6 โรงกลั่นน้ำมันไทย อยู่ในมือใครบ้าง?

สำรวจเส้นทางน้ำมันแต่ละลิตร ก่อนถึงมือผู้บริโภค

     THE STANDARD WEALTH ชวนทำความรู้จัก 6 โรงกลั่นน้ำมันไทย ที่เป็นหัวใจความมั่นคงพลังงานท่ามกลางราคาน้ำมันโลกผันผวน
แต่ละวันทั้ง 6 โรงกลั่น จะมีกำลังผลิตรวมกว่า 175 ล้านลิตร ซึ่งจะผลิตครอบคลุมทั้งหมดไม่ใช่แค่น้ำมันเบนซิน ดีเซล ยังมีน้ำมันเครื่องบิน น้ำมันเตา และ LPG
     เส้นทางน้ำมัน 1 ลิตร ไม่ได้มาถึงเราตรงๆ แต่เริ่มจาก ‘โรงกลั่น’ ก่อนเข้าสู่ระบบกระจายสินค้า ผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ทำหน้าที่ผลิต/จัดหา เพื่อส่งต่อให้สถานีบริการแบรนด์ (ม.11) โดยตรง
     อีกเส้นทางผ่าน ‘มาตรา 10 (Jobber)’ ซึ่งจะกระจายต่อไปยังปั๊มรายย่อย ภาคอุตสาหกรรม ขนส่ง และเกษตรกร
กว่าจะถึงมือผู้บริโภค น้ำมันต้องผ่านหลายมือ สะท้อนโครงสร้างธุรกิจพลังงานไทยที่ซับซ้อนกว่าที่คิด


ทำความรู้จัก 6 โรงกลั่นน้ำมันไทย ที่เป็นหัวใจความมั่นคงพลังงานท่ามกลางราคาน้ำมันโลกผันผวน
 

6 โรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทย มีใครบ้าง
1.Thai Oil (TOP)
     กลุ่ม PTT อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เป็นโรงกลั่นใหญ่ที่สุดของไทย
2.IRPC
     กลุ่ม PTT จ.ระยอง
     เป็นทั้งโรงกลั่น + ปิโตรเคมีครบวงจร
3.PTT Global Chemical (PTTGC)
     กลุ่ม PTT จ.ระยอง
     เน้นการผลิตเชื่อมโรงกลั่นกับปิโตรเคมี
4.Bangchak Corporation (BCP)
     กลุ่ม บางจาก พระโขนง จ.กรุงเทพฯ 
     โรงกลั่นใกล้เมือง ใช้น้ำมันชีวภาพผสมด้วย และเป็นโรงกลั่นน้ำมันแบบ Complex Refinery และ High Value Specialty Products Refinery 
5.Star Petroleum Refining (SPRC)
     กลุ่ม เชฟรอน (สัญชาติอเมริกัน) จ.ระยอง
     เป็นโรงกลั่นขนาดใหญ่ เน้นผลิตน้ำมันสำเร็จรูป
6.SPRC เข้าซื้อธุรกิจปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ (Caltex) ในไทยมาบริหารจัดการเอง
     BSRC (เครือ Bangchak Corporation) อ.ศรีราชา ชลบุรี
     เป็นโรงกลั่นน้ำมันแบบ Complex Refinery เดิมเป็นของ ExxonMobil ปัจจุบันบางจากเข้าซื้อกิจการ

แต่ละวันทั้ง 6 โรงกลั่น จะมี กำลังผลิตรวมกว่า 175 ล้านลิตร/วัน ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศราวล้านบาเรลต่อวัน 
 

โดยทั้ง 6 โรงกลั่นจะผลิตครอบคลุมทั้งหมด ‘ไม่ได้ผลิตแค่น้ำมันเบนซิน ดีเซล’ แต่ยังมีการผลิตน้ำมันเครื่องบิน น้ำมันเตา และ LPG อื่นๆ เช่น ยางมะตอย น้ำมันหล่อลื่น อีกด้วย
 

ดังนั้น น้ำมัน 1 ลิตร ไม่ได้มาถึงเราตรงๆ แต่เริ่มจาก ‘โรงกลั่น’ ก่อนเข้าสู่ระบบกระจายสินค้า
 

     ต้องผ่าน ผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ทำหน้าที่ผลิต/จัดหา ส่งต่อให้สถานีบริการแบรนด์ (ม.11) โดยตรง อีกเส้นทางผ่าน ‘มาตรา 10 (Jobber)’ กระจายต่อไปยังปั๊มรายย่อย ภาคอุตสาหกรรม ขนส่ง และเกษตร
     โดยล่าสุด กรมธุรกิจพลังงานกำชับให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 เร่งบริหารจัดการสต็อกและกระจายน้ำมันผ่านเครือข่ายอย่างทั่วถึง รวมถึงให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ต้อง ‘รายงานข้อมูลการค้า’ และ ‘ราคา’ ต่อภาครัฐทุกวันเพื่อความโปร่งใสและป้องกันการกักตุน
โดยสรุป 
ไทย นำเข้า → กลั่น → กระจาย → Jobber/Wholesale / ขายผ่านปั๊ม → ผู้บริโภค
สูตรการคิดราคาน้ำมัน = น้ำมัน + ต้นทุนโลก + ภาษี/กองทุน + ค่าการตลาด + VAT
 ‘ภาษีและกองทุน’ จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ราคาหน้า ปั๊มสูงกว่าต้นทุนน้ำมันจริง
หากดูกราฟิก จะเห็นว่า กว่าจะถึงมือผู้บริโภค น้ำมันต้องผ่าน ‘หลายมือ’ สะท้อนโครงสร้างธุรกิจพลังงานไทยที่ ‘ซับซ้อน’ กว่าที่คิด
 

     อย่างไรก็ตาม ทั้ง 6 โรงกลั่นน้ำมัน ย้ำว่า สถานการณ์การผลิตและการจัดสรรน้ำมันเชื้อเพลิงปัจจุบัน บริษัทฯ ดำเนินการผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่อง เต็มกำลัง 
 

     พร้อมบริหารจัดการกำลังการผลิตและวัตถุดิบที่มีอยู่เต็มศักยภาพ กระจายถึงผู้บริโภค ภายใต้ข้อจำกัดจากสถานการณ์ของพลังงานโลกที่มีความผันผวน ขณะที่ นายกรัฐมนตรี ส่งสัญญาณชัดว่าจะปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันตามกลไกตลาด

ภาพ: ณัฏฐ์กานต์ ดวงมาตย์พล

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่