ราคาน้ำมัน 1 ลิตร เราจ่ายค่าอะไรไปบ้าง?

หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน กำลังอยู่ในสภาวะตึงเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงจนคนทั่วโลกได้รับผลกระทบไปตาม ๆ กัน ขณะที่ประเทศไทย รัฐบาลได้ออกมาตรการ "ตรึงราคาน้ำมัน" ดีเซลไม่เกิน 29.94 บาทต่อลิตร ถึงวันที่ 16 มีนาคม 2569 เป็นเวลา 15 วัน เพื่อลดภาระค่าครองชีพ โดยหลังครบกำหนดจะมีการประชุมพิจารณาแนวโน้มการปรับขึ้นราคาแบบขั้นบันได โดยอาจเริ่มในวันที่ 17 มีนาคม 2569 หากราคาน้ำมันโลกยังสูงต่อเนื่อง
.
คำถามที่น่าสนใจต่อมาก็คือ ในน้ำมัน 1 ลิตรที่ราคาผันผวนไปตามข่าวสงครามนั้น เรากำลังจ่ายเป็นค่า 'เนื้อน้ำมัน' ที่เดินทางมาจากตะวันออกกลางจริง ๆ เท่าไหร่? และจ่ายเป็นค่าภาษีหรือกองทุนในประเทศไปอีกเท่าไหร่? วันนี้เราจะมาผ่าโครงสร้างราคาน้ำมัน 1 ลิตร เพื่อดูว่าในยามที่โลกเผชิญวิกฤตพลังงาน โครงสร้างราคาของไทยรับแรงกระแทกเอาไว้อย่างไรบ้าง
.
      โครงสร้าง 'ราคาน้ำมัน' 1 ลิตร เราจ่ายค่าอะไรบ้าง?
.
      ราคาเนื้อน้ำมัน (หน้าโรงกลั่น) อ้างอิงราคาตามตลาดกลางภูมิภาคเอเชีย คิดเป็น 40-60%

      ภาษีที่จัดเก็บโดยรัฐ (ประกอบไปด้วย ภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาล และภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพื่อนำมาใช้เป็นงบประมาณในการพัฒนาประเทศ คิดเป็น 30-40%

      กองทุนพลังงานต่าง ๆ (ประกอบไปด้วย กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ, กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก) คิดเป็น 5-20%

      ค่าการตลาด สำหรับการจัดการคลังน้ำมันของธุรกิจค้าปลีกทั้งระบบ คิดเป็น 10-18%
.
จากโครงสร้างราคาน้ำมันดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ในน้ำมัน 1 ลิตร ปัจจุบันเราจ่ายค่าเนื้อน้ำมันจริง ๆ เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 29-30 บาท เศษที่เหลือจะเป็นภาษีและค่ากองทุนต่าง ๆ ซึ่งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงนี้เองที่คอย "ตรึง" ราคาน้ำมันขายปลีกดีเซลไว้ที่ไม่เกิน 29.94 บาท/ลิตร และเพื่อให้เราเติมดีเซลในราคาไม่ถึง 30 บาท กองทุนฯ ต้องควักเงินอุดหนุน (ชดเชย) ให้ถึง 18.31 บาทต่อลิตร กล่าวคือ ถ้าไม่มีกองทุนน้ำมัน พวกเราอาจได้เห็นราคาน้ำมันดีเซล 50 บาท/ลิตรหน้าปั๊มแล้ว
.
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 15 มีนาคม 2569 สถานะสุทธิของกองทุนน้ำมันฯ พลิกกลับมา ติดลบ 12,605 ล้านบาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าสาเหตุหลักมาจากการอุ้มราคาน้ำมันดีเซลและบัญชีก๊าซหุงต้มหรือ LPG ที่ติดลบสะสมหนักถึง 37,621 ล้านบาท ดังนั้นในช่วงที่การตรึงราคาน้ำมันสิ้นสุดลง ประชาชนทุกคนต้องมาลุ้นกันต่อไปว่า ราคาน้ำมันจะพุ่งไปสูงสุดที่ตรงไหน



เรื่อง : กนกวรรณ เชียงตันติ์
ภาพ : มณฑล ชลสุข
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่