ประวัติและที่มาของ "ตุ๊กตุ๊ก" หรือ รถสามล้อในประเทศไทย
รถตุ๊กตุ๊กไม่ได้เป็นเพียงแค่ยานพาหนะ แต่เป็นหนึ่งใน "สัญลักษณ์" (Icon) ของประเทศไทยที่คนทั่วโลกจดจำได้ทันที
แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วน้องไม่ได้มีต้นกำเนิดมาจากไทยร้อยเปอร์เซ็นต์นะ
จุดเริ่มต้น จาก "สามล้อถีบ" สู่ "เครื่องยนต์"
ยุคสามล้อถีบ (พ.ศ. 2476)
รถสามล้อเริ่มแรกในไทยคือ "สามล้อถีบ" ประดิษฐ์โดย เลื่อน พงษ์โสภณ โดยนำจักรยานมาดัดแปลงติดที่นั่ง ซึ่งแพร่หลายมากในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
การเข้ามาของเครื่องยนต์ (พ.ศ. 2503) เมื่อเมืองขยายตัวขึ้น การถีบอาจจะไม่ทันใจ รัฐบาลไทยจึงเริ่มนำเข้ารถสามล้อเครื่องจากต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่นำเข้ามาจาก ประเทศญี่ปุ่น (ยี่ห้อที่คุ้นหูที่สุดคือ Daihatsu รุ่น Midget DK) เพื่อนำมาใช้แทนที่รถสามล้อถีบที่เริ่มถูกจำกัดในเขตกรุงเทพฯ
ที่มาของชื่อ "ตุ๊กตุ๊ก"
คำว่า "ตุ๊กตุ๊ก" เป็นคำเลียนเสียงธรรมชาติ
ในสมัยก่อน รถสามล้อเครื่องเหล่านี้ใช้เครื่องยนต์ 2 จังหวะ เวลาสตาร์ทหรือวิ่งจะมีเสียงดัง "ตุ๊ก...ตุ๊ก...ตุ๊ก...ตุ๊ก..." ออกมาจากท่อไอเสีย
ชาวต่างชาติที่มาเที่ยวได้ยินก็เรียกตามเสียงนั้นจนติดปาก และกลายเป็นชื่อสากลที่ใช้เรียกกันมาจนถึงปัจจุบัน
การพัฒนาสู่ "เอกลักษณ์ไทย"
แม้ต้นกำเนิดเครื่องยนต์จะมาจากญี่ปุ่น แต่รูปลักษณ์ที่เราเห็นในปัจจุบันคือ ฝีมือคนไทย ล้วนๆ
ช่างไทยได้นำโครงสร้างเดิมมาดัดแปลง ทั้งการต่อเติมหลังคา ใส่ลวดลาย สีสันที่ฉูดฉาด และการปรับแต่งเครื่องยนต์ให้เหมาะกับสภาพถนนและการใช้งานในไทย
ย่านที่มีชื่อเสียงในการประกอบรถตุ๊กตุ๊กในสมัยก่อนคือแถวสะพานขาว ซึ่งเป็นแหล่งรวมช่างฝีมือที่สร้างสรรค์รถตุ๊กตุ๊กทรงหน้ากบที่เราคุ้นตา
ปัจจุบันรถตุ๊กตุ๊กไม่ได้มีไว้แค่รับจ้างทั่วไป แต่กลายเป็น Soft Power ปรากฏอยู่ในหนัง Hollywood, มิวสิควิดีโอ และชุดประจำชาติบนเวที Miss Universe
นวัตกรรมใหม่ มีการเปลี่ยนจากเครื่องยนต์น้ำมันมาเป็น ตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า (e-Tuk Tuk) เพื่อลดมลพิษและเสียงรบกวน แต่ยังคงรูปลักษณ์คลาสสิกเอาไว้
เกร็ดน่ารู้
รถสามล้อในแต่ละจังหวัดมีหน้าตาไม่เหมือนกันนะ เช่น สามล้อถีบเมืองเชียงใหม่ หรือ รถตุ๊กตุ๊กหน้ากบที่จังหวัดอยุธยา ซึ่งยังคงรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมของรถรุ่นแรกๆ เอาไว้ได้อย่างดี
รู้ไว้ใช่ว่า ไม่ต้องแบกไม่ต้องหาม ; ประวัติและที่มาของ "รถตุ๊กตุ๊ก" หรือ รถสามล้อในประเทศไทย