เกริ่นก่อนว่า เราถูกเลี้ยงดูมากับตาและยายตั้งแต่เด็ก รู้แค่ว่าแม่จะทำงานหาเงินส่งมาให้แต่มากน้อยแค่ไหนไม่รู้ ส่วนพ่อแยกทางกันกับแม่ตั้งแต่เราเกิด ฐานะที่บ้านตอนนั้นถือว่ายากจนเลยก็ได้ แม่จะกลับมาหาบางนานๆที ขออะไรแกก็ให้ตอนเราเด็กแกก็ดูรักเรามาก
แต่พอจำความได้ เริ่มรู้ว่าแม่มีแฟนใหม่ น่าจะคนที่ 1 พอเลิกกันไป มีแฟนใหม่คนที่ 2 กับคนนี้มีลูกด้วยกัน 1 คน เราเลยได้น้องชายมาตอนเราอายุ15 แฟนแม่คนนี้ถือว่าดีในระดับนึงเราสามารถเรียกพ่อได้ เขาเลี้ยงดูและช่วยส่งเสียฝั่งทางครอบครัวเราพาย้ายมาอยู่บ้านใหม่ด้วยกัน พอเวลาผ่านไปเขาเลิกกัน เราและน้องไม่รู้เหตุผลอะไรเลย ช่วงเวลาผ่านไปแม่ก็มีผู้ชายอีกคน พาเข้าออกบ้าน เราและน้องรับรู้ ส่วนตัวเราไม่โอเค แต่ก็ไม่ยุ่งปล่อยเขาใช้ชีวิตไป เราก็ยุ่งกับการใช้ชีวิตของเราที่กทม. จนมาช่วงนึงรู้ว่าเขาเลิกกันกับคนล่าสุด และมีช่วงนึงที่เรากลับบ้าน อยู่ๆแม่แนะนำผู้ชายอีกคนให้รู้จัก คิดในใจ อีกแล้วสินะ และบอกเราว่าเขาจะแต่งงานกัน ทั้งๆที่เราไม่เคยรู้อะไรมาก่อนเลย และเขาก็แต่งงานกัน เราก็ช่วยงานแต่งปดติทั่วไปที่ทำได้ เราก็คิดว่าเราอยู่ไกลแม่ ก็คงมีคนดูแลให้ดีแล้วละ แรกๆก็เหมือนทุกอย่างจะเป็นไปได้สวย เราตกงานได้กลับไปพึ่งเขา3-4เดือน หลังจากนั้นมารู้ว่าบ้านที่ย้ายมาอยู่โดนยึด ต้องย้ายออก แฟนแม่คนปัจจุบันก็ช่วยหาบ้านเช่า ช่วยย้ายของ ลงแล้วแล้วเราตัดสินใจกลับมาหางานทำที่กทม.อีกครั้ง ไม่นานแม่กับแฟนเริ่มทะเลาะกัน จากที่เราสัมผัสมาคนนี้ ชอบพูดจาโอ้อวด ใช้คำพูดหว่านล้อม มีดีแค่ลมปาก เป็นผู้ชายที่ไม่สะอาด และพาแม่เราลำบากมาก จนมีครั้งนึงที่ทะเลาะกันกับแม่แล้วเราคิดว่าเราจะไม่เอาคนๆนี่มาเป็นครอบครัวเด็ดขาด
แม่เราโทรมาให้เราอัดเสียง ระหว่างทะเลาะกัน และแม่ต้องหนีออกมาแอบข้างนอกกลัวโดนทำร้าย (ใจเราโคตรแตกสลายเลยอ่ะ) พิมพ์อยู่นึกถึงก็น้ำตาซึมละ คนอยู่ไกลจะช่วยอะไรก็ไม่ได้ แต่แม่ก็ยังอยู่กับเขา และ อีกเหตุการณ์ที่ทะเลาะกันต่อหน้า ตาของเราที่นอนป่วยติดเตียงอยู่ที่บ้านเช่า ถึงขั้นน้องชายต้องแอบถ่ายวิดิโอส่งมาให้เราดู เขาด่าเราด่าครอบครัวด่ายันตายาย มันคับแค้นในใจเราที่สุด และเราจะไม่อยู่ร่วมกับคนแบบนี้แน่นๆ เราจะพาแม่ออกมาจากมัน เราก็ยื่นข้อเสนอเท่าที่ทำได้ ให้เลิกให้หย่ากับเขาสะ ค้าขายไปเท่าที่ทำได้ดูแลตาที่ป่วยไปด้วย เราจะช่วยส่งเงิน เหมือนจะเลิกแต่สุดท้ายก็ยังคบกันอยู่ พาแม่ลำบาก ตะเวนขายของ นอนในรถ นอนในปั๊ม พาตาป่วยติดเตียงไปด้วย บางทีชีวิตมันเลือกได้ แต่ทำไมแม่ฉันไม่เลือก แม่จบป.ตรี เคยเป็นผู้จัดการระดับเขต สำเร็จจนได้ไปเที่ยวต่างประเทศ และเคยเรียนต่อครู เป็นครูสอนเด็กประถม และผันตัวมาขายของตามตลาด ตอนนั้นทำเองไปเคยเห็นเดือดร้อนอะไรเลย ผู้หญิงเก่งที่เรานับถือเป็นแบบอย่าง ตอนนี้ชีวิตชุลมุนไปหมดแล้ว
ล่าสุดขอเอกสารเรา เพื่อไปยื่นเสนอโครงการช่วยเหลือต่อเติมบ้านที่เป็นที่ดินเล็กๆที่เดียวของยายที่เหลืออยู่ แต่เราไม่ให้ เพราะไม่ว่ามีเรื่องอะไรแม่ไม่เคยปรึกษา พูดคุยกัน และฟังความคิดเห็นเราเลยเราอธิบายกับแม่ว่า ช่วงนี้เศษฐกิจมันไม่ดีมีสงคราม น้ำมันแพง ของจะขึ้นราคา เราอย่าพึ่งเอาหนี้ใส่ตัวไหม ส่วนตัวเราเองก็มีหนี้กยศ. มีค่าใช้จ่ายอื่นอีกที่เราจ่ายเอง ส่วนโครงการนั้นเรายังหาข้อมูลไม่เจอเลยว่ามีจริงไหม น้องก็กำลังจะเข้ามาหาลัย ถ้าบ้านยังไม่เสร็จเช่าอยู่ก่อนไหมเราจะช่วยจ่าย หรือถ้าโครงการนั้นมีจริงเราช่วยไปแล้วได้เงินมาเงินนั้นจะเอาไปทำบ้านจริงไหมก็ไม่รู้ และเขายังอยู่กับแฟนคนนั้น เราก็คิดว่าเราต้องมารับจบเป็นคนผ่อนเหรอ แต่สุดท้ายเมื่อเราไม่ทำตามที่เขาวางแผนไว้ เราถูกมองว่าก้าวร้าวต่อผู้ให้กำเนิด โดนประชดว่าไม่ต้องเดือดร้อนอะไรแล้ว อยู่ให้สบายไป กินให้อิ่ม นอนให้หลับ
มันโคตรเจ็บเลยนะ ทั้งๆที่เราพยายามแล้ว เราไม่รู้จะทำยังไงกับแม่แล้ว 😢
จะต้องทำยังไง กับแม่ของตัวเองดี?
แต่พอจำความได้ เริ่มรู้ว่าแม่มีแฟนใหม่ น่าจะคนที่ 1 พอเลิกกันไป มีแฟนใหม่คนที่ 2 กับคนนี้มีลูกด้วยกัน 1 คน เราเลยได้น้องชายมาตอนเราอายุ15 แฟนแม่คนนี้ถือว่าดีในระดับนึงเราสามารถเรียกพ่อได้ เขาเลี้ยงดูและช่วยส่งเสียฝั่งทางครอบครัวเราพาย้ายมาอยู่บ้านใหม่ด้วยกัน พอเวลาผ่านไปเขาเลิกกัน เราและน้องไม่รู้เหตุผลอะไรเลย ช่วงเวลาผ่านไปแม่ก็มีผู้ชายอีกคน พาเข้าออกบ้าน เราและน้องรับรู้ ส่วนตัวเราไม่โอเค แต่ก็ไม่ยุ่งปล่อยเขาใช้ชีวิตไป เราก็ยุ่งกับการใช้ชีวิตของเราที่กทม. จนมาช่วงนึงรู้ว่าเขาเลิกกันกับคนล่าสุด และมีช่วงนึงที่เรากลับบ้าน อยู่ๆแม่แนะนำผู้ชายอีกคนให้รู้จัก คิดในใจ อีกแล้วสินะ และบอกเราว่าเขาจะแต่งงานกัน ทั้งๆที่เราไม่เคยรู้อะไรมาก่อนเลย และเขาก็แต่งงานกัน เราก็ช่วยงานแต่งปดติทั่วไปที่ทำได้ เราก็คิดว่าเราอยู่ไกลแม่ ก็คงมีคนดูแลให้ดีแล้วละ แรกๆก็เหมือนทุกอย่างจะเป็นไปได้สวย เราตกงานได้กลับไปพึ่งเขา3-4เดือน หลังจากนั้นมารู้ว่าบ้านที่ย้ายมาอยู่โดนยึด ต้องย้ายออก แฟนแม่คนปัจจุบันก็ช่วยหาบ้านเช่า ช่วยย้ายของ ลงแล้วแล้วเราตัดสินใจกลับมาหางานทำที่กทม.อีกครั้ง ไม่นานแม่กับแฟนเริ่มทะเลาะกัน จากที่เราสัมผัสมาคนนี้ ชอบพูดจาโอ้อวด ใช้คำพูดหว่านล้อม มีดีแค่ลมปาก เป็นผู้ชายที่ไม่สะอาด และพาแม่เราลำบากมาก จนมีครั้งนึงที่ทะเลาะกันกับแม่แล้วเราคิดว่าเราจะไม่เอาคนๆนี่มาเป็นครอบครัวเด็ดขาด
แม่เราโทรมาให้เราอัดเสียง ระหว่างทะเลาะกัน และแม่ต้องหนีออกมาแอบข้างนอกกลัวโดนทำร้าย (ใจเราโคตรแตกสลายเลยอ่ะ) พิมพ์อยู่นึกถึงก็น้ำตาซึมละ คนอยู่ไกลจะช่วยอะไรก็ไม่ได้ แต่แม่ก็ยังอยู่กับเขา และ อีกเหตุการณ์ที่ทะเลาะกันต่อหน้า ตาของเราที่นอนป่วยติดเตียงอยู่ที่บ้านเช่า ถึงขั้นน้องชายต้องแอบถ่ายวิดิโอส่งมาให้เราดู เขาด่าเราด่าครอบครัวด่ายันตายาย มันคับแค้นในใจเราที่สุด และเราจะไม่อยู่ร่วมกับคนแบบนี้แน่นๆ เราจะพาแม่ออกมาจากมัน เราก็ยื่นข้อเสนอเท่าที่ทำได้ ให้เลิกให้หย่ากับเขาสะ ค้าขายไปเท่าที่ทำได้ดูแลตาที่ป่วยไปด้วย เราจะช่วยส่งเงิน เหมือนจะเลิกแต่สุดท้ายก็ยังคบกันอยู่ พาแม่ลำบาก ตะเวนขายของ นอนในรถ นอนในปั๊ม พาตาป่วยติดเตียงไปด้วย บางทีชีวิตมันเลือกได้ แต่ทำไมแม่ฉันไม่เลือก แม่จบป.ตรี เคยเป็นผู้จัดการระดับเขต สำเร็จจนได้ไปเที่ยวต่างประเทศ และเคยเรียนต่อครู เป็นครูสอนเด็กประถม และผันตัวมาขายของตามตลาด ตอนนั้นทำเองไปเคยเห็นเดือดร้อนอะไรเลย ผู้หญิงเก่งที่เรานับถือเป็นแบบอย่าง ตอนนี้ชีวิตชุลมุนไปหมดแล้ว
ล่าสุดขอเอกสารเรา เพื่อไปยื่นเสนอโครงการช่วยเหลือต่อเติมบ้านที่เป็นที่ดินเล็กๆที่เดียวของยายที่เหลืออยู่ แต่เราไม่ให้ เพราะไม่ว่ามีเรื่องอะไรแม่ไม่เคยปรึกษา พูดคุยกัน และฟังความคิดเห็นเราเลยเราอธิบายกับแม่ว่า ช่วงนี้เศษฐกิจมันไม่ดีมีสงคราม น้ำมันแพง ของจะขึ้นราคา เราอย่าพึ่งเอาหนี้ใส่ตัวไหม ส่วนตัวเราเองก็มีหนี้กยศ. มีค่าใช้จ่ายอื่นอีกที่เราจ่ายเอง ส่วนโครงการนั้นเรายังหาข้อมูลไม่เจอเลยว่ามีจริงไหม น้องก็กำลังจะเข้ามาหาลัย ถ้าบ้านยังไม่เสร็จเช่าอยู่ก่อนไหมเราจะช่วยจ่าย หรือถ้าโครงการนั้นมีจริงเราช่วยไปแล้วได้เงินมาเงินนั้นจะเอาไปทำบ้านจริงไหมก็ไม่รู้ และเขายังอยู่กับแฟนคนนั้น เราก็คิดว่าเราต้องมารับจบเป็นคนผ่อนเหรอ แต่สุดท้ายเมื่อเราไม่ทำตามที่เขาวางแผนไว้ เราถูกมองว่าก้าวร้าวต่อผู้ให้กำเนิด โดนประชดว่าไม่ต้องเดือดร้อนอะไรแล้ว อยู่ให้สบายไป กินให้อิ่ม นอนให้หลับ
มันโคตรเจ็บเลยนะ ทั้งๆที่เราพยายามแล้ว เราไม่รู้จะทำยังไงกับแม่แล้ว 😢