สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน ตอนนี้หนูอายุ25ปี หนูขอไม่เอ่ยนามและไม่เอ่ยชื่อจริงของบุคคลทั้งหมดนะคะ(**จะใช้เป็นนามสมมุติแทน**) ที่หนูออกมาเล่าเพราะหนูอึดอัดและไม่อยากเก็บมันเป็นความลับอีกต่อไปแล้ว รู้สึกว่าตัวเองเริ่มรับไม่ไหวกับสิ่งที่เก็บไว้เพราะมันเริ่มหนักเรื่อยๆอาการแพนิคต่างๆมันเริ่มหนักขึ้น คิดว่าได้ระบายออกมาบ้างน่าจะดีขึ้นค่ะ🙏
*เรื่องยาวนิดหน่อยนะคะ*
:: หนูเป็นเด็กผู้หญิงที่เกินตามชนบทแห่งหนึ่งค่ะ พ่อแม่หนูไปทำงานที่กรุงเทพฯคนที่เลี้ยงหนูมาโดยตลอดคือยาย ยายเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตหนูเลยเพราะชีวิตทั้งชีวิตแทบไม่ได้เจอพ่อแม่เลยบางปีพ่อแม่ไม่ได้กลับมาที่บ้านด้วยซ้ำ ตี4ตี5ยายจะทำกับข้าวเพื่อรอใส่บาตรและทำรอหนูกับหลานอีก3คนกินไปโรงเรียน ชีวิตดำเนินมาแบบนี้เรื่อยๆจนหนูเริ่มโต จนตอนนั้นอายุ10-11ขวบมันเป็นเรื่องที่ทำให้ตัวหนูเองกลัวญาติตัวเองที่สุดคือหนูถูกคุกคามด้วยคำพูดจากคนที่เป็นญาติแท้ๆ ตัวหนูเองเป็นคนหน้าอกใหญ่ตามพันธุกรรมค่ะทั้งยายทั้งแม่ตกมาที่หนูหมดเลย เขาพูดกับหนูว่า"คนแรก:น้องออยโตเร็วเนาะ" "คนที่2:อะไรโต คนหรอ?""คนแรก:ไม่ นมอ่ะโต" เขาพูดแล้วก็หัวเราะสนุกกัน หนูจิตตกมากตอนนั้นและได้นำเรื่องนี้ไปบอกกับน้าสาวของหนูเขาบอกหนูว่า"จะไปสนใจคำพูดคนเมาทำไม"ด้วยความเป็นเด็กอยู่เลยวิ่งไปบอกยาย ตอนนั้นจำไม่ได้ค่ะว่ายายด่าพวกนั้นว่าอะไรบ้างแต่ประโยคสุดท้ายที่ยายพูดคือ"ถ้าจะพูดแบบนี้ก็ไม่ต้องมานั่งเล่นนั่งกินที่บ้านอีก" เวลาผ่านไปไม่ถึงปีค่ะ ยายเริ่มป่วยเริ่มที่โรคไตก่อนเลย เข้า-ออกโครงพยาบาลเหมือนบ้านตัวเองหมอให้ยายกินไข้ต้มทุกวันแต่ให้กินไข่ขาวส่วนไข่แดงเลยตกมาที่หนู555ทุกวันนี้ยังเอียนไข่แดงอยู่เลยค่ะ555หลังจากรักษาโรคไตหายได้ไม่นานพ่อกับแม่หนูทะเลาะกันและตัดสินใจหย่ากัน ในวันที่มาหย่าหนูได้นั่งอยู่ตรงนั้นนั่งฟังเหตุผลทั้งสองคนยายหนูถามขึ้นมาว่า"ทำไมจะหย่ากันหล่ะ ลูกก็ยังเรียนไม่จบเลย จะรับผิดชอบกันยังไง" หนูจำได้ขึ้นใจเลย แม่หนูตอบยายมาว่า"ใครให้เงินแม่มากกว่าแม่ก็เลือกคนนั้นแหละ"ส่วนพ่อก็ไม่พูดไม่เถียงวันรุ่งขึ้นก็ไปหย่ากันเลยค่ะ พ่อโทรมาหาหนูวันนั้นบอกว่าขอโทษนะและให้หนูดูแลตัวเองดีๆ หลังจากที่พ่อแม่แยกย้ายกันไปแล้ว พี่ชายแท้ๆของหนูเดินมาพูดด้วยอารมณ์รุนแรงใส่หนูว่า"แม่อ่ะบ้าไปแล้ว"ตอนนั้นแบบแอบร้องไห้คนเดียว55คือยังไงแม่?คือไม่ใช่แม่พี่ด้วยหรอ? หลังจากนั้นมียายคอยฮีลใจตลอดเลยค่ะทั้งเรื่องการเรียนมีอะไรก็จะอวดยายตลอดแล้วยายก็ให้ค่าขนมไปวันละ100เหลือใช้สุดๆรักยายแบบ1000%แต่ชีวิตก็ตลกดีนะคะ เวลาผ่านไปไม่นานยายป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายตอนนั้นยายนอนรักษาตัวที่โรงบาลเกือบ3เดือนและทุกวันศุกร์หนูต้องหอบการบ้านและชุดนักเรียนไป1ชุดเพื่อเปลี่ยนในวันเช้าวันจันทร์แล้วนั่งรถไปเรียนต่อตอนนั้นยายบอกว่าเก่งมากเตียงข้างๆก็ชม ตัวหนูเองก็มีความสุขนะคะตอนนั้นหวังให้ยายหายเร็วๆจะได้กลับไปนอนที่บ้านสักทีหลังจากนั้นไม่กี่วันหมอก็ใหัออกไปรักษาตัวที่บ้านค่ะ ยายก็ดีขึ้นแล้วก็ใช้ชีวิตปกติวันหนึ่งตากับยายต้องไปงานศพของญาติหมู่บ้านข้างๆ หนูเลยต้องอยู่บ้านคนเดียวจะไปด้วยมันก็ดึกและหนูต้องไปเรียนกลัวจะตื่นสาย พอดิบพอดีอยู่บ้านคนเดียววันนั้นไฟดับค่ะพี่🤣กลัวมากกลัวที่สุดกว่าไฟจะมากว่านายจะกลับปมวันนั้นทำให้กลัวเวลาต้องมองที่มืดหรืออยู่ในมืดบางทีมันมืดมากจนหนูแพนิคใจสั่นมือสั่น ผ่านไปไม่กี่เดือนยายหนูทรุดลงค่ะมะเร็งตัวร้ายมันลามจนถึงระยะสุดท้ายพยายามรักษาและยื้อชีวิตยายไว้ตอนที่ยายใส่เครื่องหายใจและไม่ได้สติต้องป้อนข้าวป้อนน้ำไม่รู้ด้วยเหตุอะไรถ้าลูกหลานคนอื่นป้อนยายจะไม่ยอมกลืนไม่กินเลยแต่ถ้าหนูเป็นคนป้อนยายจะยอมกินและหนูก็เป็นคนป้อนตลอดแต่อาการไม่ดีขึ้นและยายหนูเสียในที่สุดค่ะ นี่คือจุดที่เปลี่ยนชีวิตทั้งหมด หลังจากยายเสียจากได้เงินไปโรงเรียนวันละ100เดือนหนึ่งก็ประมาณ3000ส่วนพวกค่ากิจกรรมค่ารายงานขอยายแยกต่างหากยายจ่ายหมดไม่อั้นก็หลายเป็นได้รับเงินจากพ่อเดือนละ2300ซึ่งหนูต้องกิน/จ่ายค่ารถไปเรียน/และค่ากิจกรรมต่างๆ ถามว่าพอไหม ไม่พอหรอก วิ่งหางานพาร์ทไทม์ทำแต่ใครเขาจะรับหล่ะเด็กอายุไม่18ตำรวจได้ลงร้านพอดี555เลยหันมาหาเงินออนไลน์ รับเติมเกมต่างๆที่เห็นคนอื่นเขาทำ พอหนูหาเงินออนไลน์เพื่อใช้เรียนใช่ไหมคะที่บ้านหนูกลับมองว่าหนูติดโทรศัพท์ทำตัวไร้สาระเลยไล่หนูให้ไปอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยง🥲หลังจากนั้นชีวิตหนูก็ โดนตัดการเรียนและได้ไปทำงานแทนโดนให้ทิ้งงานออนไลน์ทิ้งความฝันให้ไปทำงานรายวันแทน ในวันที่ป่วยขอแม่บอกแม่ว่าหนูป่วยขอนอนพักหน่อย..วันนั้นแม่เอาไม้แขวนเสื้อมาตีหนูแล้วบอกให้หนูลุกไปตลาดด้วย วันนั้นโลกทั้งใบหนูพังลงทั้งหมด หนูเก็บของแล้วหนีออกมาอยู่คนเดียวไม่ค่อยได้ติดต่อกับที่บ้านเท่าไหร่ นานๆทีปีละครั้งสองครั้งแล้วก็ไม่กลับบ้านด้วย🤣 ชีวิตก็ทำงานเก็บเงินส่งให้แม่ วนลูปแบบนี้5555 จนได้มีโอกาสกลับมาทำงานที่บ้านเกิดเมื่อปีที่แล้ว กลับมาก็เงินก้อนที่เก็บมาให้แม่หมด555คืองงตัวเองให้ทำไมหมดขนาดนั้นอ่ะผีอะไรสิงอยู่ ตัวเองก็ทำงานงกชวนไปจนกระทั่งรู้ว่าแม่เป็นหนี้ แม่เจ้า!!! ทำงานใช้หนี้ให้แม่อีกกูทีนี้5555 ใช้จนหมด ไม่พอ!!! แม่เอาชื่อหนูไปกู้นอกระบบจะบ้าา555กูจะบ้าตาย เจ้าหนี้ตามทวงในเฟสบ้างอะไรบ้าง เราเหนื่อยที่สุดท้อสุดใช้หนี้ให้ต่อไม่ไหวแล้ว ทำไมคนเป็นแม่ใช้ชื่อลูกได้ขนาดนั้นอ่ะ เราก็เลยปล่อยให้เจ้าหนี้ไปทวงกับแม่เองตอนนี้น่าจะจ่ายไปแล้วเจ้าหนึ่งส่วนอีกเจ้าหนึ่งเราไม่รู้เพราะเราบล็อกเขาไปแล้วยอมเสียเครดิตตัวเองไปเลย เหนื่อยมากเหนื่อยแบบไม่เอาอะไรแล้วอ่ะ เมื่อเดือนที่แล้วเราเดือดร้อนมากเราทักหาที่พึ่งทุกคนที่เราน่าจะพึ่งได้แต่ก็ไม่มี เราเลยตัดสินใจทักหาแม่เผื่อแม่จะช่วยสักครั้งสิ่งที่เราได้กลับมาคือคำพูดนี้"จะไปอยู่ที่ไหนก็ไปแต่อย่ามาทำให้คนอื่นเดือดร้อน"โห่ กูเกือบสิ้นพระชนม์ ทะเลาะกันยกใหญ่เราเลยตัดสินบล็อกช่องทางการติดต่อจากที่บ้านทุกคนและตอนนี้เรากำลังเริ่มชีวิตใหม่ที่ไหลจากบ้านเกิดเป็นพันกิโล ใครได้อ่านเรื่องนี้อวยพรให้เราสมหวังด้วยนะคะ❤️ จะให้เล่าทั้งหมดคงเล่าไม่ไหวขอเล่าแค่ปมส่วนหนึ่งที่เราสลัดทิ้งไม่ได้สักทีนะคะ ส่วนตัวเรากำลังพยายามให้ตัวเองดีขึ้นเรื่อยๆเป็นกำลังใจให้หนูด้วยนะ หวังว่าซึมเศร้าจะไม่กลับมากินหัวตายก่อน5555
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ🙏❤️
My Life
*เรื่องยาวนิดหน่อยนะคะ*
:: หนูเป็นเด็กผู้หญิงที่เกินตามชนบทแห่งหนึ่งค่ะ พ่อแม่หนูไปทำงานที่กรุงเทพฯคนที่เลี้ยงหนูมาโดยตลอดคือยาย ยายเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตหนูเลยเพราะชีวิตทั้งชีวิตแทบไม่ได้เจอพ่อแม่เลยบางปีพ่อแม่ไม่ได้กลับมาที่บ้านด้วยซ้ำ ตี4ตี5ยายจะทำกับข้าวเพื่อรอใส่บาตรและทำรอหนูกับหลานอีก3คนกินไปโรงเรียน ชีวิตดำเนินมาแบบนี้เรื่อยๆจนหนูเริ่มโต จนตอนนั้นอายุ10-11ขวบมันเป็นเรื่องที่ทำให้ตัวหนูเองกลัวญาติตัวเองที่สุดคือหนูถูกคุกคามด้วยคำพูดจากคนที่เป็นญาติแท้ๆ ตัวหนูเองเป็นคนหน้าอกใหญ่ตามพันธุกรรมค่ะทั้งยายทั้งแม่ตกมาที่หนูหมดเลย เขาพูดกับหนูว่า"คนแรก:น้องออยโตเร็วเนาะ" "คนที่2:อะไรโต คนหรอ?""คนแรก:ไม่ นมอ่ะโต" เขาพูดแล้วก็หัวเราะสนุกกัน หนูจิตตกมากตอนนั้นและได้นำเรื่องนี้ไปบอกกับน้าสาวของหนูเขาบอกหนูว่า"จะไปสนใจคำพูดคนเมาทำไม"ด้วยความเป็นเด็กอยู่เลยวิ่งไปบอกยาย ตอนนั้นจำไม่ได้ค่ะว่ายายด่าพวกนั้นว่าอะไรบ้างแต่ประโยคสุดท้ายที่ยายพูดคือ"ถ้าจะพูดแบบนี้ก็ไม่ต้องมานั่งเล่นนั่งกินที่บ้านอีก" เวลาผ่านไปไม่ถึงปีค่ะ ยายเริ่มป่วยเริ่มที่โรคไตก่อนเลย เข้า-ออกโครงพยาบาลเหมือนบ้านตัวเองหมอให้ยายกินไข้ต้มทุกวันแต่ให้กินไข่ขาวส่วนไข่แดงเลยตกมาที่หนู555ทุกวันนี้ยังเอียนไข่แดงอยู่เลยค่ะ555หลังจากรักษาโรคไตหายได้ไม่นานพ่อกับแม่หนูทะเลาะกันและตัดสินใจหย่ากัน ในวันที่มาหย่าหนูได้นั่งอยู่ตรงนั้นนั่งฟังเหตุผลทั้งสองคนยายหนูถามขึ้นมาว่า"ทำไมจะหย่ากันหล่ะ ลูกก็ยังเรียนไม่จบเลย จะรับผิดชอบกันยังไง" หนูจำได้ขึ้นใจเลย แม่หนูตอบยายมาว่า"ใครให้เงินแม่มากกว่าแม่ก็เลือกคนนั้นแหละ"ส่วนพ่อก็ไม่พูดไม่เถียงวันรุ่งขึ้นก็ไปหย่ากันเลยค่ะ พ่อโทรมาหาหนูวันนั้นบอกว่าขอโทษนะและให้หนูดูแลตัวเองดีๆ หลังจากที่พ่อแม่แยกย้ายกันไปแล้ว พี่ชายแท้ๆของหนูเดินมาพูดด้วยอารมณ์รุนแรงใส่หนูว่า"แม่อ่ะบ้าไปแล้ว"ตอนนั้นแบบแอบร้องไห้คนเดียว55คือยังไงแม่?คือไม่ใช่แม่พี่ด้วยหรอ? หลังจากนั้นมียายคอยฮีลใจตลอดเลยค่ะทั้งเรื่องการเรียนมีอะไรก็จะอวดยายตลอดแล้วยายก็ให้ค่าขนมไปวันละ100เหลือใช้สุดๆรักยายแบบ1000%แต่ชีวิตก็ตลกดีนะคะ เวลาผ่านไปไม่นานยายป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายตอนนั้นยายนอนรักษาตัวที่โรงบาลเกือบ3เดือนและทุกวันศุกร์หนูต้องหอบการบ้านและชุดนักเรียนไป1ชุดเพื่อเปลี่ยนในวันเช้าวันจันทร์แล้วนั่งรถไปเรียนต่อตอนนั้นยายบอกว่าเก่งมากเตียงข้างๆก็ชม ตัวหนูเองก็มีความสุขนะคะตอนนั้นหวังให้ยายหายเร็วๆจะได้กลับไปนอนที่บ้านสักทีหลังจากนั้นไม่กี่วันหมอก็ใหัออกไปรักษาตัวที่บ้านค่ะ ยายก็ดีขึ้นแล้วก็ใช้ชีวิตปกติวันหนึ่งตากับยายต้องไปงานศพของญาติหมู่บ้านข้างๆ หนูเลยต้องอยู่บ้านคนเดียวจะไปด้วยมันก็ดึกและหนูต้องไปเรียนกลัวจะตื่นสาย พอดิบพอดีอยู่บ้านคนเดียววันนั้นไฟดับค่ะพี่🤣กลัวมากกลัวที่สุดกว่าไฟจะมากว่านายจะกลับปมวันนั้นทำให้กลัวเวลาต้องมองที่มืดหรืออยู่ในมืดบางทีมันมืดมากจนหนูแพนิคใจสั่นมือสั่น ผ่านไปไม่กี่เดือนยายหนูทรุดลงค่ะมะเร็งตัวร้ายมันลามจนถึงระยะสุดท้ายพยายามรักษาและยื้อชีวิตยายไว้ตอนที่ยายใส่เครื่องหายใจและไม่ได้สติต้องป้อนข้าวป้อนน้ำไม่รู้ด้วยเหตุอะไรถ้าลูกหลานคนอื่นป้อนยายจะไม่ยอมกลืนไม่กินเลยแต่ถ้าหนูเป็นคนป้อนยายจะยอมกินและหนูก็เป็นคนป้อนตลอดแต่อาการไม่ดีขึ้นและยายหนูเสียในที่สุดค่ะ นี่คือจุดที่เปลี่ยนชีวิตทั้งหมด หลังจากยายเสียจากได้เงินไปโรงเรียนวันละ100เดือนหนึ่งก็ประมาณ3000ส่วนพวกค่ากิจกรรมค่ารายงานขอยายแยกต่างหากยายจ่ายหมดไม่อั้นก็หลายเป็นได้รับเงินจากพ่อเดือนละ2300ซึ่งหนูต้องกิน/จ่ายค่ารถไปเรียน/และค่ากิจกรรมต่างๆ ถามว่าพอไหม ไม่พอหรอก วิ่งหางานพาร์ทไทม์ทำแต่ใครเขาจะรับหล่ะเด็กอายุไม่18ตำรวจได้ลงร้านพอดี555เลยหันมาหาเงินออนไลน์ รับเติมเกมต่างๆที่เห็นคนอื่นเขาทำ พอหนูหาเงินออนไลน์เพื่อใช้เรียนใช่ไหมคะที่บ้านหนูกลับมองว่าหนูติดโทรศัพท์ทำตัวไร้สาระเลยไล่หนูให้ไปอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยง🥲หลังจากนั้นชีวิตหนูก็ โดนตัดการเรียนและได้ไปทำงานแทนโดนให้ทิ้งงานออนไลน์ทิ้งความฝันให้ไปทำงานรายวันแทน ในวันที่ป่วยขอแม่บอกแม่ว่าหนูป่วยขอนอนพักหน่อย..วันนั้นแม่เอาไม้แขวนเสื้อมาตีหนูแล้วบอกให้หนูลุกไปตลาดด้วย วันนั้นโลกทั้งใบหนูพังลงทั้งหมด หนูเก็บของแล้วหนีออกมาอยู่คนเดียวไม่ค่อยได้ติดต่อกับที่บ้านเท่าไหร่ นานๆทีปีละครั้งสองครั้งแล้วก็ไม่กลับบ้านด้วย🤣 ชีวิตก็ทำงานเก็บเงินส่งให้แม่ วนลูปแบบนี้5555 จนได้มีโอกาสกลับมาทำงานที่บ้านเกิดเมื่อปีที่แล้ว กลับมาก็เงินก้อนที่เก็บมาให้แม่หมด555คืองงตัวเองให้ทำไมหมดขนาดนั้นอ่ะผีอะไรสิงอยู่ ตัวเองก็ทำงานงกชวนไปจนกระทั่งรู้ว่าแม่เป็นหนี้ แม่เจ้า!!! ทำงานใช้หนี้ให้แม่อีกกูทีนี้5555 ใช้จนหมด ไม่พอ!!! แม่เอาชื่อหนูไปกู้นอกระบบจะบ้าา555กูจะบ้าตาย เจ้าหนี้ตามทวงในเฟสบ้างอะไรบ้าง เราเหนื่อยที่สุดท้อสุดใช้หนี้ให้ต่อไม่ไหวแล้ว ทำไมคนเป็นแม่ใช้ชื่อลูกได้ขนาดนั้นอ่ะ เราก็เลยปล่อยให้เจ้าหนี้ไปทวงกับแม่เองตอนนี้น่าจะจ่ายไปแล้วเจ้าหนึ่งส่วนอีกเจ้าหนึ่งเราไม่รู้เพราะเราบล็อกเขาไปแล้วยอมเสียเครดิตตัวเองไปเลย เหนื่อยมากเหนื่อยแบบไม่เอาอะไรแล้วอ่ะ เมื่อเดือนที่แล้วเราเดือดร้อนมากเราทักหาที่พึ่งทุกคนที่เราน่าจะพึ่งได้แต่ก็ไม่มี เราเลยตัดสินใจทักหาแม่เผื่อแม่จะช่วยสักครั้งสิ่งที่เราได้กลับมาคือคำพูดนี้"จะไปอยู่ที่ไหนก็ไปแต่อย่ามาทำให้คนอื่นเดือดร้อน"โห่ กูเกือบสิ้นพระชนม์ ทะเลาะกันยกใหญ่เราเลยตัดสินบล็อกช่องทางการติดต่อจากที่บ้านทุกคนและตอนนี้เรากำลังเริ่มชีวิตใหม่ที่ไหลจากบ้านเกิดเป็นพันกิโล ใครได้อ่านเรื่องนี้อวยพรให้เราสมหวังด้วยนะคะ❤️ จะให้เล่าทั้งหมดคงเล่าไม่ไหวขอเล่าแค่ปมส่วนหนึ่งที่เราสลัดทิ้งไม่ได้สักทีนะคะ ส่วนตัวเรากำลังพยายามให้ตัวเองดีขึ้นเรื่อยๆเป็นกำลังใจให้หนูด้วยนะ หวังว่าซึมเศร้าจะไม่กลับมากินหัวตายก่อน5555
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ🙏❤️