KEY POINTS
ผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูง ทำให้ผู้ประกอบการในหลายธุรกิจ ทั้งภาคขนส่ง สายการบิน ร้านอาหาร และอีคอมเมิร์ซ ทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการสวนทางกับคำขอของภาครัฐ
ภาคการบินปรับขึ้นค่าตั๋วโดยสารเฉลี่ย 10-15% ตามต้นทุนน้ำมันอากาศยานที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ขณะที่ผู้ให้บริการเรือโดยสารอาจจำเป็นต้องลดเที่ยววิ่งหรือหยุดให้บริการหากไม่สามารถปรับขึ้นค่าโดยสารได้
ร้านอาหารและผู้ค้าปลีกเผชิญต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น ทำให้ต้องปรับราคาอาหารเพิ่มขึ้น 5-10 บาทต่อเมนู หรือลดปริมาณสินค้าลงเพื่อความอยู่รอด
แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ 3 แห่ง (Shopee, Lazada, TikTok Shop) ประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการขายและค่าบริการต่างๆ ทำให้ผู้ค้าออนไลน์ต้องแบกรับต้นทุนรวมที่สูงขึ้นถึง 10-18% ต่อคำสั่งซื้อ
แรงกระแทกจากวิกฤตราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูง จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง กำลังลุกลามเป็นลูกโซ่สู่เศรษฐกิจไทยในหลายมิติ ตั้งแต่ภาคขนส่งทางน้ำ ทางบก และการบิน ที่ต้องแบกรับต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ไปจนถึงภาคอาหารและค้าปลีกที่ต้นทุนวัตถุดิบและโลจิสติกส์ขยับตาม ส่งผลให้ผู้ประกอบการแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นไม่ไหว ต้องปรับราคาสินค้าทั้งในธุรกิจรากหญ้า รวมไปถึงอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ
นาวาตรีเจริญพร เจริญธรรม กรรมการผู้จัดการ
บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด (CPX) ผู้ให้บริการเรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยา กล่าวว่า จากสถานการณ์ผลกระทบจากความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้นนั้น ทางบริษัทได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นเดียวกับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ทั้งนี้ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และความไม่แน่นอนของปริมาณน้ำมันที่จะได้รับในอนาคต
ขณะเดียวกันบริษัทยังเผชิญกับจำนวนผู้โดยสารที่ลดลง ทั้งในกลุ่มผู้สมัครงานและนักท่องเที่ยว เนื่องจากมาตรการ Work from Home นอกจากนี้พฤติกรรมการเดินทางที่เปลี่ยนไปโดยผู้โดยสารเริ่มมองหาทางเลือกอื่น เช่น รถไฟฟ้า ที่ภาครัฐมีการสนับสนุนด้านค่าครองชีพด้วยการลดค่าโดยสาร
ปัจจุบันบริษัทต้องจัดซื้อน้ำมันในราคาประมาณ 35 บาทต่อลิตร ซึ่งสูงกว่าระดับราคาที่บริษัทจะสามารถบริหารจัดการได้ โดยมองว่าราคาน้ำมันดีเซลไม่ควรเกิน 32 บาทต่อลิตร จึงจะอยู่ในเกณฑ์ที่พอรับไหวและสามารถตรึงค่าโดยสารต่อไปได้ ส่วนสาเหตุที่บริษัทซื้อน้ำมันแพงกว่าราคาที่ภาครัฐตรึงไว้ เนื่องจากบริษัทซื้อน้ำมันจากพ่อค้าคนกลางหรือผู้ค้าส่งน้ำมัน (Jobber) ทำให้มีต้นทุนที่สูงในการเดินเรือ
“หากต้องตรึงราคาจนเกิดภาวะขาดทุนในระยะยาว บริษัทอาจจำเป็นต้องหยุดเดินเรือ เนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระที่เกินตัวได้ เพราะเราเป็นเอกชน ทำไปแล้วขาดทุนเราคงไม่ได้ทำ ถ้าขาดทุนระยะยาวคงไม่รู้จะทำไปทำไม หากเป็นช่วงสั้นๆ ยังพอพิจารณาได้ แต่ถ้าจำเป็นต้องหยุดเดินเรือเพราะรัฐไม่ให้ปรับค่าโดยสารแต่ต้นทุนน้ำมันทำขาดทุน ประชาชนอาจไม่ได้เดือดร้อนมากนักเพราะการเดินทางทางน้ำเป็นเพียงทางเลือกหนึ่ง"
สำหรับแผนการปรับตัวในระยะสั้น บริษัทมุ่งเน้นการประหยัดค่าใช้จ่ายภายในองค์กร และพยายามจัดหาน้ำมันให้เพียงพอต่อการเดินเรือ ส่วนในระยะยาวกำลังอยู่ในช่วงศึกษาความคุ้มค่าในการลงทุนปรับปรุงเรือเป็นเรือไฟฟ้า (EV) เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมัน รวมทั้งอาจมีการปรับลดเที่ยววิ่งลงหากราคาน้ำมันยังไม่ลดลง แต่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้กระทบต่อความนิยมของผู้ใช้บริการ
ทั้งนี้สิ่งที่ต้องการให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือมี 2 ประเด็นหลัก คือ 1.ขอความเข้าใจในบริบทของเอกชน ซึ่งรัฐต้องมองว่าผู้ประกอบการเอกชนไม่สามารถแบกรับผลขาดทุนได้เหมือนหน่วยงานรัฐ 2.รัฐควรให้ความสำคัญกับการจัดหาปริมาณน้ำมันและควบคุมราคาให้มีความเหมาะสมสำหรับผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน
ด้านนางสาวสุภางค์ ศิละอาภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายธุรกิจเดินรถ
บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า บขส. ยังสามารถบริหารจัดการด้านเชื้อเพลิงและการให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง แต่ในระยะยาวหากราคาน้ำมันยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อโครงสร้างต้นทุนของผู้ประกอบการ และความสามารถในการตรึงค่าโดยสารในระยะต่อไป
ที่ผ่านมาบขส.ได้ทำสัญญาซื้อขายกับบริษัท
ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นสัญญาระยะยาว ทำให้มีแหล่งจ่ายน้ำมันของตัวเอง จึงไม่มีปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน ขณะเดียวกันบขส. ได้เตรียมความพร้อมวางระบบบริหารจัดการน้ำมันผ่านสถานีบริการ สามารถสำรองน้ำมันจากคลังน้ำมันได้ประมาณ 1- 1.2 แสนลิตรต่อวัน รองรับการเดินรถเฉลี่ยมากกว่า 200 เที่ยวต่อวัน
“บขส.ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการและไม่มีการปรับขึ้นค่าโดยสารหรือปรับลดเที่ยววิ่ง ถึงแม้จะมีรายงานปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในสถานีบริการบางแห่งในต่างจังหวัดก็ตาม”
บินไทยขึ้นค่าตั๋ว 10-15%
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ราคาน้ำมันอากาศยาน (Jet A1) ดีดตัวสูงขึ้นจากเดิม 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล พุ่งสูงขึ้นไปกว่า 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าตัว การบินไทยจำเป็นต้องปรับราคาค่าตั๋วโดยสาร ขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เฉลี่ยอยู่ที่ 10-15%
อย่างไรก็ตาม การปรับราคาไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมดทันที เนื่องจากมีตั๋วเครื่องบินจำนวนมากที่ถูกขายล่วงหน้าไปก่อนที่ต้นทุนจะขยับขึ้น ทำให้เกิดช่วงว่าง (Lag time) ของส่วนต่างราคา แต่โชคดีที่การบินไทยทำ Fuel Hedging (การประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน) ที่ระดับ 50% จนถึงช่วงกลางปีนี้ได้เข้ามาช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในระดับหนึ่ง
ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงจากผู้ประกอบการการบิน เผยว่า สายการบินมีต้นทุนเชื้อเพลิง เฉลี่ยอยู่ที่ 20-30% ของต้นทุนการดำเนินงานทั้งหมด จากราคาน้ำมันอากาศยานที่เพิ่มสูงขึ้น จากเดิมประมาณ 25 บาทต่อลิตร เพิ่มเป็น 43 บาทต่อลิตร ส่งผลให้สายการบินต้องปรับราคาค่าโดยสารเพิ่มขึ้น โดยเส้นทางบินภายในประเทศ กฎหมาย ไม่อนุญาตให้แยกเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมัน (Fuel Surcharge) ออกจากค่าตั๋ว
ดังนั้นต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจะถูกรวมเข้าไปในราคาตั๋วโดยตรง ขณะที่เส้นทางบินระหว่างประเทศ สายการบินสามารถแยกเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันต่างหากได้ แต่ก็จะส่งผลให้ราคาตั๋วปรับราคาขึ้น
ปัจจุบันจะเห็นว่ามีบางสายการบิน อาทิ
การบินไทย มีราคาตั๋วเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 10-15% จากการปรับ Fuel Surcharge ในเส้นทางบินระหว่างประเทศ ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน เพื่อนำมาชดเชยต้นทุนเส้นทางบินในประเทศ ที่มีต้นทุนเพิ่มขึ้น เพราะเส้นทางบินภายในประเทศ มีการแข่งขันสูง
เนื่องจากบางสายการบินก็ยังไม่ได้ปรับราคาค่าโดยสาร ประกอบกำลังซื้อในประเทศชะลอ หากสายการบินปรับขึ้นค่าตั๋วเส้นทางบินในประเทศ ย่อมมีผลต่อการขายตั๋วเครื่องบิน ทำให้ราคาตั๋วในประเทศ อาจจะยังไม่ได้ปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เหมือนเส้นทางบินระหว่างประเทศ
ขณะที่การปรับขึ้นค่า Fuel Surcharge ในเส้นทางบินระหว่างประเทศ สายการบินทุกสายต่างก็ปรับขึ้น ทำให้การปรับขึ้นสามารถแข่งขันกับตลาดได้ อย่างไรก็ตามการปรับขึ้นค่า Fuel Surcharge ยังส่งผลให้การขายแพ็คเกจทัวร์เที่ยวต่างประเทศมีราคาสูงขึ้น อาทิ เส้นทางบินเวียดนาม มีการปรับราคาขายทัวร์เพิ่มขึ้นราว 600 บาท จากภาษีน้ำมันที่เพิ่มขึ้น
อ่านต่อ
เมินคำขอรัฐ ‘ขนส่ง-สายการบิน-ร้านอาหาร-อีคอมเมิร์ซ’ พาเหรดขึ้นราคา