เลือดกำเดาไหลบ่อย' อย่าปล่อยไว้ สัญญาณอันตรายต่อสุขภาพ

เลือดกำเดาไหลบ่อย' อย่าปล่อยไว้ สัญญาณอันตรายต่อสุขภาพ

อากาศร้อนจัด ทำให้เลือดกำเดาไหลได้บ่อย เพราะความร้อนทำให้เส้นเลือดฝอยในโพรงจมูกขยายตัวและแตกง่าย โดยเฉพาะเมื่อเยื่อบุจมูกแห้ง ซึ่งเลือดกำเดาไหล หลายคนอาจจะรู้สึกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก  แต่จริงๆ แล้ว หากเลือดกำเดาไหลบ่อย มากกว่า 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ อาจเป็นสัญญาณของโรคความดันโลหิตสูง, เนื้องอกในโพรงจมูก, โรคเลือด, หรือผลข้างเคียงจากยาต้านการแข็งตัวของเลือด ควรพบแพทย์หู คอ จมูก (ENT) ทันทีหากเลือดไหลไม่หยุดเกิน 10-15 นาที, เลือดออกมากผิดปกติ, หรือมีอาการหูอื้อร่วมด้วย
.
ก่อนอื่นเรามารู้จักว่า "เลือดกำเดาไหล" คืออะไร  ซึ่งเลือดกำเดาไหลเป็นศัพท์ทางการแพทย์ที่ใช้เรียกอาการเลือดกำเดาไหล เลือดกำเดาไหลหมายถึงการสูญเสียเลือดจากเนื้อเยื่อที่บุอยู่ภายในจมูก ซึ่ง อาจเกิดขึ้นที่รูจมูกข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง โดยปกติแล้วมักจะเกิดขึ้นกับรูจมูกเพียงข้างเดียว
.
จมูกของคุณมีเส้นเลือดฝอย เล็กๆ จำนวนมาก เส้นเลือดเหล่านี้ช่วยทำให้อากาศที่คุณหายใจเข้าไปอุ่นและชุ่มชื้น แต่เนื่องจากเส้นเลือดเหล่านี้อยู่ใกล้กับผิวด้านในของจมูก เมื่ออากาศเคลื่อนผ่านจมูก อาจทำให้เส้นเลือดแห้งและระคายเคือง ทำให้เส้นเลือดบาดเจ็บหรือแตกได้ง่าย ส่งผลให้เลือดกำเดาไหล
.
ประมาณ6 ใน 10 คนจะเคยมีเลือดกำเดาไหลอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต เลือดกำเดาไหลส่วนใหญ่มักไม่รุนแรงและหายได้เองที่บ้าน แต่ถ้าเลือดไหลมากหรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย (เช่น อาเจียนหรือหายใจลำบาก) ควรไปห้องฉุกเฉิน
.
📌 ประเภทของเลือดกำเดาไหล
.
เลือดกำเดาไหลมีสองประเภทหลักๆ ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจะอธิบายประเภทเหล่านั้นตามตำแหน่งที่เลือดไหลออกมา
.
◾ เลือดกำเดาไหลด้านหน้า
.
เลือดกำเดาไหลชนิดด้านหน้า เริ่มต้นจากด้านหน้าของจมูก บริเวณส่วนล่างของผนังกั้นจมูกที่แยกจมูกทั้งสองข้างออกจากกัน (ผนังกั้นจมูก) เส้นเลือดฝอยและหลอดเลือดขนาดเล็กในบริเวณด้านหน้าของจมูกนั้นบอบบางและแตกง่าย ทำให้เลือดไหลออกมาได้ นี่เป็นเลือดกำเดาไหลชนิดที่พบบ่อยที่สุดและโดยทั่วไปไม่ร้ายแรง คุณสามารถรักษาเลือดกำเดาไหลชนิดนี้ได้เองที่บ้าน
.
◾ เลือดกำเดาไหลจากด้านหลัง
.
เลือดกำเดาไหลชนิดหลังจมูกเกิดขึ้นลึกเข้าไปในจมูก เกิดจากการที่เส้นเลือดขนาดใหญ่ในส่วนหลังของจมูกใกล้กับลำคอมีเลือดออก อาจทำให้เลือดไหลออกมามากและไหลลงไปที่ด้านหลังลำคอได้ คุณอาจต้องไปพบแพทย์ทันทีหากเกิดเลือดกำเดาไหลชนิดนี้
.
📌 สาเหตุของอาการเลือดกำเดาไหลบ่อย
.
เลือดกำเดาไหล (Epistaxis) เป็นภาวะที่มีเลือดไหลออกทางโพรงจมูกข้างเดียว หรือทั้ง 2 ข้าง มีสาเหตุได้หลายอย่าง ดังนี้
.
◾ การเกิดแผลในโพรงจมูกจากการแคะ แกะ เกา ขยี้จมูก การเอาทิชชูเข้าไปเช็ดข้างใน หรือสั่งน้ำมูกแรงๆ
◾ จมูกได้รับอุบัติเหตุ หรือการกระแทกอย่างรุนแรง หรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในจมูก
◾โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) ที่ควบคุมไม่ดี หรือภาวะหลอดเลือดแข็งตัว (Atherosclerosis) ส่งผลให้เส้นเลือดใหญ่ในโพรงจมูกด้านหลังเปราะแตก กรณีนี้มักมีเลือดออกปริมาณมาก และในบางรายอาจต้องผ่าตัดฉุกเฉิน โดยการส่องกล้องจี้ไฟฟ้าเพื่อหยุดหลอดเลือดที่แตกโดยตรง (Endoscopic Sphenopalatine Artery Ligation)
◾ อากาศเย็นและแห้ง ทำให้เยื่อบุจมูกแห้งและบวม ส่งผลให้มีเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบและเลือดออกได้
◾ สภาพอากาศร้อนส่งผลให้เส้นเลือดบริเวณเยื่อบุจมูกขยายตัวและเปราะแตกได้
◾ โรคจมูกและไซนัสอักเสบทั้งเฉียบพลันและเรื้อรัง สามารถทำให้เยื่อบุบวม ขยายและมีเลือดออกได้
◾ การมีเนื้องอก มะเร็งโพรงจมูกและไซนัส หรือมะเร็งหลังโพรงจมูก อาจทำให้เลือดกำเดาไหลออกหน้าจมูก หรือลงคอได้ หลายคนมีอาการร่วมกับคัดจมูกข้างเดียว หูอื้อ ปวดศีรษะ หรือใบหน้าบวมผิดรูปร่วมด้วย
◾ ผู้ป่วยมีโรคที่ส่งผลให้การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ หรือรับประทานยาต้านเกล็ดเลือด
◾ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น การตั้งครรภ์ มักส่งผลให้เส้นเลือดขยายตัว เปราะแตกง่าย และมีการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
◾ การใช้ยาพ่นจมูก หยอดจมูก หรือล้างจมูกไม่ถูกวิธี
◾ โรคหรือภาวะที่มีเส้นเลือดผิดปกติ เช่น Ateriovenous Malforation และ Hereditary Hemorrhagic Telangiectasia
.
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่