หลวง​ตามหา​บัวบอก​อะไร​ดับความโกรธ​และ​ความหลง​เชิญ​อ่ทนครับ

กระทู้คำถาม
“ราคา โทสะ ความหลง ระงับด้วยอะไร”

#ราคะ ดับด้วยน้ำอันใด  พระพุทธเจ้าทรงสอนให้ดับด้วยธรรมซึ่งเป็นคู่ปรับของกันและกัน  เช่น  #ให้ดับด้วยการพิจารณาอสุภะ  ปฏิกูลโสโครก และ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตาซึ่งมีประจำอยู่กับสิ่งที่จิตใจไปพัวพันหรือรักชอบ  เฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอสุภะ เรื่องปฏิกูลเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อไฟประเภทนี้

#โทสะ เกิดขึ้น  #พึงระงับด้วยความเมตตาหนึ่ง  ระงับด้วยการมองคนอื่นในแง่เหตุผลหนึ่ง  มองกันในแง่ให้อภัยหนึ่ง  มองกันในสมานัตตตา  ไม่ถือตัวหนึ่ง พิจารณาเรื่องราวที่ให้เกิดโทสะนั้นด้วยเหตุผลหนึ่ง  และย้อนเข้ามาดูตัวที่กำลังโกรธกำลังโมโหโทโสอยู่นั้น    คือ    ตัวพิษตัวภัยตัวไฟเผาลนจิตใจอยู่ในขณะนั้นก่อนอื่นที่จะลุกลาม

ไปไหม้ผู้อื่น ต้องไหม้ผู้โกรธผู้โมโหโทโสก่อนผู้อื่น  นี่เป็นจุดสำคัญ  ให้ดูที่จุดนี้ซึ่งเป็นจุดเกิดขึ้นแห่งภัย  คือ  โทสะหรือความโกรธ  เมื่อเห็นสิ่งเหล่านี้เป็นภัยก็ระงับดับกันที่ตรงนี้ด้วยอุบายวิธีการต่าง ๆ  ที่จะระงับดับมันได้

เช่นเดียวกับเราคิดในทางผิดมันเกิดโทสะขึ้นมา  ก็ให้เห็นว่าโทสะเป็นภัยแก่ตัวเราเอง  แล้วรีบระงับดับที่ตรงมันเกิด  คือ  เกิดที่จิตนั้น  ไม่ให้กระจายออกไปสู่ผู้อื่น

บางคราวคนอื่นไม่มีความผิด  แต่เราไปเข้าใจเสียเองว่าผู้นั้นมีความผิด หรือผู้นั้นมีอะไรแก่ตนทั้ง ๆ  ที่เขาไม่มีอะไรเลย  ก็เพราะความสำคัญของใจหลอกลวงตนเองให้เกิดโทสะขึ้นมา  เกิดความโกรธความแค้นขึ้นมาก็ได้  แม้จะมีผู้แสดงปฏิกิริยาอันเป็นความกระทบกระเทือน   ให้เกิดความโกรธความไม่พอใจขึ้นมาก็ตาม   ผู้ปฏิบัติธรรมไม่ควรไปมองในแง่นั้น  มองดูคนนั้น  มองเรื่องนั้น  คิดเรื่องนั้น  ให้มากยิ่งกว่าการย้อน
เข้ามาสู่จุดแห่งเหตุ  คือ  ตัวโทสะซึ่งเกิดขึ้นที่ใจ

ค้นคว้าหาเหตุผลหาผลแห่งความโกรธ ถือความโกรธเป็นจุดหมายหรือเป็นเป้า-หมายแห่งการพิจารณา  ถือตัวโกรธนั้นเป็นตัวโทษตัวภัยทีทำลายตนเองอยู่ในขณะนั้นแล้วระงับกันด้วยอุบายวิธีการต่าง ๆ  ไม่ยอมเคลื่อนคลาดจากจุดนั้นไปเลย  ความโมโหโทโสหรือความโกรธจะลุกลามไปไม่ได้  เมื่อสติความระลึกรู้ย้อนเข้าสู่จุดแห่งเหตุนั้น  ซึ่งเป็นจุดที่ถูกต้อง  ด้วยการพิจารณาโดยทางปัญญาจนความโมโหโทโสระงับลงด้วยอุบายนั้น ๆ  คราวต่อไปก็จับจุดที่เคยปฏิบัติได้ผลมาแล้วและพิจารณาระงับ
ลงได้เรื่อยไป

ส่วน #ความหลง นั้นเป็นสิ่งที่ลึกซึ้งละเอียดมาก  #มีแทรกอยู่กับกิเลสประเภทต่าง ๆ เต็มไปหมดไม่มีเว้น  เพราะเป็นประเภทซึมซาบละเอียดลออ  สามารถเข้าแทรกซึมได้ในกิเลสทุกประเภท  

เพราะฉะนั้น  เราจะยกออกมาพูดเฉพาะโมหะเสียทีเดียวก็ไม่ได้เช่น  ความโลภก็มีความหลงมาแทรก  ความโกรธก็มีความหลงมาแทรก  ความรักก็มีความหลงมาแทรก  ความชังก็มีความหลงมาแทรกทั้งนั้น  มันแทรกได้หมด  

#จึงระงับดับกันด้วยสติปัญญาอันแหลมคมเท่านั้น ที่จะให้โมหะนี้สิ้นสุดลงไปได้  อวิชชาได้สิ้นสุดลงไปจากจิตเมื่อใด  พึงทราบว่าเมื่อนั้นแหละ  โมหะอันสำคัญซึ่งเป็นรากเง่าของกิเลสทั้งหลายจึงจะสิ้นลงไป  หากอวิชชายังไม่สิ้นเมื่อไรโมหะก็ยังต้องมีอยู่  นั่นแหละรากแก้ว
จริง  ๆ ออกมาจากโมหะอวิชชา

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด

#วัดป่าบ้านตาดวัดเกษรศีลคุณ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่