ถ้าคุณดูจากรูป
1. จุดสีน้ำเงินเล็กๆ (คริปโต) เหมือนเงินในกระปุกออมสินเด็ก
2. ก้อนสีทอง (ทองคำ) เหมือนตึกแถวทั้งซอย
3. ก้อนสีเขียวใหญ่ยักษ์ (ตลาดหุ้น) เหมือนเมืองทั้งเมือง
คนส่วนใหญ่เห็นรูปนี้แล้วคิดว่า "คริปโตมันกระจอก" แต่พวกธนาคารระดับโลกเขามองตรงกันข้ามครับ เขาเห็น "ที่ว่าง" ขนาดมหึมาที่เขาสามารถโยกเงินจากก้อนสีเขียวและสีทอง ลงมาถมในจุดสีน้ำเงินได้ และนี่คือแผนการที่เขาวางไว้
พี่เบิ้มผู้คุมเงิน (BlackRock, Vanguard) "เปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นชิปคาสิโนที่กดซื้อง่าย"
พวกนี้คือบริษัทที่คุมเงินคนทั้งโลก เขาไม่ได้แค่อยากซื้อบิตคอยน์เก็บไว้เฉยๆ แต่เขากำลังทำสิ่งที่เรียกว่า "Tokenization"
อธิบายง่ายๆ ปกติถ้าคุณจะซื้อที่ดิน ซื้อทอง หรือซื้อภาพวาดราคาแพง มันยุ่งยาก ต้องทำเอกสารเยอะ
1. เขาจะเอาของพวกนั้น "ย่อย" ให้กลายเป็นเหรียญดิจิทัล (Token) ให้หมด ต่อไปนี้คุณจะซื้อ "เศษเสี้ยวของตึกในนิวยอร์ก" ผ่านมือถือได้เหมือนซื้อเหรียญในเกม
2. เงินที่เคยนิ่งๆ จะไหลเข้าสู่ระบบดิจิทัลทันที เหมือนเปิดเขื่อนให้น้ำทะลักเข้าจุดสีน้ำเงิน
ธนาคารยักษ์ใหญ่ (JPMorgan, Wells Fargo) "สร้างท่อส่งเงินแบบใหม่"
ธนาคารพวกนี้เลิกต่อต้านคริปโตแล้ว แต่เขากำลังสร้าง "ระบบโอนเงินส่วนตัว" ของเขาเอง
1. ระบบโอนเงินข้ามประเทศแบบเก่า (SWIFT) มันช้าและแพง เหมือนส่งจดหมาย
2. เขาใช้เทคโนโลยีเดียวกับคริปโตมาสร้าง "เงินดิจิทัลของธนาคาร" (Tokenized Deposits) โอนปุ๊บ ถึงปั๊บ 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด
3. ธนาคารกลายเป็นเจ้าของ "ท่อส่งเงิน" ที่เร็วที่สุดในโลก โดยใช้พื้นฐานจากคริปโตนี่แหละ
ตลาดอนุพันธ์ (CME Group) "ตำรวจคุมความเสี่ยง"
เวลาเงินระดับ "แสนล้านล้าน" จะย้ายที่ มันอันตรายครับ ถ้าล้มขึ้นมาคือพังทั้งโลก
1. เขาใช้ AI และระบบคอมพิวเตอร์ขั้นสูงมาคอยดูว่า "ใครจะเจ๊งไหม?" ถ้ามีคนเริ่มขาดทุน ระบบจะตัดไฟแต่ต้นลมทันที
2. ทำให้มหาเศรษฐีและกองทุนระดับชาติกล้าเอาเงินมาลงในคริปโต เพราะรู้ว่ามีระบบความปลอดภัยระดับสากลคอยคุมอยู่
บทสรุป
ที่เราเห็นคริปโตมีมูลค่าแค่ 3.2 ล้านล้านดอลลาร์ในรูป นั่นไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือ "หลุมที่ยังขุดไม่เสร็จ" ตอนนี้รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มเปิดไฟเขียว กฎหมายเริ่มชัดเจน ธนาคารใหญ่ๆ ไม่ได้มองว่าคริปโตคือศัตรูอีกต่อไป แต่เขามองว่ามันคือ "ทางด่วนสายใหม่" ที่เขาจะใช้ขนเงินจากก้อนสีเขียว (143 ล้านล้าน) มาวิ่ง
พูดง่ายๆ จุดสีน้ำเงินเล็กๆ ในรูป กำลังถูก "สูบฉีด" ด้วยเงินจากก้อนใหญ่ข้างๆ จนมันจะขยายร่างใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนวันหนึ่งมันอาจจะใหญ่เท่าก้อนสีเขียวเลยก็ได้ครับ
คุณมองเห็นเป็นขยะ แต่เขามองเห็นเป็นขุมทรัพย์! ส่องอนาคตคริปโตในวันที่ธนาคารเลิกเป็นศัตรู แล้วกลายเป็นเจ้าของ
ถ้าคุณดูจากรูป
1. จุดสีน้ำเงินเล็กๆ (คริปโต) เหมือนเงินในกระปุกออมสินเด็ก
2. ก้อนสีทอง (ทองคำ) เหมือนตึกแถวทั้งซอย
3. ก้อนสีเขียวใหญ่ยักษ์ (ตลาดหุ้น) เหมือนเมืองทั้งเมือง
คนส่วนใหญ่เห็นรูปนี้แล้วคิดว่า "คริปโตมันกระจอก" แต่พวกธนาคารระดับโลกเขามองตรงกันข้ามครับ เขาเห็น "ที่ว่าง" ขนาดมหึมาที่เขาสามารถโยกเงินจากก้อนสีเขียวและสีทอง ลงมาถมในจุดสีน้ำเงินได้ และนี่คือแผนการที่เขาวางไว้
พี่เบิ้มผู้คุมเงิน (BlackRock, Vanguard) "เปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นชิปคาสิโนที่กดซื้อง่าย"
พวกนี้คือบริษัทที่คุมเงินคนทั้งโลก เขาไม่ได้แค่อยากซื้อบิตคอยน์เก็บไว้เฉยๆ แต่เขากำลังทำสิ่งที่เรียกว่า "Tokenization"
อธิบายง่ายๆ ปกติถ้าคุณจะซื้อที่ดิน ซื้อทอง หรือซื้อภาพวาดราคาแพง มันยุ่งยาก ต้องทำเอกสารเยอะ
1. เขาจะเอาของพวกนั้น "ย่อย" ให้กลายเป็นเหรียญดิจิทัล (Token) ให้หมด ต่อไปนี้คุณจะซื้อ "เศษเสี้ยวของตึกในนิวยอร์ก" ผ่านมือถือได้เหมือนซื้อเหรียญในเกม
2. เงินที่เคยนิ่งๆ จะไหลเข้าสู่ระบบดิจิทัลทันที เหมือนเปิดเขื่อนให้น้ำทะลักเข้าจุดสีน้ำเงิน
ธนาคารยักษ์ใหญ่ (JPMorgan, Wells Fargo) "สร้างท่อส่งเงินแบบใหม่"
ธนาคารพวกนี้เลิกต่อต้านคริปโตแล้ว แต่เขากำลังสร้าง "ระบบโอนเงินส่วนตัว" ของเขาเอง
1. ระบบโอนเงินข้ามประเทศแบบเก่า (SWIFT) มันช้าและแพง เหมือนส่งจดหมาย
2. เขาใช้เทคโนโลยีเดียวกับคริปโตมาสร้าง "เงินดิจิทัลของธนาคาร" (Tokenized Deposits) โอนปุ๊บ ถึงปั๊บ 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด
3. ธนาคารกลายเป็นเจ้าของ "ท่อส่งเงิน" ที่เร็วที่สุดในโลก โดยใช้พื้นฐานจากคริปโตนี่แหละ
ตลาดอนุพันธ์ (CME Group) "ตำรวจคุมความเสี่ยง"
เวลาเงินระดับ "แสนล้านล้าน" จะย้ายที่ มันอันตรายครับ ถ้าล้มขึ้นมาคือพังทั้งโลก
1. เขาใช้ AI และระบบคอมพิวเตอร์ขั้นสูงมาคอยดูว่า "ใครจะเจ๊งไหม?" ถ้ามีคนเริ่มขาดทุน ระบบจะตัดไฟแต่ต้นลมทันที
2. ทำให้มหาเศรษฐีและกองทุนระดับชาติกล้าเอาเงินมาลงในคริปโต เพราะรู้ว่ามีระบบความปลอดภัยระดับสากลคอยคุมอยู่
บทสรุป
ที่เราเห็นคริปโตมีมูลค่าแค่ 3.2 ล้านล้านดอลลาร์ในรูป นั่นไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือ "หลุมที่ยังขุดไม่เสร็จ" ตอนนี้รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มเปิดไฟเขียว กฎหมายเริ่มชัดเจน ธนาคารใหญ่ๆ ไม่ได้มองว่าคริปโตคือศัตรูอีกต่อไป แต่เขามองว่ามันคือ "ทางด่วนสายใหม่" ที่เขาจะใช้ขนเงินจากก้อนสีเขียว (143 ล้านล้าน) มาวิ่ง
พูดง่ายๆ จุดสีน้ำเงินเล็กๆ ในรูป กำลังถูก "สูบฉีด" ด้วยเงินจากก้อนใหญ่ข้างๆ จนมันจะขยายร่างใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนวันหนึ่งมันอาจจะใหญ่เท่าก้อนสีเขียวเลยก็ได้ครับ