งานวิจัยเผย การเคี้ยว 'หมากฝรั่ง' เพียง 1 ชิ้น
มีโอกาสได้รับ 'ไมโครพลาสติก' มากถึง 600 ชิ้นต่อกรัม
.
ชอบเคี้ยวหมากฝรั่งกันบ้างหรือเปล่า บางคนเคี้ยวเพื่อให้ปากหอม บางคนเคี้ยวแก้ง่วง บางคนต้องเคี้ยวหลังกินข้าว บางคนเคี้ยวเพราะเชื่อว่ามันจะกระตุ้นสมอง เพิ่มความจำ และลดความเครียดระหว่างการทำงาน แต่เชื่อหรือไม่ว่า การเคี้ยวหมากฝรั่ง 1 ชิ้นอาจทำให้เรามี 'ไมโครพลาสติก' เข้าสู่ร่างกายได้มากถึง 600 ชิ้นต่อกรัมได้เลยนะ
.
นี่คือผลลัพธ์จากงานวิจัยขั้นต้นชิ้นหนึ่งในเดือนมีนาคม 2568 ของ 'สมาคมเคมีอเมริกัน (American Chemical Society)' ที่ทำการศึกษาเรื่องไมโครพลาสติกในหมากฝรั่ง จากสมมติฐานที่ว่า "หมากฝรั่งสังเคราะห์จะมีไมโครพลาสติกมากกว่าหมากฝรั่งธรรมชาติ" เนื่องจากหมากฝรั่งสังเคราะห์ทำมาจากพลาสติกประเภทหนึ่ง ในขณะที่หมากฝรั่งธรรมชาติจะใช้พอลิเมอร์จากพืช ซึ่งน่าจะมีปริมาณไมโครพลาสติกน้อยกว่า โดยวิธีการทดลองคือ การให้ผู้ร่วมทดลองเพียงคนเดียว เคี้ยวหมากฝรั่ง 10 ยี่ห้อ ยี่ห้อละ 7 ชิ้น แบ่งเป็นหมากฝรั่งสังเคราะห์ 5 ยี่ห้อ และหมากฝรั่งธรรมชาติ 5 ยี่ห้อ โดยให้เคี้ยวยี่ห้อละ 4 นาที และเก็บตัวอย่างน้ำลายทุก ๆ 30 วินาทีแล้วค่อยคายทิ้ง พร้อมบ้วนปากให้สะอาดอีกครั้ง
.
ผลการวิจัยที่น่าสนใจข้อแรกคือ ไม่ว่าจะเป็นหมากฝรั่งสังเคราะห์หรือหมากฝรั่งธรรมชาติ ทั้งคู่มีปริมาณไมโครพลาสติกหลงเหลือในน้ำลายในจำนวนค่อนข้างใกล้เคียงกัน กล่าวคือ จากการวัดปริมาณไมโครพลาสติกที่หลงเหลือในตัวอย่างน้ำลายที่ถูกย้อมด้วยสีแดง และนับจำนวนด้วยกล้องจุลทรรศน์ พบว่า ในหมากฝรั่ง 1 กรัม จะมีจำนวนไมโครพลาสติกประมาณ 600 ชิ้นต่อกรัม ซึ่งโดยปกติแล้วหมากฝรั่ง 1 ชิ้นจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 1-6 กรัม นั่นแปลว่าในหมากฝรั่ง 1 ชิ้น จะพบปริมาณไมโครพลาสติกประมาณ 3,000 ชิ้น และถ้าอนุมานต่อว่า คนหนึ่งคนเคี้ยวหมากฝรั่ง 160-180 ชิ้นต่อปี เขาหรือเธอคนนั้นจะมีสิทธิ์ได้รับไมโครพลาสติกวนเวียนอยู่ในร่างกายสูงถึง 30,000 ชิ้นได้เลยทีเดียว
.
อ่านมาจนถึงตรงนี้ก็อย่าเพิ่งตื่นตระหนกอะไรไปก่อน เพราะ 'ซานเจย์ โมฮันตี' (Sanjay Mohanty) หนึ่งในผู้วิจัยไม่ได้ต้องการให้ใครตื่นตระหนกเช่นนั้น เพราะเขาก็กล่าวเช่นกันว่า จนถึงตอนนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถทราบได้ว่าไมโครพลาสติกจะเป็นอันตรายต่อเราโดยตรงได้หรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ คือ เรามีสิทธิ์จะรับไมโครพลาสติกจากสิ่งนี้ เราเลยทำการทดลองครั้งนี้ขึ้นมา
.
แล้วถ้าเรารู้ว่าในหมากฝรั่งมีจำนวนไมโครพลาสติกมากขนาดนี้ เราควรทำอย่างไรต่อไป
.
'โอลิเวอร์ โจนส์' (Oliver Jones) ศาสตราจารย์ด้านเคมีจากมหาวิทยาลัยรอยัลเมลเบิร์นอินสติทิวต์ออฟเทคโนโลยี ประเทศออสเตรเลีย ที่แม้ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยในครั้งนี้ มองว่าเราอาจไม่จำเป็นต้องหยุดเคี้ยว หรือหยุดซื้อหมากฝรั่งตั้งแต่วันนี้แต่อย่างใด เพราะส่วนใหญ่แล้วไมโครพลาสติกจะเคลื่อนผ่านร่างกายของเราโดยไม่ส่งผลกระทบใด ๆ มากนัก และจริง ๆ ปริมาณที่เราได้รับต่อหมากฝรั่งเพียงไม่กี่ชิ้นอาจไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับร่างกายของเรามากมายเท่ากับสินค้าอื่น ๆ บนเชลฟ์ร้านสะดวกซื้อที่อาจมีไมโครพลาสติกมากกว่าด้วยซ้ำ
.
แต่ถ้าอ่านบทความนี้แล้วอยากทำอะไรสักอย่าง หากซื้อหมากฝรั่งเคี้ยวเป็นประจำอยูแล้ว อาจจะลองเคี้ยวหมากฝรั่งชิ้นเดิมให้นานขึ้น เพราะไมโครพลาสติกในชิ้นหมากฝรั่งส่วนใหญ่จะถูกปล่อยออกมาในน้ำลายแค่ 1-2 นาทีแรกเท่านั้น ไม่ใช่แค่รอให้หมดรสชาติแล้วคายทิ้ง แต่ขอให้เคี้ยวเพื่อใช้ประโยชน์จากยางให้เพียงพอ แบบไม่ต้องเคี้ยวหมากฝรั่งชิ้นต่อไปทันทีก็พอจะช่วยอะไรได้อยู่บ้าง ที่สำคัญที่สุด อย่าลืมคายหมากฝรั่งทิ้งให้ถูกที่ด้วยล่ะ
.
เรื่อง : ศุภณัฐ เลิศรักษ์กุล
ภาพ : มณฑล ชลสุข
----------
งานวิจัยเผย การเคี้ยว 'หมากฝรั่ง' เพียง 1 ชิ้น มีโอกาสได้รับ 'ไมโครพลาสติก' มากถึง 600 ชิ้นต่อกรัม
มีโอกาสได้รับ 'ไมโครพลาสติก' มากถึง 600 ชิ้นต่อกรัม
.
ชอบเคี้ยวหมากฝรั่งกันบ้างหรือเปล่า บางคนเคี้ยวเพื่อให้ปากหอม บางคนเคี้ยวแก้ง่วง บางคนต้องเคี้ยวหลังกินข้าว บางคนเคี้ยวเพราะเชื่อว่ามันจะกระตุ้นสมอง เพิ่มความจำ และลดความเครียดระหว่างการทำงาน แต่เชื่อหรือไม่ว่า การเคี้ยวหมากฝรั่ง 1 ชิ้นอาจทำให้เรามี 'ไมโครพลาสติก' เข้าสู่ร่างกายได้มากถึง 600 ชิ้นต่อกรัมได้เลยนะ
.
นี่คือผลลัพธ์จากงานวิจัยขั้นต้นชิ้นหนึ่งในเดือนมีนาคม 2568 ของ 'สมาคมเคมีอเมริกัน (American Chemical Society)' ที่ทำการศึกษาเรื่องไมโครพลาสติกในหมากฝรั่ง จากสมมติฐานที่ว่า "หมากฝรั่งสังเคราะห์จะมีไมโครพลาสติกมากกว่าหมากฝรั่งธรรมชาติ" เนื่องจากหมากฝรั่งสังเคราะห์ทำมาจากพลาสติกประเภทหนึ่ง ในขณะที่หมากฝรั่งธรรมชาติจะใช้พอลิเมอร์จากพืช ซึ่งน่าจะมีปริมาณไมโครพลาสติกน้อยกว่า โดยวิธีการทดลองคือ การให้ผู้ร่วมทดลองเพียงคนเดียว เคี้ยวหมากฝรั่ง 10 ยี่ห้อ ยี่ห้อละ 7 ชิ้น แบ่งเป็นหมากฝรั่งสังเคราะห์ 5 ยี่ห้อ และหมากฝรั่งธรรมชาติ 5 ยี่ห้อ โดยให้เคี้ยวยี่ห้อละ 4 นาที และเก็บตัวอย่างน้ำลายทุก ๆ 30 วินาทีแล้วค่อยคายทิ้ง พร้อมบ้วนปากให้สะอาดอีกครั้ง
.
ผลการวิจัยที่น่าสนใจข้อแรกคือ ไม่ว่าจะเป็นหมากฝรั่งสังเคราะห์หรือหมากฝรั่งธรรมชาติ ทั้งคู่มีปริมาณไมโครพลาสติกหลงเหลือในน้ำลายในจำนวนค่อนข้างใกล้เคียงกัน กล่าวคือ จากการวัดปริมาณไมโครพลาสติกที่หลงเหลือในตัวอย่างน้ำลายที่ถูกย้อมด้วยสีแดง และนับจำนวนด้วยกล้องจุลทรรศน์ พบว่า ในหมากฝรั่ง 1 กรัม จะมีจำนวนไมโครพลาสติกประมาณ 600 ชิ้นต่อกรัม ซึ่งโดยปกติแล้วหมากฝรั่ง 1 ชิ้นจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 1-6 กรัม นั่นแปลว่าในหมากฝรั่ง 1 ชิ้น จะพบปริมาณไมโครพลาสติกประมาณ 3,000 ชิ้น และถ้าอนุมานต่อว่า คนหนึ่งคนเคี้ยวหมากฝรั่ง 160-180 ชิ้นต่อปี เขาหรือเธอคนนั้นจะมีสิทธิ์ได้รับไมโครพลาสติกวนเวียนอยู่ในร่างกายสูงถึง 30,000 ชิ้นได้เลยทีเดียว
.
อ่านมาจนถึงตรงนี้ก็อย่าเพิ่งตื่นตระหนกอะไรไปก่อน เพราะ 'ซานเจย์ โมฮันตี' (Sanjay Mohanty) หนึ่งในผู้วิจัยไม่ได้ต้องการให้ใครตื่นตระหนกเช่นนั้น เพราะเขาก็กล่าวเช่นกันว่า จนถึงตอนนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถทราบได้ว่าไมโครพลาสติกจะเป็นอันตรายต่อเราโดยตรงได้หรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ คือ เรามีสิทธิ์จะรับไมโครพลาสติกจากสิ่งนี้ เราเลยทำการทดลองครั้งนี้ขึ้นมา
.
แล้วถ้าเรารู้ว่าในหมากฝรั่งมีจำนวนไมโครพลาสติกมากขนาดนี้ เราควรทำอย่างไรต่อไป
.
'โอลิเวอร์ โจนส์' (Oliver Jones) ศาสตราจารย์ด้านเคมีจากมหาวิทยาลัยรอยัลเมลเบิร์นอินสติทิวต์ออฟเทคโนโลยี ประเทศออสเตรเลีย ที่แม้ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยในครั้งนี้ มองว่าเราอาจไม่จำเป็นต้องหยุดเคี้ยว หรือหยุดซื้อหมากฝรั่งตั้งแต่วันนี้แต่อย่างใด เพราะส่วนใหญ่แล้วไมโครพลาสติกจะเคลื่อนผ่านร่างกายของเราโดยไม่ส่งผลกระทบใด ๆ มากนัก และจริง ๆ ปริมาณที่เราได้รับต่อหมากฝรั่งเพียงไม่กี่ชิ้นอาจไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับร่างกายของเรามากมายเท่ากับสินค้าอื่น ๆ บนเชลฟ์ร้านสะดวกซื้อที่อาจมีไมโครพลาสติกมากกว่าด้วยซ้ำ
.
แต่ถ้าอ่านบทความนี้แล้วอยากทำอะไรสักอย่าง หากซื้อหมากฝรั่งเคี้ยวเป็นประจำอยูแล้ว อาจจะลองเคี้ยวหมากฝรั่งชิ้นเดิมให้นานขึ้น เพราะไมโครพลาสติกในชิ้นหมากฝรั่งส่วนใหญ่จะถูกปล่อยออกมาในน้ำลายแค่ 1-2 นาทีแรกเท่านั้น ไม่ใช่แค่รอให้หมดรสชาติแล้วคายทิ้ง แต่ขอให้เคี้ยวเพื่อใช้ประโยชน์จากยางให้เพียงพอ แบบไม่ต้องเคี้ยวหมากฝรั่งชิ้นต่อไปทันทีก็พอจะช่วยอะไรได้อยู่บ้าง ที่สำคัญที่สุด อย่าลืมคายหมากฝรั่งทิ้งให้ถูกที่ด้วยล่ะ
.
เรื่อง : ศุภณัฐ เลิศรักษ์กุล
ภาพ : มณฑล ชลสุข
----------