“สมชัย” นำทีมทวงถามข้อมูล ปม กกต. แจ้งความดำเนินคดี 6 รายชื่อ
.
.
เลือกตั้ง 2569 : “สมชัย” นำทีมทวงถามข้อมูล ปม กกต. แจ้งความดำเนินคดี “อั้งยี่-ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่”
.
ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ,ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน ผู้เชี่ยวชาญด้าน Big Data, Fintech และ Digital Transformation และนายทรงพล เรืองสมุทร หัวหน้าช่างภาพ สื่อออนไลน์ SPACEBAR นัดหมายกันเดินทางมาเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม เพื่อสอบถามความชัดเจน
.
กรณีเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ตัวแทน กกต. เข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญา
.
ต่อมามีข่าวว่าให้ดำเนินคดีกับบุคคลรวม 6 ราย ในข้อหาความผิดฐานเป็น “อั้งยี่” หรือซ่องโจร , ข้อหาตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ , ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ของ กกต. , กระทำการเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกรัฐธรรมนูญ (ม.116)
.
ซึ่ง นายสมชัย และ ดร.ธรรม์ธีร์ เปิดเผยว่า การเดินทางมาครั้งนี้เพื่อต้องการความชัดเจนใน 2 ประเด็น คือ
.
1. ยืนยันตัวตนและข้อกล่าวหา ต้องการทราบว่าบุคคลทั้ง 6 ที่ปรากฏชื่อในข่าว ซึ่งรวมถึงพวกตนด้วย ถูกแจ้งความจริงหรือไม่ และข้อหาคืออะไรบ้าง พร้อมขอคัดสำเนาคำร้องเพื่อเตรียมต่อสู้คดี
.
2. ตรวจสอบที่มาของข้อมูลหลุด เนื่องจาก กกต. ไม่เคยแถลงชื่อผู้ถูกกล่าวหาอย่างเป็นทางการ แต่กลับมีรายชื่อหลุดไปยังสื่อมวลชนหลายสำนักตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 จึงต้องการคำยืนยันจากกองปราบว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้รั่วไหลมาจากพนักงานสอบสวน
.
ซึ่ง นายสมชัย ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า การจำลองการเลือกตั้งเป็นไปเพื่อชี้ให้เห็นจุดอ่อนของระบบบาร์โค้ด ที่อาจทำให้ความลับของประชาชนรั่วไหล ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงการเลือกตั้งในอนาคต ไม่ได้เป็นการเปิดเผยว่าใครเลือกใคร "เราไม่มีนิสัยทำอะไรแล้วไม่กล้ารับ และต้องการทราบว่าใครเป็นคนฟ้อง การปล่อยชื่อออกมาสู่สาธารณะโดยไม่มีการยืนยันจากหน่วยงานรัฐ ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงอย่างมาก" นายสมชัย กล่าว
.
.
สส.ปชน. ถามกู้เงินกองทุนน้ำมัน ช่วยนายทุนหรือประชาชน หลังค่าการกลั่น พุ่ง 3 เท่า
https://www.matichon.co.th/economy/news_5630621
.
สส.ปชน. ถามกู้เงินกองทุนน้ำมัน ช่วยนายทุนหรือประชาชน หลังค่าการกลั่น พุ่ง 3 เท่า
.
วันที่ 12 มีนาคม นาย
ศุภโชติ ไชยสัจ ส.ส.บํญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
.
กองทุนน้ำมันเป็นหนี้ รัฐบาลกำลังจะกู้เพื่อช่วยประชาชน หรือช่วยนายทุนพลังงานกันแน่?
.
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังผลักดันให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง หลายประเทศเริ่มเตรียมมาตรการรับมือผลกระทบด้านพลังงาน ขณะที่ประเทศไทย รัฐบาลเลือกใช้มาตรการ ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 15 วัน โดยใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาอุดหนุนราคา
.
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อัตราเงินอุดหนุนดีเซลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนแตะระดับเกือบ 17 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ภาระของกองทุนน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างมาก ฐานะกองทุนซึ่งเมื่อต้นเดือนยังเป็นบวกอยู่ กลับพลิกเป็น ติดลบภายในเวลาไม่นานและเริ่มมีการพูดถึงความเป็นไปได้ในการกู้เงิน หรือเพิ่มสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมัน เพื่อเดินหน้าตรึงราคาต่อไป
.
ถึงแม้มาตรการตรึงราคาน้ำมันย่อมช่วยลดแรงกดดันค่าครองชีพของประชาชนได้จริงในระยะสั้น แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มีคำถามสำคัญตามมาว่า เงินจากกองทุนน้ำมันที่กำลังถูกใช้ไปนั้นหลักพันล้านบาทต่อวันได้ถูกนำไปช่วยประชาชนเต็มที่จริง หรือกำลังถูกใช้เพื่อพยุงโครงสร้างราคาพลังงานที่เอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการบางกลุ่มด้วย โดยล่าสุดอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก็บ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถามในประเด็นนี้
.
เพราะถ้าเราไปดูกลุ่มผู้ค้าน้ำมันภายในประเทศที่มีโรงกลั่นน้ำมันเป็นของตัวเอง มีการคิดค่าการกลั่นเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ก่อนวิกฤตคิดแค่ ลิตรละ 2 บาท แต่พอเกิดวิกฤติกลับคิดค่ากลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็นลิตรละ 6 บาท เพิ่มขึ้น 3 เท่า ทั้ง ๆ ที่ น้ำมันที่เอามากลั่นช่วงนี้ ส่วนใหญ่เป็นน้ำมันที่จากสต็อกเก่าที่ซื้อไว้ก่อนหน้าทั้งนั้น ดังนั้น รัฐบาลควรคิดน้ำมันที่ลิตรละ 2 บาทเหมือนเดิมในกรณีที่ราคาน้ำมันยังเป็นของเก่า
.
คำถามคือในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเข้าสู่โหมดวิกฤตทางด้านราคาพลังงาน แต่รัฐบาลกลับยอมให้บริษัทพลังงานทั้งหลายตักตวงผลประโยชน์จากพี่น้องประชาชนอย่างนี้หรือ? ทั้ง ๆ ที่ถ้ามีการคิดค่าการกลั่นในราคาเท่าเดิม หรือคิดค่าน้ำมันที่อยู่ในสต็อกเก่าที่ลิตรละ 2 บาทตามเดิม ประเทศก็จะสามารถลดการพึ่งพาเงินจากกองทุนน้ำมันได้ถึงประมาณ 300 ล้านบาทต่อวัน
.
รัฐบาลควรจะยืนหยัดเพื่อประชาชน ใช้อำนาจเรียกบริษัทค้าน้ำมันต่าง ๆ ให้นำข้อมูลมากางว่ามีใครได้กำลังเอาเปรียบประชาชนในเวลานี้หรือไม่ ตั้งแต่ค่าการกลั่นน้ำมัน ค่าการตลาด หรือแม้แต่การลักลอบนำน้ำมันไปขายในอัตราที่สูงกว่าปกติเหมือนที่เราเห็นกับปั๊มรายย่อยหรือไม่
.
หากพบว่ามีการทำกำไรสูงผิดปกติจากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก รัฐบาลก็ควรพิจารณามาตรการที่หลายประเทศใช้ เช่น การจัดเก็บภาษีลาภลอย (windfall tax) จากผู้ประกอบการพลังงาน เพื่อนำเงินกลับมาช่วยลดภาระของประชาชน
.
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid02SJe8FzcQpiKPzHG7mhCjTvRvY7siwdtUEJTbzN22xrDm2GaomHdJ8H5LdaSvQWqXl&id=100091795283677
.
.
วิกฤตหนัก น้ำมันเริ่มขาดแคลน ปั๊มเล็ก-รายย่อย ปิดชั่วคราว ผู้ประกอบขานรับปิดปั๊ม 4 ทุ่ม
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10168289
.
พิจิตร วิกฤตหนัก น้ำมันเริ่มขาดแคลน ปั๊มเล็ก-รายย่อย ปิดชั่วคราว ชาวบ้าน-เกษตรกร แห่เติมปั๊มใหญ่ตัวเมือง ผู้ประกอบการยินดีขานรับนโยบายปิดปั๊ม 4 ทุ่ม
.
12 มีนาคม 2569 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี ผลพวงการสู้รบ ตะวันออกลาง กระทบวิกฤตพลังงานน้ำมันในประเทศไทน จากการตรวจสอบพบว่า ขณะนี้สถานีบริการน้ำมัน หรือปั๊มน้ำมันขนาดเล็ก และรายย่อย ในหมู่บ้าน ชุมชน ตำบล และอำเภอเล็กๆ หลายอำเภอ ต้องปิดการขายชั่วคราวหลายแห่ง
.
เนื่องจาก ไม่มีโควตาน้ำมันมาจำหน่ายให้ลูกค้า และในพื้นที่ห่างไกลปั๊มใหญ่หยุดส่งมาขายให้ปั๊มขนาดเล็ก และปั๊มขนาดย่อย รวมทั้งปั๊มสหกรณ์ เนื่องจากปั๊มขนาดใหญ่ต้องเฉลี่ยน้ำมันดีเซลให้ทั่วถึง และเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าประจำหน้าปั๊ม
.
รวมถึงลูกค้าส่วนราชการ ที่ต้องใช้ประจำ ตามที่กระทรวงพลังงานจำกัดการเติมน้ำมันไม่เกินวันละ 12,000 ลิตรต่อวัน ซึ่งปั๊มเล็กปั๊มย่อย ที่มีขายบ้างนั้น จะจำหน่ายน้ำมันดีเซลลิตรละ 38-39 บาท
.
ซึ่งผลกระทบดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านโดยเฉพาะภาคการเกษตร ต้องนำรถยนต์ บรรทุกภาชนะหรือแกลลอนขนาดเล็กมาซื้อน้ำมันดีเซล และกลุ่มโซฮออล์ในปั๊มขนาดใหญ่ในตัวเมืองพิจิตร เพื่อนำไปใช้ด้านการเกษตรให้เพียงพอ โดยขณะนี้กระทบวิกฤตขาดแคลนน้ำมันดีเซลเป็นบริเวณกว้าง
.
นาย
เมทา นิลทับ เกษตรกร อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ตนเองมีสวนผลไม้หลายไร่ แต่หาซื้อน้ำมันไม่ได้ เนื่องปั๊มปิดหมด ตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่โพธิ์ประทับช้าง
.
ซึ่งปั๊มน้ำมันทั้งขนาดกลาง ขนาดเล็ก รายย่อย และปั๊มสหกรณ์ฯ ต่างๆ ในพื้นที่อำเภอโพธิ์ประทับช้าง ในตำบลไผ่รอบ ตำบลไผ่ท่าโพ ตำบลทุ่งใหญ่ และตำบลใกล้เคียงนั้น ต่างปิดขายชั่วคราวกันหมด เนื่องจากน้ำมันไม่มีขาย โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลซึ่งตนองจึงต้องนำแกลลอนมาซื้อน้ำมันจากปั๊มบางจากขนาดใหญ่ในตัวเมืองพิจิตรไปทำการเกษตรใส่เครื่องตัดหญ้า ใส่เครื่องสูบน้ำทำสวน
.
นาย
ประจบ ก้อนแก้ว เกษตรกรชาวสวนส้มโอท่าข่อย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ขณะนี้ปั๊มน้ำมันดีเซลในหมู่บ้าน และพื้นที่รอบนอก งดจำหน่ายชั่วคราวแทบทุกปั๊ม โดยผู้ประกอบการระบุว่า ไม่มีน้ำมันขายให้
.
ซึ่งตนเองจึงต้องนำแกลลอนมาซื้อน้ำมันดีเซลในตัวเมืองพิจิตร เพื่อนำไปใส่รถไถนา และเครื่องสูบน้ำในช่วงฤดูแล้ว ยอมรับว่า น้ำมันช่วงนี้หายากมาก และถ้ามีในปั๊มเล็กๆก็แพง ลิตร 39 บาท ทั้งนี้ตนเอง ซื้อได้เพียง 500 บาทเท่านั้น เนื่องจากทางปั๊มจำกัดการเติมใส่แกลลอนได้ไม่เกิน500บาท
.
ด้าน นาง
กฤษดา นบพรสรวง ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน ถนนสระหลวง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ให้ข้อมูลว่า ตอนนี้ได้ปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวงพลังงานอย่างเคร่งคัด โดยจำกัดการจำหน่ายน้ำมันวันละไม่เกิน 12,000 ลิตรต่อวัน
.
โดยวันนี้ น้ำมันดีเซล จำกัดการเติม รถยนต์ขนาดเล็กเติมได้ไม่เกิน 1,000 บาทต่อคัน ส่วนรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ เติมได้ไม่เกิน 1,500 บาทต่อคัน และอนุโลมเติมใส่แกลลอนให้ไม่เกินรายละ 500 บาท
.
ส่วนกรณีที่รัฐบาลจะให้มีมาตรการปิดปั๊มหลัง 22.00 น. เพื่อประหยัดพลังงานนั้น ปั๊มยินดีให้ความร่วมมือทุกอย่าง ทั้งนี้จะได้แบ่งปันน้ำมันเชื้อเพลิงให้ทั่วถึง เพื่อให้มีใช้อย่างเพียงพอของลูกค้าต่อไป
JJNY : “สมชัย” นำทีมทวงถามข้อมูล│สส.ปชน.ถามช่วยนายทุนหรือปชช.│วิกฤตหนัก ปิดปั๊ม 4 ทุ่ม│ร้องอิหร่านยุติโจมตีเพื่อนบ้าน
.
สส.ปชน. ถามกู้เงินกองทุนน้ำมัน ช่วยนายทุนหรือประชาชน หลังค่าการกลั่น พุ่ง 3 เท่า
https://www.matichon.co.th/economy/news_5630621
.
สส.ปชน. ถามกู้เงินกองทุนน้ำมัน ช่วยนายทุนหรือประชาชน หลังค่าการกลั่น พุ่ง 3 เท่า
.
วันที่ 12 มีนาคม นายศุภโชติ ไชยสัจ ส.ส.บํญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
.
กองทุนน้ำมันเป็นหนี้ รัฐบาลกำลังจะกู้เพื่อช่วยประชาชน หรือช่วยนายทุนพลังงานกันแน่?
.
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังผลักดันให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง หลายประเทศเริ่มเตรียมมาตรการรับมือผลกระทบด้านพลังงาน ขณะที่ประเทศไทย รัฐบาลเลือกใช้มาตรการ ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 15 วัน โดยใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาอุดหนุนราคา
.
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อัตราเงินอุดหนุนดีเซลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนแตะระดับเกือบ 17 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ภาระของกองทุนน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างมาก ฐานะกองทุนซึ่งเมื่อต้นเดือนยังเป็นบวกอยู่ กลับพลิกเป็น ติดลบภายในเวลาไม่นานและเริ่มมีการพูดถึงความเป็นไปได้ในการกู้เงิน หรือเพิ่มสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมัน เพื่อเดินหน้าตรึงราคาต่อไป
.
ถึงแม้มาตรการตรึงราคาน้ำมันย่อมช่วยลดแรงกดดันค่าครองชีพของประชาชนได้จริงในระยะสั้น แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มีคำถามสำคัญตามมาว่า เงินจากกองทุนน้ำมันที่กำลังถูกใช้ไปนั้นหลักพันล้านบาทต่อวันได้ถูกนำไปช่วยประชาชนเต็มที่จริง หรือกำลังถูกใช้เพื่อพยุงโครงสร้างราคาพลังงานที่เอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการบางกลุ่มด้วย โดยล่าสุดอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก็บ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถามในประเด็นนี้
.
เพราะถ้าเราไปดูกลุ่มผู้ค้าน้ำมันภายในประเทศที่มีโรงกลั่นน้ำมันเป็นของตัวเอง มีการคิดค่าการกลั่นเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ก่อนวิกฤตคิดแค่ ลิตรละ 2 บาท แต่พอเกิดวิกฤติกลับคิดค่ากลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็นลิตรละ 6 บาท เพิ่มขึ้น 3 เท่า ทั้ง ๆ ที่ น้ำมันที่เอามากลั่นช่วงนี้ ส่วนใหญ่เป็นน้ำมันที่จากสต็อกเก่าที่ซื้อไว้ก่อนหน้าทั้งนั้น ดังนั้น รัฐบาลควรคิดน้ำมันที่ลิตรละ 2 บาทเหมือนเดิมในกรณีที่ราคาน้ำมันยังเป็นของเก่า
.
คำถามคือในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเข้าสู่โหมดวิกฤตทางด้านราคาพลังงาน แต่รัฐบาลกลับยอมให้บริษัทพลังงานทั้งหลายตักตวงผลประโยชน์จากพี่น้องประชาชนอย่างนี้หรือ? ทั้ง ๆ ที่ถ้ามีการคิดค่าการกลั่นในราคาเท่าเดิม หรือคิดค่าน้ำมันที่อยู่ในสต็อกเก่าที่ลิตรละ 2 บาทตามเดิม ประเทศก็จะสามารถลดการพึ่งพาเงินจากกองทุนน้ำมันได้ถึงประมาณ 300 ล้านบาทต่อวัน
.
รัฐบาลควรจะยืนหยัดเพื่อประชาชน ใช้อำนาจเรียกบริษัทค้าน้ำมันต่าง ๆ ให้นำข้อมูลมากางว่ามีใครได้กำลังเอาเปรียบประชาชนในเวลานี้หรือไม่ ตั้งแต่ค่าการกลั่นน้ำมัน ค่าการตลาด หรือแม้แต่การลักลอบนำน้ำมันไปขายในอัตราที่สูงกว่าปกติเหมือนที่เราเห็นกับปั๊มรายย่อยหรือไม่
.
หากพบว่ามีการทำกำไรสูงผิดปกติจากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก รัฐบาลก็ควรพิจารณามาตรการที่หลายประเทศใช้ เช่น การจัดเก็บภาษีลาภลอย (windfall tax) จากผู้ประกอบการพลังงาน เพื่อนำเงินกลับมาช่วยลดภาระของประชาชน
.
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid02SJe8FzcQpiKPzHG7mhCjTvRvY7siwdtUEJTbzN22xrDm2GaomHdJ8H5LdaSvQWqXl&id=100091795283677
.
.
วิกฤตหนัก น้ำมันเริ่มขาดแคลน ปั๊มเล็ก-รายย่อย ปิดชั่วคราว ผู้ประกอบขานรับปิดปั๊ม 4 ทุ่ม
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10168289
.
พิจิตร วิกฤตหนัก น้ำมันเริ่มขาดแคลน ปั๊มเล็ก-รายย่อย ปิดชั่วคราว ชาวบ้าน-เกษตรกร แห่เติมปั๊มใหญ่ตัวเมือง ผู้ประกอบการยินดีขานรับนโยบายปิดปั๊ม 4 ทุ่ม
.
12 มีนาคม 2569 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี ผลพวงการสู้รบ ตะวันออกลาง กระทบวิกฤตพลังงานน้ำมันในประเทศไทน จากการตรวจสอบพบว่า ขณะนี้สถานีบริการน้ำมัน หรือปั๊มน้ำมันขนาดเล็ก และรายย่อย ในหมู่บ้าน ชุมชน ตำบล และอำเภอเล็กๆ หลายอำเภอ ต้องปิดการขายชั่วคราวหลายแห่ง
.
เนื่องจาก ไม่มีโควตาน้ำมันมาจำหน่ายให้ลูกค้า และในพื้นที่ห่างไกลปั๊มใหญ่หยุดส่งมาขายให้ปั๊มขนาดเล็ก และปั๊มขนาดย่อย รวมทั้งปั๊มสหกรณ์ เนื่องจากปั๊มขนาดใหญ่ต้องเฉลี่ยน้ำมันดีเซลให้ทั่วถึง และเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าประจำหน้าปั๊ม
.
รวมถึงลูกค้าส่วนราชการ ที่ต้องใช้ประจำ ตามที่กระทรวงพลังงานจำกัดการเติมน้ำมันไม่เกินวันละ 12,000 ลิตรต่อวัน ซึ่งปั๊มเล็กปั๊มย่อย ที่มีขายบ้างนั้น จะจำหน่ายน้ำมันดีเซลลิตรละ 38-39 บาท
.
ซึ่งผลกระทบดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านโดยเฉพาะภาคการเกษตร ต้องนำรถยนต์ บรรทุกภาชนะหรือแกลลอนขนาดเล็กมาซื้อน้ำมันดีเซล และกลุ่มโซฮออล์ในปั๊มขนาดใหญ่ในตัวเมืองพิจิตร เพื่อนำไปใช้ด้านการเกษตรให้เพียงพอ โดยขณะนี้กระทบวิกฤตขาดแคลนน้ำมันดีเซลเป็นบริเวณกว้าง
.
นายเมทา นิลทับ เกษตรกร อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ตนเองมีสวนผลไม้หลายไร่ แต่หาซื้อน้ำมันไม่ได้ เนื่องปั๊มปิดหมด ตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่โพธิ์ประทับช้าง
.
ซึ่งปั๊มน้ำมันทั้งขนาดกลาง ขนาดเล็ก รายย่อย และปั๊มสหกรณ์ฯ ต่างๆ ในพื้นที่อำเภอโพธิ์ประทับช้าง ในตำบลไผ่รอบ ตำบลไผ่ท่าโพ ตำบลทุ่งใหญ่ และตำบลใกล้เคียงนั้น ต่างปิดขายชั่วคราวกันหมด เนื่องจากน้ำมันไม่มีขาย โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลซึ่งตนองจึงต้องนำแกลลอนมาซื้อน้ำมันจากปั๊มบางจากขนาดใหญ่ในตัวเมืองพิจิตรไปทำการเกษตรใส่เครื่องตัดหญ้า ใส่เครื่องสูบน้ำทำสวน
.
นายประจบ ก้อนแก้ว เกษตรกรชาวสวนส้มโอท่าข่อย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ขณะนี้ปั๊มน้ำมันดีเซลในหมู่บ้าน และพื้นที่รอบนอก งดจำหน่ายชั่วคราวแทบทุกปั๊ม โดยผู้ประกอบการระบุว่า ไม่มีน้ำมันขายให้
.
ซึ่งตนเองจึงต้องนำแกลลอนมาซื้อน้ำมันดีเซลในตัวเมืองพิจิตร เพื่อนำไปใส่รถไถนา และเครื่องสูบน้ำในช่วงฤดูแล้ว ยอมรับว่า น้ำมันช่วงนี้หายากมาก และถ้ามีในปั๊มเล็กๆก็แพง ลิตร 39 บาท ทั้งนี้ตนเอง ซื้อได้เพียง 500 บาทเท่านั้น เนื่องจากทางปั๊มจำกัดการเติมใส่แกลลอนได้ไม่เกิน500บาท
.
ด้าน นางกฤษดา นบพรสรวง ผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน ถนนสระหลวง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ให้ข้อมูลว่า ตอนนี้ได้ปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวงพลังงานอย่างเคร่งคัด โดยจำกัดการจำหน่ายน้ำมันวันละไม่เกิน 12,000 ลิตรต่อวัน
.
โดยวันนี้ น้ำมันดีเซล จำกัดการเติม รถยนต์ขนาดเล็กเติมได้ไม่เกิน 1,000 บาทต่อคัน ส่วนรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ เติมได้ไม่เกิน 1,500 บาทต่อคัน และอนุโลมเติมใส่แกลลอนให้ไม่เกินรายละ 500 บาท
.
ส่วนกรณีที่รัฐบาลจะให้มีมาตรการปิดปั๊มหลัง 22.00 น. เพื่อประหยัดพลังงานนั้น ปั๊มยินดีให้ความร่วมมือทุกอย่าง ทั้งนี้จะได้แบ่งปันน้ำมันเชื้อเพลิงให้ทั่วถึง เพื่อให้มีใช้อย่างเพียงพอของลูกค้าต่อไป