→ ได้ทั้ง
- วัตถุดิบเพิ่ม (glycerol)
- ตัวเร่ง (acetyl-CoA)
- ตัวห้ามหายไป (insulin ใช้ไม่ได้)
👉 ผลสุดท้าย = ตับ “ผลิตน้ำตาลไม่หยุด”
👉 น้ำตาลในเลือดสูงค้างตลอดเวลา
📌เพราะงั้นการลดไขมันช่องท้อง
คือการทำให้ตับรอดจากการโดนทำร้าย
ตับไม่บ้าอีกต่อไป ไม่เร่งผลิตน้ำตาลเยอะๆ อีกต่อไป
ดังนั้นดูแลสุขภาพกันนะคะ
อย่าเปลี่ยนตับเป็นตัวร้ายเลย
Tensia
CR⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้