เมื่อห่วงโซ่อุปทานถูกปิด ทำลายไป ปัญหาย่อมเกิดเป็นโดมิโน่ ล้มพังครืนลง .. ใครรู้ตัวทีหลัง อาจจะหมดตัวได้
ไม่ว่าอุตสาหกรรมรถ ชิป ดาต้าเซนเตอร์ การผลิตพืชผลการเกษตรไม่รอด
ถ้า "ช่องแคบฮอร์มุซ" ถูกปิดนานกว่านี้ สิ่งที่โลกต้องกังวลอาจมีมากกว่า "น้ำมัน"
แต่อาจเป็น
การสะดุด " ลูกโซ่ " ของอุตสาหกรรมทั่วโลก
1) อุตสาหกรรมกำมะถัน (Sulfur) กำมะถันกว่า 92% ของโลก มาจากกระบวนการกลั่นน้ำมันและก๊าซ
หากการผลิตพลังงานสะดุด การผลิตสารเคมีพื้นฐานของโลกก็จะสะดุดทันที
ซึ่งจะลามไปถึง -----> 2) การผลิตโลหะสำคัญ ทองแดง และ โคบอลต์ การสกัดโลหะเหล่านี้ต้องใช้ Sulfuric Acid
ที่มาจากกำมะถัน หากกำมะถันสะดุด การผลิต Copper และ Cobalt ก็จะสะดุดตาม ซึ่งโลหะทั้งสองเป็นวัตถุดิบ
สำคัญของอุตสาหกรรมพลังงานและเทคโนโลยี
ซึ่งจะลามไปถึง -----> 3) อุตสาหกรรม EV และโครงสร้างไฟฟ้าโลก ทองแดงและโคบอลต์เป็นหัวใจของ
ระบบพลังงานสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น แบตเตอรี่รถ EV หม้อแปลงไฟฟ้า สายส่งไฟฟ้า และโครงสร้างระบบพลังงาน
หากโลหะเหล่านี้ขาดแคลน การผลิตระบบพลังงานของโลกก็จะเริ่มสะดุด
ซึ่งจะลามไปถึง -----> 4) อุตสาหกรรมการผลิตชิป TSMC อาจได้รับผลกระทบหนักจากการที่ ไต้หวันต้องพึ่งพาไฟฟ้า
ผ่าน LNG จากช่องแคบฮอร์มุซ โดยบริษัทที่ผลิตชิปขั้นสูงของโลกอย่าง TSMC ใช้ไฟฟ้าเกือบ 9% ของทั้งไต้หวัน
หากพลังงานสะดุด อุตสาหกรรมชิปโลกก็อาจสะดุดไปด้วย
ซึ่งจะลามไปถึง -----> 5) อุตสาหกรรม Data Center และโครงสร้าง AI โลกกำลังลงทุนสร้าง Data Center
และโครงสร้าง AI จำนวนมหาศาล ซึ่งต้องพึ่งพาทั้ง ชิปขั้นสูง ระบบไฟฟ้า และสารเคมีพื้นฐานจากอุตสาหกรรมกำมะถัน
หากห่วงโซ่เหล่านี้สะดุด โครงสร้าง AI ของโลกก็อาจสะดุดตาม
ซึ่งการขาดไฟฟ้ายังอาจลามไปถึง -----> ุ6) ห่วงโซ่อาหารโลกทั่วโลกด้วย ประมาณ 33% ของวัตถุดิบปุ๋ยไนโตรเจนโลก
ต้องพึ่งพา feedstock ที่เชื่อมโยงกับเส้นทางพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากพลังงานสะดุด การผลิตปุ๋ยก็สะดุด
และสุดท้ายอาจกระทบต่อ ผลผลิตอาหารของโลก --------------------------- ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า โลกกำลังพึ่งพา
“จุดคอขวดเดียว” อย่างช่องแคบฮอร์มุซ มากกว่าแค่เรื่องน้ำมัน เ
พราะที่นี่ คือ คอขวดของ พลังงาน เคมี เทคโนโลยี
และอาหารของโลก หากจุดนี้สะดุด ผลกระทบอาจลามไปทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจโลก

ที่มา
#สงคราม #อิหร่าน #ตะวันออกกลาง
ปิดช่องแคบฮอร์มุซ มันไม่ใช่แค่ .. น้ำมันดิบแล้ว นะ
ไม่ว่าอุตสาหกรรมรถ ชิป ดาต้าเซนเตอร์ การผลิตพืชผลการเกษตรไม่รอด
ถ้า "ช่องแคบฮอร์มุซ" ถูกปิดนานกว่านี้ สิ่งที่โลกต้องกังวลอาจมีมากกว่า "น้ำมัน"
แต่อาจเป็นการสะดุด " ลูกโซ่ " ของอุตสาหกรรมทั่วโลก
1) อุตสาหกรรมกำมะถัน (Sulfur) กำมะถันกว่า 92% ของโลก มาจากกระบวนการกลั่นน้ำมันและก๊าซ
หากการผลิตพลังงานสะดุด การผลิตสารเคมีพื้นฐานของโลกก็จะสะดุดทันที
ซึ่งจะลามไปถึง -----> 2) การผลิตโลหะสำคัญ ทองแดง และ โคบอลต์ การสกัดโลหะเหล่านี้ต้องใช้ Sulfuric Acid
ที่มาจากกำมะถัน หากกำมะถันสะดุด การผลิต Copper และ Cobalt ก็จะสะดุดตาม ซึ่งโลหะทั้งสองเป็นวัตถุดิบ
สำคัญของอุตสาหกรรมพลังงานและเทคโนโลยี
ซึ่งจะลามไปถึง -----> 3) อุตสาหกรรม EV และโครงสร้างไฟฟ้าโลก ทองแดงและโคบอลต์เป็นหัวใจของ
ระบบพลังงานสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น แบตเตอรี่รถ EV หม้อแปลงไฟฟ้า สายส่งไฟฟ้า และโครงสร้างระบบพลังงาน
หากโลหะเหล่านี้ขาดแคลน การผลิตระบบพลังงานของโลกก็จะเริ่มสะดุด
ซึ่งจะลามไปถึง -----> 4) อุตสาหกรรมการผลิตชิป TSMC อาจได้รับผลกระทบหนักจากการที่ ไต้หวันต้องพึ่งพาไฟฟ้า
ผ่าน LNG จากช่องแคบฮอร์มุซ โดยบริษัทที่ผลิตชิปขั้นสูงของโลกอย่าง TSMC ใช้ไฟฟ้าเกือบ 9% ของทั้งไต้หวัน
หากพลังงานสะดุด อุตสาหกรรมชิปโลกก็อาจสะดุดไปด้วย
ซึ่งจะลามไปถึง -----> 5) อุตสาหกรรม Data Center และโครงสร้าง AI โลกกำลังลงทุนสร้าง Data Center
และโครงสร้าง AI จำนวนมหาศาล ซึ่งต้องพึ่งพาทั้ง ชิปขั้นสูง ระบบไฟฟ้า และสารเคมีพื้นฐานจากอุตสาหกรรมกำมะถัน
หากห่วงโซ่เหล่านี้สะดุด โครงสร้าง AI ของโลกก็อาจสะดุดตาม
ซึ่งการขาดไฟฟ้ายังอาจลามไปถึง -----> ุ6) ห่วงโซ่อาหารโลกทั่วโลกด้วย ประมาณ 33% ของวัตถุดิบปุ๋ยไนโตรเจนโลก
ต้องพึ่งพา feedstock ที่เชื่อมโยงกับเส้นทางพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากพลังงานสะดุด การผลิตปุ๋ยก็สะดุด
และสุดท้ายอาจกระทบต่อ ผลผลิตอาหารของโลก --------------------------- ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า โลกกำลังพึ่งพา
“จุดคอขวดเดียว” อย่างช่องแคบฮอร์มุซ มากกว่าแค่เรื่องน้ำมัน เพราะที่นี่ คือ คอขวดของ พลังงาน เคมี เทคโนโลยี
และอาหารของโลก หากจุดนี้สะดุด ผลกระทบอาจลามไปทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจโลก
ที่มา
#สงคราม #อิหร่าน #ตะวันออกกลาง