สวัสดีค่ะ เราเป็นผู้หญิงคนนึงที่เมื่อก่อนใช้ชีวิตแบบเร่งรีบมากๆ ทุกอย่างต้องมีเป้าหมาย ต้องรู้สึกว่ากำลังไปข้างหน้าอยู่ตลอดเวลา
ไม่ว่าจะเรื่องเรียน เรื่องงาน หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆในชีวิตประจำวัน ก็ยังต้องทำให้มัน “คุ้มค่า” ไปหมด
จนบางทีเราก็ลืมไปเลยว่าความรู้สึกของตัวเองจริงๆมันเป็นยังไง
ช่วงหลังๆมานี้เราเริ่มเปลี่ยนไปแบบไม่ทันตั้งตัว ไม่ได้มีเหตุการณ์ใหญ่หรือจุดเปลี่ยนอะไรชัดเจน
แค่วันนึงตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าเราเหนื่อยกับการต้องพยายามตลอดเวลา
เลยลองปล่อยตัวเองให้ช้าลงนิดนึง กลายเป็นว่าการได้ตื่นสายโดยไม่ต้องรู้สึกผิด
การได้นั่งกินข้าวเงียบๆโดยไม่ต้องเปิดอะไรดู หรือแม้แต่การได้นั่งเฉยๆโดยไม่ต้องทำอะไรเลย
มันกลับทำให้เรารู้สึกสบายใจขึ้นแบบแปลกๆ เราเริ่มไม่กดดันตัวเองเท่าเดิม
ไม่รู้สึกว่าต้องเก่งเท่าคนอื่น ต้องไปให้ไกลกว่าคนอื่นตลอดเวลา
บางอย่างที่เคยคิดว่าสำคัญมาก ตอนนี้กลับกลายเป็นเรื่องที่ปล่อยผ่านได้ง่ายขึ้น
ความสัมพันธ์บางอย่างที่เคยพยายามประคองไว้ พอเราหยุดฝืน มันก็ชัดเจนขึ้นเองว่าอะไรควรอยู่ อะไรควรพอ
เราไม่ได้กลายเป็นคนดีเลิศหรือใช้ชีวิตได้สมบูรณ์แบบขึ้นนะคะ ยังมีวันที่รู้สึกแย่ ยังมีวันที่ไม่มั่นใจในตัวเองเหมือนเดิม
แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเรายอมรับมันได้มากขึ้น ตอนนี้เลยรู้สึกว่าชีวิตมันไม่ได้ต้องมีอะไรหวือหวาตลอดเวลา
แค่มีช่วงเวลาธรรมดาที่เรารู้สึกโอเคกับมันได้ มันก็ดีพอในแบบของมันแล้วค่ะ
จากคนที่เคยรีบใช้ชีวิตตลอดเวลา วันนี้กลับหลงรักความธรรมดาแบบไม่รู้ตัว
ไม่ว่าจะเรื่องเรียน เรื่องงาน หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆในชีวิตประจำวัน ก็ยังต้องทำให้มัน “คุ้มค่า” ไปหมด
จนบางทีเราก็ลืมไปเลยว่าความรู้สึกของตัวเองจริงๆมันเป็นยังไง
ช่วงหลังๆมานี้เราเริ่มเปลี่ยนไปแบบไม่ทันตั้งตัว ไม่ได้มีเหตุการณ์ใหญ่หรือจุดเปลี่ยนอะไรชัดเจน
แค่วันนึงตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าเราเหนื่อยกับการต้องพยายามตลอดเวลา
เลยลองปล่อยตัวเองให้ช้าลงนิดนึง กลายเป็นว่าการได้ตื่นสายโดยไม่ต้องรู้สึกผิด
การได้นั่งกินข้าวเงียบๆโดยไม่ต้องเปิดอะไรดู หรือแม้แต่การได้นั่งเฉยๆโดยไม่ต้องทำอะไรเลย
มันกลับทำให้เรารู้สึกสบายใจขึ้นแบบแปลกๆ เราเริ่มไม่กดดันตัวเองเท่าเดิม
ไม่รู้สึกว่าต้องเก่งเท่าคนอื่น ต้องไปให้ไกลกว่าคนอื่นตลอดเวลา
บางอย่างที่เคยคิดว่าสำคัญมาก ตอนนี้กลับกลายเป็นเรื่องที่ปล่อยผ่านได้ง่ายขึ้น
ความสัมพันธ์บางอย่างที่เคยพยายามประคองไว้ พอเราหยุดฝืน มันก็ชัดเจนขึ้นเองว่าอะไรควรอยู่ อะไรควรพอ
เราไม่ได้กลายเป็นคนดีเลิศหรือใช้ชีวิตได้สมบูรณ์แบบขึ้นนะคะ ยังมีวันที่รู้สึกแย่ ยังมีวันที่ไม่มั่นใจในตัวเองเหมือนเดิม
แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเรายอมรับมันได้มากขึ้น ตอนนี้เลยรู้สึกว่าชีวิตมันไม่ได้ต้องมีอะไรหวือหวาตลอดเวลา
แค่มีช่วงเวลาธรรมดาที่เรารู้สึกโอเคกับมันได้ มันก็ดีพอในแบบของมันแล้วค่ะ