( เห็นท่านนึงถามอยู่ใน กลุ่มชื่อ"ตึกรามบ้านช่อง" น่าสนใจขอเอามาเป็นกระทู้เลย )
- - -
อิแบบนี้ ทำได้ในบางเมือง ในบางประเทศครับ ( มีเมืองใดบ้างเดี๋ยวมาบอกตอนท้ายครับ )
แนวคิดนี้มาจากหลักการทางกฎหมายทรัพย์สินที่เรียกว่า Air Rights (สิทธิในทางอากาศ) หรือในทางผังเมืองจะใช้ระบบที่เรียกว่า Transferable Development Rights (TDR) หรือการโอนสิทธิการพัฒนา
- -
>หลักการของ Air Rights: ในสหรัฐอเมริกา การเป็นเจ้าของที่ดินไม่ได้หมายถึงแค่พื้นดิน แต่รวมถึง "อากาศ" ที่อยู่เหนือที่ดินนั้นขึ้นไปด้วย (ตามหลักที่ว่าเจ้าของที่ดินเป็นเจ้าของไปจนถึงสวรรค์และลงไปถึงบาดาล)
>ผังเมืองกับพื้นที่อากาศ (FAR): กฎหมายผังเมืองจะกำหนดว่าที่ดินแต่ละแปลงสามารถสร้างอาคารได้พื้นที่ใช้สอยสูงสุดเท่าไหร่ (Floor Area Ratio) หากเจ้าของตึกเตี้ย (เช่น ตึกสีดำในภาพ) สร้างตึกไม่ถึงความสูงสูงสุดที่กฎหมายกำหนด พื้นที่อากาศที่เหลืออยู่ด้านบนจะถือเป็น "สิทธิที่ยังไม่ได้ใช้"
>การซื้อขายอากาศ: กฎหมายนิวยอร์กอนุญาตให้เจ้าของตึกเตี้ย "ขาย" สิทธิในอากาศที่เหลืออยู่นี้ให้กับตึกที่อยู่ติดกันได้ เมื่อผู้พัฒนาตึกสูง (ตึกสีขาว) ซื้อ Air Rights มาแล้ว พวกเขาจึงมีสิทธิสร้างอาคารยื่นออกไป (Cantilever) ลอยอยู่เหนือตึกเตี้ยได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ตราบใดที่โครงสร้างแข็งแรงและไม่ได้ไปแตะต้องตัวตึกเดิมครับ
—- -
ในภาพนี้คือ New York ครับถามผู้รู้บอกว่า ใน USA ทำได้เกือบทุกรัฐ แต่นิยมจริงๆก็เฉพาะในเมืองที่อยู่กันหนาแน่น เช่น; NY, ชิคาโก , บอสตั้น , ลอสแอนเจลิส , ซานฟรานซิสโก , ซีแอตเทิล ( พูดชื่อมาเคยได้ยินชื่อกันมาหมดแล้วทั้งนั้น ) ส่วนนอก USA ก็มี โตเกียว , ลอนดอน , แวนตูเวอร์ , โตรอนโต้ , ซีดนีย์ , เมลเบิรน์ ( โห หวังว่า กทม. เราคงไม่เอากับเค้าบ้างนะครับ )
— -
พูดเรื่อง เหนือที่ดินแล้ว ถ้ามีเวลาจะมาต่อเรื่องใต้ที่ดิน ต่อครับ ซึ่งอันนี้ไม่ได้ไกลตัวเราเลย
— -
โปรดติดตามตอนต่อไป つづく
สถาปนิก ignite
-
photo credit : Wendy H Suwanphip
CR⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ https://www.facebook.com/ignitearch/photos/%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%AE%E0%B9%89%E0%B8%A2-%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%86-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B9%86-%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%99-%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%95%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2/1399534998872047/?set=a.559617112863844&http_ref=eyJ0cyI6MTc3NDA3ODcxNTAwMCwiciI6IiJ9
สร้างบ้าน🏠🏢 “ค้ำบนหัวบ้านเรา” แบบนี้ก็ได้หรอ?
- - -
อิแบบนี้ ทำได้ในบางเมือง ในบางประเทศครับ ( มีเมืองใดบ้างเดี๋ยวมาบอกตอนท้ายครับ )
แนวคิดนี้มาจากหลักการทางกฎหมายทรัพย์สินที่เรียกว่า Air Rights (สิทธิในทางอากาศ) หรือในทางผังเมืองจะใช้ระบบที่เรียกว่า Transferable Development Rights (TDR) หรือการโอนสิทธิการพัฒนา
- -
>หลักการของ Air Rights: ในสหรัฐอเมริกา การเป็นเจ้าของที่ดินไม่ได้หมายถึงแค่พื้นดิน แต่รวมถึง "อากาศ" ที่อยู่เหนือที่ดินนั้นขึ้นไปด้วย (ตามหลักที่ว่าเจ้าของที่ดินเป็นเจ้าของไปจนถึงสวรรค์และลงไปถึงบาดาล)
>ผังเมืองกับพื้นที่อากาศ (FAR): กฎหมายผังเมืองจะกำหนดว่าที่ดินแต่ละแปลงสามารถสร้างอาคารได้พื้นที่ใช้สอยสูงสุดเท่าไหร่ (Floor Area Ratio) หากเจ้าของตึกเตี้ย (เช่น ตึกสีดำในภาพ) สร้างตึกไม่ถึงความสูงสูงสุดที่กฎหมายกำหนด พื้นที่อากาศที่เหลืออยู่ด้านบนจะถือเป็น "สิทธิที่ยังไม่ได้ใช้"
>การซื้อขายอากาศ: กฎหมายนิวยอร์กอนุญาตให้เจ้าของตึกเตี้ย "ขาย" สิทธิในอากาศที่เหลืออยู่นี้ให้กับตึกที่อยู่ติดกันได้ เมื่อผู้พัฒนาตึกสูง (ตึกสีขาว) ซื้อ Air Rights มาแล้ว พวกเขาจึงมีสิทธิสร้างอาคารยื่นออกไป (Cantilever) ลอยอยู่เหนือตึกเตี้ยได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ตราบใดที่โครงสร้างแข็งแรงและไม่ได้ไปแตะต้องตัวตึกเดิมครับ
—- -
ในภาพนี้คือ New York ครับถามผู้รู้บอกว่า ใน USA ทำได้เกือบทุกรัฐ แต่นิยมจริงๆก็เฉพาะในเมืองที่อยู่กันหนาแน่น เช่น; NY, ชิคาโก , บอสตั้น , ลอสแอนเจลิส , ซานฟรานซิสโก , ซีแอตเทิล ( พูดชื่อมาเคยได้ยินชื่อกันมาหมดแล้วทั้งนั้น ) ส่วนนอก USA ก็มี โตเกียว , ลอนดอน , แวนตูเวอร์ , โตรอนโต้ , ซีดนีย์ , เมลเบิรน์ ( โห หวังว่า กทม. เราคงไม่เอากับเค้าบ้างนะครับ )
— -
พูดเรื่อง เหนือที่ดินแล้ว ถ้ามีเวลาจะมาต่อเรื่องใต้ที่ดิน ต่อครับ ซึ่งอันนี้ไม่ได้ไกลตัวเราเลย
— -
โปรดติดตามตอนต่อไป つづく
สถาปนิก ignite
-
photo credit : Wendy H Suwanphip
CR⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้