ได้กลับมาทดสอบรีวิว Tesla Model 3 RWD โมเดลปี 2026 ตัวเริ่มต้นราคาเข้าถึงง่าย 1,149,000 บาท เลยอยากวิ่งไกลแต่การไปครั้งนี่
จะวิ่งแบบรถน้ำมันในความเร็วที่ใช้ เริ่มต้นจาก กทม มีแบตเหลือ 90% ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ ( จริงๆ ไปทางด่วนใกล้กว่า แต่อยากอ้อมให้ระยะทางมากขึ้น )
ความเร็วที่ใช้ 100 - 115 ช่วงอยู่ถนนสายเอเชียวิ่งไม่เกิน 120 เพราะมีตรวจความเร็ว ( ซึ่งก็โดนเรียกตรวจดูป้ายแดง เอกสารสมุดครบ ตำรวจถามเอารถมารีวิวหรอ ) ใครขี้เกียจอ่านดูคลิปที่นี่ครับ
https://www.youtube.com/watch?v=r_S-vMxe7qY
ช่วงขับในเมืองถึงแม้กระจก 4 บานจะเป็นชั้นเดียว ไม่เหมือนรุ่น Model 3 Premium และ Long Range RWD ที่เป็น 2 ชั้นแต่ๆ การเก็บเสียงในเมือง
มอไซค์วิ่งผ่านรถเทลเลอร์วิ่งผ่านเก็บเสียงได้ดีระดับนึงเลยเสียงเข้ามาน้อยมาก แต่กระจกหน้ากับหลังคาเป็น 2 ชั้น
ขับมาแวะออกนอกเส้นทางที่ วัดไชโย จ.อ่างทองเพื่อแวะซื้อของกิน ลองดูตัวเลขถ้าขับแบบนี้ 100 กว่าๆ ไม่เกิน 115 คันเร่งนิ่งๆ พลังงานที่ใช้ไป
1% วิ่งได้ 5.4 กม.
ถิอว่าโอเคร ออกจากวัดไชโยทำความเร็วมากขึ้นเป็น 100 - 120 - 130 บ้างช่วงนี้ถนนเริ่มโล่งบ้าง + กับลองใช้ Autopilot Autosteer ซึ่งใน Model 3 RWD
คันนี้มีมาให้นะ ไม่ใช่ไม่มีแต่เป็น Autopilot ขั้นพื้นฐาน แต่การทำงานผมว่าเพียงพอแล้ว เสถียรดี สมูท ตรวจจับดี ติดไฟแดงเบรคสมูท ออกตัวเองตามรถคันหน้าได้ดี ตอบสนองไวชัดเจน เปิดใช้งานไป 1 - 2 ครั้งไม่นาน ลดการเมื่อยล้าได้ แต่ใช้นานๆ เปลืองพลังงานเหมือนกัน
ขับมาจนถึงทางเลี่ยงเมือง นครสวรรค์ ซึ่งจุดนี้แวะชาร์จที่ SC Tesla ตรงทางเลี่ยงเมือง จริง ๆ ใครขับไม่เร็วไม่ต้องแสะชาร์จที่นี่ก็ได้ แต่ผมขับแบบ
รถน้ำมัน 120 - 130 กว่าไปถึงแบตยังเหลืออีกเรียกว่าการจัดการพลังงานของ Tesla แม่นเลยทีเดียว
จะเห็นได้ว่าแบต 1% จากตอนแรกได้ 5.4 กม. แต่มาถึงที่ทางเลี่ยงเมือง นครสวรรค์ ทำได้ 1% 4.6 กม. เพราะใช้ความเร็วมากกว่า 120 - 130 กว่านี่ขนาด
วิ่งแบบนี้บางช่วงมี 140 สั้นๆ แบตยังเหลือๆ
ชาร์จที่นี่ 90% พอวันนั้นอากาศร้อนมากๆ แสบไปหมดไม่มีหลังคาด้วย รถก็ไม่มีฟิล์ม ดีที่เอาบังแดดมาติดไว้ที่กระจกหลังคาช่วยได้เยอะลดความร้อน
ในห้องโดยสาร แอร์ก็ทำงานไม่หนักมากแถมยังได้ความเย็น
และจุดหมายที่จะชาร์จอีกที่ก็คือ จ.ตาก ที่นี่ Tesla มาเปิดเมื่อปลายปีที่แล้ว ก็เลยแวะชาร์จเพราะจากนี้ไปลำปางจะเป็นทางขึ้นเขาและขับแบบรถน้ำมัน
จะเห็นได้ว่าแบต 1% จะลดลงจาก 2 ครั้งแรกเพราะใช้ความเร็วมากกว่า หลังจากออกจากที่ตากมา ก็มืดพอดีใช้เวลาชาร์จที่ตาก 20 นาที
ขับกลางคืนความปลอดภัยสำคัญมากดดยเฉพาะไฟหน้า ซึ่งรถคันนี้ให้แสงไฟได้ขาวนวล ส่องสว่างตั้งแต่ไหลาทางซ้ายบรรจบไหล่ทางขวา
มองเห็นได้ชัดเจน + กับลองใช้ Autopilot ในเวลากลางคืนและเข้าโค้งก็ทำได้เหมือนตอนกลางวัน การควบคุมรถเข้าโค้งสนุกดี
เข้าโค้งตอนแรกอาจจะรู้สึกหวิวๆ เพราะหน้ารถค่อนข้างไว แต่พออยู่ในดค้งควบคุมรถแล้วกลับสนุกกับฟิลลิ่งแบบนี้ ขับมันส์ดี ช่วงล่าง Passive
เอาจริงๆ ชอบนะให้ความสนุกยึดเกาะได้ดีพอเลย
จาก จ.ตากมา จ.ลำปางใช้ความเร็ว 110+ มีช่วงทำถนนพอสมควร มาถึงลำปางแบเตอรี่ยังเหลือประมาณ 50 หรือ 58% เนี่ยแหละ
มันเหลือพอให้ขับออกนอกเส้นทางไปประมาณ 25 -30 โลเพื่อที่จะไปดูวัดพระธาตุจอมปิงในเวลากลางคืนที่ เส้นทางเปลี่ยวมาก
ไม่รู้อะไรดลใจให้ไป ไปถึงแต่ไม่ลง (กลัวทั้งคนกลัวทั้งอย่างอื่น 555 ) สรุปมาถึงลำปาง แบตเตอรี่ 1% วิ่งได้ 4.9 กม.
ยังไม่จบนะครับ ยังมีต่อคลิป 2 ระหว่าง ลำปางไปเชียงใหม่และอ.ดอยสะเก็ดและกลับมากรุงเทพ รวมๆ ระยะทางวิ่งทั้งหมด 1,6XX กม.
กทม - ลำปาง Tesla Model 3 RWD วิ่งแบบรถน้ำมันแบตยังเหลือ ขับมันส์ เข้าโค้งสนุก
จะวิ่งแบบรถน้ำมันในความเร็วที่ใช้ เริ่มต้นจาก กทม มีแบตเหลือ 90% ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ ( จริงๆ ไปทางด่วนใกล้กว่า แต่อยากอ้อมให้ระยะทางมากขึ้น )
ความเร็วที่ใช้ 100 - 115 ช่วงอยู่ถนนสายเอเชียวิ่งไม่เกิน 120 เพราะมีตรวจความเร็ว ( ซึ่งก็โดนเรียกตรวจดูป้ายแดง เอกสารสมุดครบ ตำรวจถามเอารถมารีวิวหรอ ) ใครขี้เกียจอ่านดูคลิปที่นี่ครับ https://www.youtube.com/watch?v=r_S-vMxe7qY
ช่วงขับในเมืองถึงแม้กระจก 4 บานจะเป็นชั้นเดียว ไม่เหมือนรุ่น Model 3 Premium และ Long Range RWD ที่เป็น 2 ชั้นแต่ๆ การเก็บเสียงในเมือง
มอไซค์วิ่งผ่านรถเทลเลอร์วิ่งผ่านเก็บเสียงได้ดีระดับนึงเลยเสียงเข้ามาน้อยมาก แต่กระจกหน้ากับหลังคาเป็น 2 ชั้น
ขับมาแวะออกนอกเส้นทางที่ วัดไชโย จ.อ่างทองเพื่อแวะซื้อของกิน ลองดูตัวเลขถ้าขับแบบนี้ 100 กว่าๆ ไม่เกิน 115 คันเร่งนิ่งๆ พลังงานที่ใช้ไป
1% วิ่งได้ 5.4 กม.
ถิอว่าโอเคร ออกจากวัดไชโยทำความเร็วมากขึ้นเป็น 100 - 120 - 130 บ้างช่วงนี้ถนนเริ่มโล่งบ้าง + กับลองใช้ Autopilot Autosteer ซึ่งใน Model 3 RWD
คันนี้มีมาให้นะ ไม่ใช่ไม่มีแต่เป็น Autopilot ขั้นพื้นฐาน แต่การทำงานผมว่าเพียงพอแล้ว เสถียรดี สมูท ตรวจจับดี ติดไฟแดงเบรคสมูท ออกตัวเองตามรถคันหน้าได้ดี ตอบสนองไวชัดเจน เปิดใช้งานไป 1 - 2 ครั้งไม่นาน ลดการเมื่อยล้าได้ แต่ใช้นานๆ เปลืองพลังงานเหมือนกัน
ขับมาจนถึงทางเลี่ยงเมือง นครสวรรค์ ซึ่งจุดนี้แวะชาร์จที่ SC Tesla ตรงทางเลี่ยงเมือง จริง ๆ ใครขับไม่เร็วไม่ต้องแสะชาร์จที่นี่ก็ได้ แต่ผมขับแบบ
รถน้ำมัน 120 - 130 กว่าไปถึงแบตยังเหลืออีกเรียกว่าการจัดการพลังงานของ Tesla แม่นเลยทีเดียว
จะเห็นได้ว่าแบต 1% จากตอนแรกได้ 5.4 กม. แต่มาถึงที่ทางเลี่ยงเมือง นครสวรรค์ ทำได้ 1% 4.6 กม. เพราะใช้ความเร็วมากกว่า 120 - 130 กว่านี่ขนาด
วิ่งแบบนี้บางช่วงมี 140 สั้นๆ แบตยังเหลือๆ
ชาร์จที่นี่ 90% พอวันนั้นอากาศร้อนมากๆ แสบไปหมดไม่มีหลังคาด้วย รถก็ไม่มีฟิล์ม ดีที่เอาบังแดดมาติดไว้ที่กระจกหลังคาช่วยได้เยอะลดความร้อน
ในห้องโดยสาร แอร์ก็ทำงานไม่หนักมากแถมยังได้ความเย็น
และจุดหมายที่จะชาร์จอีกที่ก็คือ จ.ตาก ที่นี่ Tesla มาเปิดเมื่อปลายปีที่แล้ว ก็เลยแวะชาร์จเพราะจากนี้ไปลำปางจะเป็นทางขึ้นเขาและขับแบบรถน้ำมัน
จะเห็นได้ว่าแบต 1% จะลดลงจาก 2 ครั้งแรกเพราะใช้ความเร็วมากกว่า หลังจากออกจากที่ตากมา ก็มืดพอดีใช้เวลาชาร์จที่ตาก 20 นาที
ขับกลางคืนความปลอดภัยสำคัญมากดดยเฉพาะไฟหน้า ซึ่งรถคันนี้ให้แสงไฟได้ขาวนวล ส่องสว่างตั้งแต่ไหลาทางซ้ายบรรจบไหล่ทางขวา
มองเห็นได้ชัดเจน + กับลองใช้ Autopilot ในเวลากลางคืนและเข้าโค้งก็ทำได้เหมือนตอนกลางวัน การควบคุมรถเข้าโค้งสนุกดี
เข้าโค้งตอนแรกอาจจะรู้สึกหวิวๆ เพราะหน้ารถค่อนข้างไว แต่พออยู่ในดค้งควบคุมรถแล้วกลับสนุกกับฟิลลิ่งแบบนี้ ขับมันส์ดี ช่วงล่าง Passive
เอาจริงๆ ชอบนะให้ความสนุกยึดเกาะได้ดีพอเลย
จาก จ.ตากมา จ.ลำปางใช้ความเร็ว 110+ มีช่วงทำถนนพอสมควร มาถึงลำปางแบเตอรี่ยังเหลือประมาณ 50 หรือ 58% เนี่ยแหละ
มันเหลือพอให้ขับออกนอกเส้นทางไปประมาณ 25 -30 โลเพื่อที่จะไปดูวัดพระธาตุจอมปิงในเวลากลางคืนที่ เส้นทางเปลี่ยวมาก
ไม่รู้อะไรดลใจให้ไป ไปถึงแต่ไม่ลง (กลัวทั้งคนกลัวทั้งอย่างอื่น 555 ) สรุปมาถึงลำปาง แบตเตอรี่ 1% วิ่งได้ 4.9 กม.
ยังไม่จบนะครับ ยังมีต่อคลิป 2 ระหว่าง ลำปางไปเชียงใหม่และอ.ดอยสะเก็ดและกลับมากรุงเทพ รวมๆ ระยะทางวิ่งทั้งหมด 1,6XX กม.