สวัสดีค่ะชาวพันทิปทุกคน...
ช่วงนี้ไถฟีดโซเชียลทีไร เห็นข่าว "วิกฤตเด็กเกิดต่ำ" หรือบทความวิเคราะห์ว่าทำไมคน Gen เราถึงไม่ยอมมีลูกกันเสียที บางคนก็บอกว่าเราเห็นแก่ตัวบ้างล่ะ กลัวลำบากบ้างล่ะ ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่ตัดสินใจแล้วว่า "ขอเป็นโสด (หรือมีคู่แต่ไม่มีลูก)" อยากจะกางเหตุผลให้ฟังแบบชัดๆ ว่าทำไม "การมีลูก" ถึงไม่ใช่ Priority แรกของชีวิตเราอีกต่อไป
1. ค่าครองชีพที่สวนทางกับเงินเดือน
เราไม่ได้ต้องการแค่ให้ลูก "เกิดมา" แต่เราต้องการให้เขา "เติบโตมาอย่างดี" ค่ะ
ค่าเทอม: ตั้งแต่เตรียมอนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัย ถ้าอยากได้สังคมดีๆ สิ่งแวดล้อมดีๆ ตัวเลขเจ็ดหลักคือเรื่องปกติ
ค่าครองชีพ: ลำพังแค่ดูแลตัวเองให้รอดในเมืองหลวง กินข้าวแกงจานละ 60-70 บาท ยังเหนื่อยเลยค่ะ แล้วถ้าต้องแบกรับค่าแพมเพิส ค่านม และค่าส่วนกลางสังคมของลูกอีกล่ะ?
2. ความคาดหวังที่ "แบก" ไว้บนบ่าผู้หญิง
ปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่า สังคมยังคาดหวังให้ "แม่" เป็นฝ่ายเสียสละมากกว่าเสมอ
หน้าที่การงาน : หลายคนกังวลว่าถ้าลาคลอด หรือต้องลางานมาดูตอนลูกป่วย งานที่สร้างมาจะสะดุดไหม?
Invisible Labor : งานบ้าน การเลี้ยงลูก การจัดการทุกอย่างในบ้าน มักตกเป็นหน้าที่ของผู้หญิงโดยอัตโนมัติ (แม้สามีจะช่วย แต่มักเป็นการ "ช่วย" ไม่ใช่ "รับผิดชอบร่วมกัน" 100%)
3. โลกที่อยู่ยากขึ้นทุกวัน
ลองมองไปรอบตัวสิคะ
สิ่งแวดล้อม : ฝุ่น PM 2.5 ที่ต้องสูดดมทุกปี อากาศที่ร้อนขึ้นจนน่ากลัว
สังคม : การแข่งขันที่สูงปรี๊ด ตั้งแต่ยังไม่เข้าประถม ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
เรามักจะถามตัวเองว่า "เราอยากพาเขามาลำบากในโลกแบบนี้จริงๆ เหรอ?"
4. อิสระและการค้นหาความหมายของชีวิต
ผู้หญิงยุคนี้มีทางเลือกมากขึ้นค่ะ เราเก่งขึ้น หาเงินเองได้ และเราค้นพบว่า "ความสุข" ไม่จำเป็นต้องมาจากการทำหน้าที่แม่เสมอไป
การได้ไปเที่ยวรอบโลก
การได้เปย์ตัวเองด้วยของที่อยากได้
การได้นอนยาวๆ ในวันหยุดโดยไม่ต้องมีใครมาปลุก
สิ่งเหล่านี้คือ "รางวัล" ของการทำงานหนักที่เรายังไม่อยากเสียมันไป
บทสรุปจากใจ
การไม่มีลูกไม่ใช่การเห็นแก่ตัว แต่มันคือการ "รับผิดชอบ" ต่อชีวิตหนึ่งชีวิตที่เรายังไม่มั่นใจว่าจะดูแลเขาได้ดีที่สุดในมาตรฐานที่เราต้องการหรือเปล่า การที่ผู้หญิงเลือกที่จะไม่มีลูกในวันนี้ อาจเป็นการบอกว่าเราให้เกียรติ "ความเป็นแม่" มากเกินกว่าจะทำมันแบบขอไปทีก็ได้ค่ะ
ทำไมผู้หญิงสมัยนี้ถึง "ไม่อยากมีลูก" ... มันไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่มันคือเรื่อง "คุณภาพชีวิต"
ช่วงนี้ไถฟีดโซเชียลทีไร เห็นข่าว "วิกฤตเด็กเกิดต่ำ" หรือบทความวิเคราะห์ว่าทำไมคน Gen เราถึงไม่ยอมมีลูกกันเสียที บางคนก็บอกว่าเราเห็นแก่ตัวบ้างล่ะ กลัวลำบากบ้างล่ะ ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งที่ตัดสินใจแล้วว่า "ขอเป็นโสด (หรือมีคู่แต่ไม่มีลูก)" อยากจะกางเหตุผลให้ฟังแบบชัดๆ ว่าทำไม "การมีลูก" ถึงไม่ใช่ Priority แรกของชีวิตเราอีกต่อไป
1. ค่าครองชีพที่สวนทางกับเงินเดือน
เราไม่ได้ต้องการแค่ให้ลูก "เกิดมา" แต่เราต้องการให้เขา "เติบโตมาอย่างดี" ค่ะ
ค่าเทอม: ตั้งแต่เตรียมอนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัย ถ้าอยากได้สังคมดีๆ สิ่งแวดล้อมดีๆ ตัวเลขเจ็ดหลักคือเรื่องปกติ
ค่าครองชีพ: ลำพังแค่ดูแลตัวเองให้รอดในเมืองหลวง กินข้าวแกงจานละ 60-70 บาท ยังเหนื่อยเลยค่ะ แล้วถ้าต้องแบกรับค่าแพมเพิส ค่านม และค่าส่วนกลางสังคมของลูกอีกล่ะ?
2. ความคาดหวังที่ "แบก" ไว้บนบ่าผู้หญิง
ปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่า สังคมยังคาดหวังให้ "แม่" เป็นฝ่ายเสียสละมากกว่าเสมอ
หน้าที่การงาน : หลายคนกังวลว่าถ้าลาคลอด หรือต้องลางานมาดูตอนลูกป่วย งานที่สร้างมาจะสะดุดไหม?
Invisible Labor : งานบ้าน การเลี้ยงลูก การจัดการทุกอย่างในบ้าน มักตกเป็นหน้าที่ของผู้หญิงโดยอัตโนมัติ (แม้สามีจะช่วย แต่มักเป็นการ "ช่วย" ไม่ใช่ "รับผิดชอบร่วมกัน" 100%)
3. โลกที่อยู่ยากขึ้นทุกวัน
ลองมองไปรอบตัวสิคะ
สิ่งแวดล้อม : ฝุ่น PM 2.5 ที่ต้องสูดดมทุกปี อากาศที่ร้อนขึ้นจนน่ากลัว
สังคม : การแข่งขันที่สูงปรี๊ด ตั้งแต่ยังไม่เข้าประถม ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
เรามักจะถามตัวเองว่า "เราอยากพาเขามาลำบากในโลกแบบนี้จริงๆ เหรอ?"
4. อิสระและการค้นหาความหมายของชีวิต
ผู้หญิงยุคนี้มีทางเลือกมากขึ้นค่ะ เราเก่งขึ้น หาเงินเองได้ และเราค้นพบว่า "ความสุข" ไม่จำเป็นต้องมาจากการทำหน้าที่แม่เสมอไป
การได้ไปเที่ยวรอบโลก
การได้เปย์ตัวเองด้วยของที่อยากได้
การได้นอนยาวๆ ในวันหยุดโดยไม่ต้องมีใครมาปลุก
สิ่งเหล่านี้คือ "รางวัล" ของการทำงานหนักที่เรายังไม่อยากเสียมันไป
บทสรุปจากใจ
การไม่มีลูกไม่ใช่การเห็นแก่ตัว แต่มันคือการ "รับผิดชอบ" ต่อชีวิตหนึ่งชีวิตที่เรายังไม่มั่นใจว่าจะดูแลเขาได้ดีที่สุดในมาตรฐานที่เราต้องการหรือเปล่า การที่ผู้หญิงเลือกที่จะไม่มีลูกในวันนี้ อาจเป็นการบอกว่าเราให้เกียรติ "ความเป็นแม่" มากเกินกว่าจะทำมันแบบขอไปทีก็ได้ค่ะ