จิตขั้นนี้คือขั้นใหน? สิ่งใด​มากระทบ! ​แล้ว​รู้เท่าทัน​🙏

องค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์โปรดคุณเพาพงา วรรธนะกุล ณ วัดป่าบ้านตาด เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๑๙

"ขันธ์ห้า(ชุดหัดตาย)"

"พระอัญญัตรภิกขุ ท่านกำลังสงสัยธรรมขั้นละเลียด จะไปทูลถามพระพุทธเจ้า

พอไปถึงใต้ถุนพระคันธกุฎี พอดีฝนตก ก็เลย

ยืนอยู่ที่ใต้ถุนนั้น สังเกตดูน้ำฝนที่ตกมาจากชายคา มากระทบน้ำที่พื้น แล้วเกิดตั้งเป็นต่อมเป็นฟองขึ้นมา...

ฟองน้ำตั้งขึ้นมาเท่าไร มันก็ดับไปแตกไป

ท่านก็พิจารณาเทียบเคียง กับสิ่งภายใน

คือ “สังขาร” ความคิดปรุง เพราะขั้นนี้

จิตจะพิจารณาเรื่อง “สังขาร”และ “สัญญา” ความปรุง และความสำคัญต่างๆ ของใจมาก

กว่าอย่างอื่น

.

ในเวลาน้ำตกลงมากระทบกัน

นอกจากมีความกระเพื่อมแล้ว...ก็ตั้งเป็นต่อม

ขึ้นมาเป็นฟองขึ้นมา แล้วดับไป ๆ

ท่านก็พิจารณาเทียบเคียงเข้าไปภายใน คือความคิดปรุงของจิต คิดดี คิดชั่ว

มีความเกิด ความดับเป็นคู่เคียงกันไปเป็นลำดับๆ เสร็จแล้ว...ก็กลายลงมาเป็นน้ำตามเดิม สังขารนี้เมื่อคิดปรุงเสร็จแล้ว...ก็ลงไปที่จิตตามเดิม

ท่านเลยบรรลุธรรมขั้นสูงสุดในสถานที่นั้นเอง พอบรรลุธรรมแล้วฝนก็หยุด ท่านก็กลับไปกุฎี ไม่ไปทูลถามพระพุทธเจ้าอีกเลย เพราะหมดข้อสงสัยแล้ว นั่น!

.

ธรรมของจริง เมื่อเข้าถึงจิตดวงใดแล้ว

จิตดวง นั้น...ย่อมหายสงสัยทันที แม้แต่จะไป

ทูลถามพระพุทธเจ้าอยู่แล้ว ก็ไม่ทูลถาม

เพราะหายสงสัยแล้ว หากจะไปทูลถามท่านๆ

ก็จะรับสั่งอย่างที่เข้าใจแล้วนั่นแหละ

ก็เลยหมดปัญหา

กลับไปกุฎีตามเดิม นี้เป็นตัวอย่างอันหนึ่ง

.

ผู้ปฏิบัติธรรมเมื่อก้าวถึงขั้น “ปัญญา”แล้ว

อยู่ที่ไหน ก็ฟังธรรมอยู่...ตลอดเวลา

มีอะไรมาสัมผัสก็พิจารณาเป็น “ธรรม” ทั้งสิ้น เพราะสิ่งที่มาสัมผัสเป็นเครื่องเตือนสติ

ให้ระลึกรู้ ปัญญาก็วิ่งตามทันที ๆ โดยอัตโนมัติ พิจารณาอย่างรวดเร็ว

ไม่ต้องถูกบังคับเหมือนขั้นเริ่มแรก

ซึ่งเป็นขั้น “หมูขึ้นบนเขียง แล้วไม่ยอมลง

ถ้าไม่ถูกสับให้แหลกเสียก่อน”

จิตขั้นนี้...

อะไรมากระทบย่อมรู้เท่าทัน พิจารณาเป็นอรรถเป็นธรรมทั้งสิ้น."
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่