เริ่มจากหนูมีลูกอ่อน 2 คนเลยทำงานในบ้าน ทำอาหารขายเดริเวอรี่ 24 ชม. วันนึงได้ 10 กว่าบิล เงินพันนิดๆ
ก่อนซื้อบ้าน เราคุยกะเพื่อนบ้านแล้ว ว่าเราทำอาชีพอะไร โอเคไหม พอตกลงแล้ว เราเลยซื้อบ้าน
อยู่มา 1 ปี ลูกคนโต 2 ขวบ คนเล็ก 4 เดือน เราพึ่งคลอด งานเราต้องทำ เงินเราต้องหา แต่ข้างบ้าน(คนต้นตอ)มีเงินเดือน มีฐานะ ใหญ่โตพอควร ขอที่กลับรถครึ่งนึงปลูกต้นไม้ จนเหลือที่กลับรถอีกไม่มาก เราก็ให้เขาเองด้วยแม้เราจะลำบากเรื่องการกลับรถก็ตาม แต่เรายอมเพราะเห็นเป็นเพื่อนบ้านกันต้องอยู่กันไปอีกนาน เราไม่อยากมีปัญหากับใคร
คนต้นตอทำงานราชการ (บ้านเขาติดกล้องส่องมาบ้านเรา) เขาเข้าบ้านนั้นออกบ้านนี้เผื่อหาแนวร่วมเรื่องยื่นฟ้องบ้านเรา
คนต้นตอ มาหาเราบอกว่ามีคนไม่พอใจเรื่องรถไรเดอร์ ที่ขับเข้ามาเสียงดัง และคุยกันในยามวิการ เขาเลยบอกให้เราจัดการเรื่องนี้ เขาเน้นว่ามาพูดแทนคนอื่น(แต่เรารู้ว่าเขาคือคนเริ่มเรื่องทั้งหมด) เราก็บอกได้ ให้เขากำหนดเวลามาว่าให้ถึงเท่าไหร่ เขาบอก 5 ทุ่ม เราเลยแจ้งไรเดอร์ว่า 5ทุ่มเป็นต้นไปรอหน้าหมู่บ้าน เรายอมออกรถไฟฟ้าเผื่อขับไปส่งอาหารหน้าหมู่บ้าน ผ่านไปยังไม่ถึงเดือนเรานึกว่าทุกอย่างจะจบแต่มันพึ่งเริ่มเรื่อง
เพื่อนบ้านหลังที่ 3 โมโหมาจากไหนไม่รู้แต่มาลงที่บ้านเรา แม้กระทั่งใบไม้ที่บ้านเราปลิวไปบ้านเขา แม้เสียงรถไรเดอร์ในเวลา 2 ทุ่มที่เขาได้ยินแล้วไม่พอใจ และแล้วก็ได้เวลาเกิดเรื่องขึ้น
การฟ้องร้องครั้ง 1 เรื่อง
1.เสียงรถไรเดอร์ยามวิการ มีหลงเหลือบ้างวันละคันถึง2คัน
2.เรื่องล้างของหน้าบ้าน แล้วน้ำไหลไปหา(คนต้นตอ)
3.เรื่องการตากผ้า ที่ไปในพื้นที่คนอื่น (ก็คือบ้านหลังที่ 3 บอกให้เราเอาผ้าไปตากหน้าบ้านเขาได้ตอนเขาไม่อยู่ พอเราทำ เขากลับยื่นว่าเราผิด) ก็ผิดที่เราเองที่เชื่อในคำพูดเขา แล้วไปตาก
เทศบาลขนคนมา 2 รถตู้เกือบ 20 คนได้ มารุมว่าเรา มารุมเตือนเราสารพัด เราบอกเรื่องไรเดอร์เราปรับแล้ว และจะพยายามไม่ให้มีหลุดมาอีก เรื่องล้างของจากรูปที่ดูมาจาก(บ้านต้นตอ)ล้างจานไม่กี่ใบ โดยแม่เราเอง เราบอกว่ามันเป็นทางน้ำ ล้างก็ไม่ได้ล้างอะไรมากมายเลย ถ้ามีปัญหามากเดี๋ยวจะทำที่ระบายน้ำในบ้านเขตบ้านตัวเองให้ เราถามกลับบ้านอื่นที่รถน้ำต้นไม้และไหลมาบ้านเราล่ะ แบบนี้เขาผิดไหม เขาบอกไม่ผิดเพราะไม่ได้มีใครไปร้องเรียนอะไร สรุปง่ายๆอะไรที่มาจากบ้านเราคือผิดทั้งหมด เรื่องตากผ้าก็ไม่เคยไปตากอีกแล้วตั้งแต่ที่เขาไม่พอใจเรื่องใบไม้ นี่คือสิ่งที่เราพูด เราพูดความจริงทุกอย่าง แต่เขาบอกเราเถียงพวกเขา 20 คนนั้น เอิ่ม กูตัวคนเดียวเนอะ แค่พูดอะไรไปนี่คือผิดเฉย จะถ่ายรูปก็ไม่ได้ โทรศัพท์ก็ไม่ได้พกไป อยู่ๆก็บุกกันมาที่บ้านก่อนกลับทางเทศบาลบอกให้เราทำถังดักไขมัน ปล่องควัน และซื้อถังดับเพลิง เราใช้เงินเก็บแทบจะทั้งหมดที่เรามีจัดการให้เขาจนเรียบร้อย
พอตกเย็นวันที่เทศบาลมาเราเลยไปหาเพื่อนบ้านและถามว่าต้องการอะไรอีกให้ปรับอะไรอีกถึงจะพอใจกันไม่มีปัญหา เขา(คนต้นตอ)ก็ตอบว่าเขาไม่รู้เรื่องเขาไม่เกี่ยว เราเลยก้มกราบแทบเท้าเขาไปหลายครั้งและคิดว่าการทำแบบนี้มันจะจบทุกอย่าง
การฟ้องร้องครั้งที่ 2 เรื่อง
1.รถไรเดอร์ (ที่นานๆ 3-4 วันจะมีหลงมาสักคัน) แต่เขาส่งรูปไปยื่นฟ้องในเวลาตี 2:45 นาที รูปมาจากบ้านหลังที่ 2
2.การฉี่ข้างบ้าน (รูปมาจากบ้านต้นตอ) และบ้านหลังที่ 2 เป็นรูปพ่อเราเอง แต่พ่อเราฉี่ใส่กรวย เพราะพ่อเราเป็นเบาหวานเลยฉี่บ่อย ในรูปเป็นภาพหันหลังไม่เห็นกรวย เขากลับบอกว่าพ่อเราฉี่จนสร้างความเดือดร้อนให้จมูกพวกเขา เฮ้อ
เราเลยอธิบายเรื่องการฉี่ว่าเราใส่กรวยไม่ได้ฉี่ที่พื้น และรถrider มันก็ไม่ได้มีมาเยอะ มันก็ต้องมีบ้างที่หลุดเข้ามาบ้างเพราะไรเดอร์บางคนเขาก็ไม่ได้สนใจในปัญหาของเรา มันไม่ใช่เรื่องของเขาที่ต้องปฏิบัติตาม ความจริงมาคุยกันก็ได้อะไรก็ยื่นฟ้องๆ เขาก็บอกว่าเราเถียงเขาไม่ฟังเขาเรื่องมันถึงไม่จบไม่สิ้น เฮ้อ เราหมดคำจะพูด ก่อนกลับบอกว่าเราต้องขายถึงแค่23:00 น เท่านั้นเพราะกลิ่นรบกวนบ้านอื่น เราก็เลยบอกว่าแล้วจะให้ทำปล่องควันทำไมเงินก็หมดแล้วให้ขายถึง 23:00 น หนูจะเอาเงินที่ไหนใช้วันๆนึงได้เงินไม่ถึง 1,000 บาทจะมาเอาอะไรกับเรานักหนา เทศบาลก็ตอบว่าเขาไม่รับรู้เขาเป็นแค่คนกลางที่มาพูดแทนคนยื่นเรื่อง เราเลยถามเขาว่าขอเวลาเพิ่มเป็นเที่ยงคืนได้ไหมหรือต้องการให้ไปเช่าที่ขายข้างนอกยังไงคุยกัน เขาบอกว่าเดี๋ยวเขาให้ไปไกล่เกลี่ย
จนวันนักไกล่เกลี่ย คนยื่นฟ้องไม่มีใครมาสักคน มีแค่เราไป เขาพูดว่า
เรื่องรถไรเดอร์ เราปรับหรือยัง เราตอบว่าปรับแล้วเดือนนี้ทั้งเดือนยังไม่มีเข้ามา
เรื่องล้างของ เราปรับหรือยัง เราตอบว่าปรับแล้วทำที่ระบายน้ำหน้าบ้านตัวเองแล้ว
และเขาพูดว่า แล้วก็มีเรื่องที่เขาแจ้งเพิ่มเข้ามา ว่าพ่อเราทอดลูกชิ้นที่หน้าบ้าน เราบอกว่าทอดจริง วันนึง 2-3 ครั้ง เขาก็บอกว่ากลิ่นรบกวนเพื่อนบ้าน ให้ไปปรับ เคปรับก็ปรับในเมื่อกลัวกลิ่นลูกชิ้นกัน ก็จะไม่ทอด
แล้วเรื่องปล่องควัน ถามว่าเราทำหรือยัง ทำก่อนวันที่พี่จะมาลงตรวจครั้งก่อน 2 วัน แล้วเรื่องท่อระบายน้ำล่ะว่าไง
เราตอบว่าเขามาตรวจแล้ว เขาให้เราขุดเอง เขาถามแล้วเรื่องถึงไหนแล้ว เราตอบว่าไม่รู้พี่ไปดูในระบบหน่วยงานของพี่ได้ไหม เขาไม่พอใจเรามาก บอกว่าเรากวนเขา ไม่อยากจบใช่ไหม พูดแบบนี้จะไม่จบหรอ อ่าว ตอนนั้นเราหน้าเสียมากว่าเราพูดไรผิด ก็ในเมื่อเราไม่รู้ระบบข้อมูลของพวกเขาเราคิดว่าเขาจะมีข้อมูลที่เชื่อมต่อค้นหากันได้ในเทศบาล เราไม่มีเจตนาเลยสักนิดที่จะกวนเลย เขาก็บอกว่าเราอ่ะหลายรอบแล้วนะที่เถียงเขา ส่วนใหญ่ที่พูดที่เเจ้งคือความจริงของเราทั้งนั้น แต่พูดไรไปเราก็ผิดอ่ะ พอเราไม่รู้ก็ให้เราไปศึกษาดู เออค่ะเราโง่เราผิดเอง แก้และปรับทุกอย่างให้ค่ะ
สรุปเราถามต่อเรื่องขอเวลาจาก 5 ทุ่มเป็นเที่ยงคืน เขาพูดว่า ใครบอก 5 ทุ่ม 3 ทุ่มครับ อ่าวพี่บอกหนูจริงๆ 5 ทุ่มวันที่มาครั้งก่อน 3 ทุ่มครับอย่าเถียง ค่ะ 3 ก็ 3 (จะได้จบ) เราก็ไม่ขอต่อเวลาอะไรแล้ว เพราะเราตัดสินใจจบปัญหาทุกอย่าง และขอให้มันจบจริง
ทุกวันนี้เราเครียดมากแค่ต้องเลี้ยงลูกถึง 2 คนเราก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้วเวลานอนยังไม่มีบางวันไม่เคยได้กินข้าวทำไมข้าราชการมีเงินเดือนมีหน้าที่การงานที่ดีต้องมาเอาเรื่องกับเราด้วย มีชีวิตเรามันยังแย่ไม่พอหรอหรือเขามองว่าเราสุขสบายหรอ ทำไมต้องใช้อำนาจที่มีมาทำกับคนไม่มีปัญญาสู้แบบนี้ เราเคยคิดฆ่าตัวตายหลายครั้งและลงมือทำไปแล้วก็หลายครั้งแต่เราก็ต้องกลับมาต้องสู้ต่อเพราะลูกของเรา ขนาดมีเราอยู่เขายังโดนขนาดนี้ (ลูกเราไปหน้าบ้านเขาเขาก็มากวาดพื้นหน้าบ้านกวาดแรงๆให้ขี้ดินขี้นกมันปลิวไปโดนลูกเรา)แล้วถ้าเราตายไปลูกเราจะเป็นยังไง ทำไมไม่มีความเห็นใจกันบ้าง จะย้ายออกก็ไม่ได้เพราะซื้อบ้านแล้ว โพสขายก็ยังขายไม่ได้ ล่าสุดเราไปเช่าที่เผื่อขายของข้างนอก เรายอมจ่ายในราคาเช่าบ้านเผื่อจะจบปัญหา แต่เราไม่รู้เลยว่าจะมีเรื่องอะไรเข้ามาอีก
หมู่บ้านเราติดถนนใหญ่ค่ะ ซอยเดียวกับเรามีการปล่อยห้องเช่า โดยนักศึกษาหลายคนก็ขับรถตอนดึกๆเหมือนกัน เราอยู่ซอยแรกของหมู่บ้าน เราปล่อยขายหลังนี้แล้วแต่ยังขายไม่ออก (ใครสนใจบ้านติดต่อได้นะคะ ราคา ล้านห้า) เราเช่าที่ขายข้างนอกแล้วเพื่อจบปัญหา เราไม่สามารถไปเช่าบ้านอยู่ที่อื่นเพิ่มได้ ด้วยการผ่อนบ้าน 6000/เดือน เช่าที่ขายของที่เพิ่มมา 3500/เดือน ยังไม่รวมหนี้สินอื่นๆ และลูกเราอีก 2 คน รายจ่ายเรามากมาย บางวันรายรับไม่มีสักบาทเลยก็มี ทุกวันนี้ร้านเราแทบจะดังไปทุกจุด เพราะการบุกเข้ามาอย่างมากมายของเทศบาล ไปที่ไหนใครก็ถาม เราต้องเข้มแข็งต่อหน้าทุกคน แต่ต้องมาร้องให้อยู่ทุกวัน เพื่อนบ้านเจอเราเขามีความสุขมาก ยิ่งวันไหนมีการฟ้องร้องไปเพิ่ม เขายิ่งร้องเพลงอย่างชอบใจ เราอยู่ในบ้านก็ไม่ร้อง พอเราออกมาก็ร้อง ขายบ้านได้เมื่อไหร่เราจะออกไปทันทีอย่างที่พวกเขาต้องการ
ในรูปภาพเราแอบถ่ายตอนที่เขาหันหลังให้ กลุ่มแรกกลับแล้ว อันนี้คือกลุ่มรถตู้คันท้ายเท่านั้น คิดดูผู้หญิงคนนึงที่มีลูกอ่อนด้วย กับพวกเขา เกือบ 20 คน ที่มาบอกว่าเราไม่ยอม ต่อต้านเขา เฮ้อ เหนื่อยค่ะ หมดคำจะพูด ไม่มีลูกนะเราคงตายไปแล้วจริงๆ
ผิดอยู่บ้านเดียว
ก่อนซื้อบ้าน เราคุยกะเพื่อนบ้านแล้ว ว่าเราทำอาชีพอะไร โอเคไหม พอตกลงแล้ว เราเลยซื้อบ้าน
อยู่มา 1 ปี ลูกคนโต 2 ขวบ คนเล็ก 4 เดือน เราพึ่งคลอด งานเราต้องทำ เงินเราต้องหา แต่ข้างบ้าน(คนต้นตอ)มีเงินเดือน มีฐานะ ใหญ่โตพอควร ขอที่กลับรถครึ่งนึงปลูกต้นไม้ จนเหลือที่กลับรถอีกไม่มาก เราก็ให้เขาเองด้วยแม้เราจะลำบากเรื่องการกลับรถก็ตาม แต่เรายอมเพราะเห็นเป็นเพื่อนบ้านกันต้องอยู่กันไปอีกนาน เราไม่อยากมีปัญหากับใคร
คนต้นตอทำงานราชการ (บ้านเขาติดกล้องส่องมาบ้านเรา) เขาเข้าบ้านนั้นออกบ้านนี้เผื่อหาแนวร่วมเรื่องยื่นฟ้องบ้านเรา
คนต้นตอ มาหาเราบอกว่ามีคนไม่พอใจเรื่องรถไรเดอร์ ที่ขับเข้ามาเสียงดัง และคุยกันในยามวิการ เขาเลยบอกให้เราจัดการเรื่องนี้ เขาเน้นว่ามาพูดแทนคนอื่น(แต่เรารู้ว่าเขาคือคนเริ่มเรื่องทั้งหมด) เราก็บอกได้ ให้เขากำหนดเวลามาว่าให้ถึงเท่าไหร่ เขาบอก 5 ทุ่ม เราเลยแจ้งไรเดอร์ว่า 5ทุ่มเป็นต้นไปรอหน้าหมู่บ้าน เรายอมออกรถไฟฟ้าเผื่อขับไปส่งอาหารหน้าหมู่บ้าน ผ่านไปยังไม่ถึงเดือนเรานึกว่าทุกอย่างจะจบแต่มันพึ่งเริ่มเรื่อง
เพื่อนบ้านหลังที่ 3 โมโหมาจากไหนไม่รู้แต่มาลงที่บ้านเรา แม้กระทั่งใบไม้ที่บ้านเราปลิวไปบ้านเขา แม้เสียงรถไรเดอร์ในเวลา 2 ทุ่มที่เขาได้ยินแล้วไม่พอใจ และแล้วก็ได้เวลาเกิดเรื่องขึ้น
การฟ้องร้องครั้ง 1 เรื่อง
1.เสียงรถไรเดอร์ยามวิการ มีหลงเหลือบ้างวันละคันถึง2คัน
2.เรื่องล้างของหน้าบ้าน แล้วน้ำไหลไปหา(คนต้นตอ)
3.เรื่องการตากผ้า ที่ไปในพื้นที่คนอื่น (ก็คือบ้านหลังที่ 3 บอกให้เราเอาผ้าไปตากหน้าบ้านเขาได้ตอนเขาไม่อยู่ พอเราทำ เขากลับยื่นว่าเราผิด) ก็ผิดที่เราเองที่เชื่อในคำพูดเขา แล้วไปตาก
เทศบาลขนคนมา 2 รถตู้เกือบ 20 คนได้ มารุมว่าเรา มารุมเตือนเราสารพัด เราบอกเรื่องไรเดอร์เราปรับแล้ว และจะพยายามไม่ให้มีหลุดมาอีก เรื่องล้างของจากรูปที่ดูมาจาก(บ้านต้นตอ)ล้างจานไม่กี่ใบ โดยแม่เราเอง เราบอกว่ามันเป็นทางน้ำ ล้างก็ไม่ได้ล้างอะไรมากมายเลย ถ้ามีปัญหามากเดี๋ยวจะทำที่ระบายน้ำในบ้านเขตบ้านตัวเองให้ เราถามกลับบ้านอื่นที่รถน้ำต้นไม้และไหลมาบ้านเราล่ะ แบบนี้เขาผิดไหม เขาบอกไม่ผิดเพราะไม่ได้มีใครไปร้องเรียนอะไร สรุปง่ายๆอะไรที่มาจากบ้านเราคือผิดทั้งหมด เรื่องตากผ้าก็ไม่เคยไปตากอีกแล้วตั้งแต่ที่เขาไม่พอใจเรื่องใบไม้ นี่คือสิ่งที่เราพูด เราพูดความจริงทุกอย่าง แต่เขาบอกเราเถียงพวกเขา 20 คนนั้น เอิ่ม กูตัวคนเดียวเนอะ แค่พูดอะไรไปนี่คือผิดเฉย จะถ่ายรูปก็ไม่ได้ โทรศัพท์ก็ไม่ได้พกไป อยู่ๆก็บุกกันมาที่บ้านก่อนกลับทางเทศบาลบอกให้เราทำถังดักไขมัน ปล่องควัน และซื้อถังดับเพลิง เราใช้เงินเก็บแทบจะทั้งหมดที่เรามีจัดการให้เขาจนเรียบร้อย
พอตกเย็นวันที่เทศบาลมาเราเลยไปหาเพื่อนบ้านและถามว่าต้องการอะไรอีกให้ปรับอะไรอีกถึงจะพอใจกันไม่มีปัญหา เขา(คนต้นตอ)ก็ตอบว่าเขาไม่รู้เรื่องเขาไม่เกี่ยว เราเลยก้มกราบแทบเท้าเขาไปหลายครั้งและคิดว่าการทำแบบนี้มันจะจบทุกอย่าง
การฟ้องร้องครั้งที่ 2 เรื่อง
1.รถไรเดอร์ (ที่นานๆ 3-4 วันจะมีหลงมาสักคัน) แต่เขาส่งรูปไปยื่นฟ้องในเวลาตี 2:45 นาที รูปมาจากบ้านหลังที่ 2
2.การฉี่ข้างบ้าน (รูปมาจากบ้านต้นตอ) และบ้านหลังที่ 2 เป็นรูปพ่อเราเอง แต่พ่อเราฉี่ใส่กรวย เพราะพ่อเราเป็นเบาหวานเลยฉี่บ่อย ในรูปเป็นภาพหันหลังไม่เห็นกรวย เขากลับบอกว่าพ่อเราฉี่จนสร้างความเดือดร้อนให้จมูกพวกเขา เฮ้อ
เราเลยอธิบายเรื่องการฉี่ว่าเราใส่กรวยไม่ได้ฉี่ที่พื้น และรถrider มันก็ไม่ได้มีมาเยอะ มันก็ต้องมีบ้างที่หลุดเข้ามาบ้างเพราะไรเดอร์บางคนเขาก็ไม่ได้สนใจในปัญหาของเรา มันไม่ใช่เรื่องของเขาที่ต้องปฏิบัติตาม ความจริงมาคุยกันก็ได้อะไรก็ยื่นฟ้องๆ เขาก็บอกว่าเราเถียงเขาไม่ฟังเขาเรื่องมันถึงไม่จบไม่สิ้น เฮ้อ เราหมดคำจะพูด ก่อนกลับบอกว่าเราต้องขายถึงแค่23:00 น เท่านั้นเพราะกลิ่นรบกวนบ้านอื่น เราก็เลยบอกว่าแล้วจะให้ทำปล่องควันทำไมเงินก็หมดแล้วให้ขายถึง 23:00 น หนูจะเอาเงินที่ไหนใช้วันๆนึงได้เงินไม่ถึง 1,000 บาทจะมาเอาอะไรกับเรานักหนา เทศบาลก็ตอบว่าเขาไม่รับรู้เขาเป็นแค่คนกลางที่มาพูดแทนคนยื่นเรื่อง เราเลยถามเขาว่าขอเวลาเพิ่มเป็นเที่ยงคืนได้ไหมหรือต้องการให้ไปเช่าที่ขายข้างนอกยังไงคุยกัน เขาบอกว่าเดี๋ยวเขาให้ไปไกล่เกลี่ย
จนวันนักไกล่เกลี่ย คนยื่นฟ้องไม่มีใครมาสักคน มีแค่เราไป เขาพูดว่า
เรื่องรถไรเดอร์ เราปรับหรือยัง เราตอบว่าปรับแล้วเดือนนี้ทั้งเดือนยังไม่มีเข้ามา
เรื่องล้างของ เราปรับหรือยัง เราตอบว่าปรับแล้วทำที่ระบายน้ำหน้าบ้านตัวเองแล้ว
และเขาพูดว่า แล้วก็มีเรื่องที่เขาแจ้งเพิ่มเข้ามา ว่าพ่อเราทอดลูกชิ้นที่หน้าบ้าน เราบอกว่าทอดจริง วันนึง 2-3 ครั้ง เขาก็บอกว่ากลิ่นรบกวนเพื่อนบ้าน ให้ไปปรับ เคปรับก็ปรับในเมื่อกลัวกลิ่นลูกชิ้นกัน ก็จะไม่ทอด
แล้วเรื่องปล่องควัน ถามว่าเราทำหรือยัง ทำก่อนวันที่พี่จะมาลงตรวจครั้งก่อน 2 วัน แล้วเรื่องท่อระบายน้ำล่ะว่าไง
เราตอบว่าเขามาตรวจแล้ว เขาให้เราขุดเอง เขาถามแล้วเรื่องถึงไหนแล้ว เราตอบว่าไม่รู้พี่ไปดูในระบบหน่วยงานของพี่ได้ไหม เขาไม่พอใจเรามาก บอกว่าเรากวนเขา ไม่อยากจบใช่ไหม พูดแบบนี้จะไม่จบหรอ อ่าว ตอนนั้นเราหน้าเสียมากว่าเราพูดไรผิด ก็ในเมื่อเราไม่รู้ระบบข้อมูลของพวกเขาเราคิดว่าเขาจะมีข้อมูลที่เชื่อมต่อค้นหากันได้ในเทศบาล เราไม่มีเจตนาเลยสักนิดที่จะกวนเลย เขาก็บอกว่าเราอ่ะหลายรอบแล้วนะที่เถียงเขา ส่วนใหญ่ที่พูดที่เเจ้งคือความจริงของเราทั้งนั้น แต่พูดไรไปเราก็ผิดอ่ะ พอเราไม่รู้ก็ให้เราไปศึกษาดู เออค่ะเราโง่เราผิดเอง แก้และปรับทุกอย่างให้ค่ะ
สรุปเราถามต่อเรื่องขอเวลาจาก 5 ทุ่มเป็นเที่ยงคืน เขาพูดว่า ใครบอก 5 ทุ่ม 3 ทุ่มครับ อ่าวพี่บอกหนูจริงๆ 5 ทุ่มวันที่มาครั้งก่อน 3 ทุ่มครับอย่าเถียง ค่ะ 3 ก็ 3 (จะได้จบ) เราก็ไม่ขอต่อเวลาอะไรแล้ว เพราะเราตัดสินใจจบปัญหาทุกอย่าง และขอให้มันจบจริง
ทุกวันนี้เราเครียดมากแค่ต้องเลี้ยงลูกถึง 2 คนเราก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้วเวลานอนยังไม่มีบางวันไม่เคยได้กินข้าวทำไมข้าราชการมีเงินเดือนมีหน้าที่การงานที่ดีต้องมาเอาเรื่องกับเราด้วย มีชีวิตเรามันยังแย่ไม่พอหรอหรือเขามองว่าเราสุขสบายหรอ ทำไมต้องใช้อำนาจที่มีมาทำกับคนไม่มีปัญญาสู้แบบนี้ เราเคยคิดฆ่าตัวตายหลายครั้งและลงมือทำไปแล้วก็หลายครั้งแต่เราก็ต้องกลับมาต้องสู้ต่อเพราะลูกของเรา ขนาดมีเราอยู่เขายังโดนขนาดนี้ (ลูกเราไปหน้าบ้านเขาเขาก็มากวาดพื้นหน้าบ้านกวาดแรงๆให้ขี้ดินขี้นกมันปลิวไปโดนลูกเรา)แล้วถ้าเราตายไปลูกเราจะเป็นยังไง ทำไมไม่มีความเห็นใจกันบ้าง จะย้ายออกก็ไม่ได้เพราะซื้อบ้านแล้ว โพสขายก็ยังขายไม่ได้ ล่าสุดเราไปเช่าที่เผื่อขายของข้างนอก เรายอมจ่ายในราคาเช่าบ้านเผื่อจะจบปัญหา แต่เราไม่รู้เลยว่าจะมีเรื่องอะไรเข้ามาอีก
หมู่บ้านเราติดถนนใหญ่ค่ะ ซอยเดียวกับเรามีการปล่อยห้องเช่า โดยนักศึกษาหลายคนก็ขับรถตอนดึกๆเหมือนกัน เราอยู่ซอยแรกของหมู่บ้าน เราปล่อยขายหลังนี้แล้วแต่ยังขายไม่ออก (ใครสนใจบ้านติดต่อได้นะคะ ราคา ล้านห้า) เราเช่าที่ขายข้างนอกแล้วเพื่อจบปัญหา เราไม่สามารถไปเช่าบ้านอยู่ที่อื่นเพิ่มได้ ด้วยการผ่อนบ้าน 6000/เดือน เช่าที่ขายของที่เพิ่มมา 3500/เดือน ยังไม่รวมหนี้สินอื่นๆ และลูกเราอีก 2 คน รายจ่ายเรามากมาย บางวันรายรับไม่มีสักบาทเลยก็มี ทุกวันนี้ร้านเราแทบจะดังไปทุกจุด เพราะการบุกเข้ามาอย่างมากมายของเทศบาล ไปที่ไหนใครก็ถาม เราต้องเข้มแข็งต่อหน้าทุกคน แต่ต้องมาร้องให้อยู่ทุกวัน เพื่อนบ้านเจอเราเขามีความสุขมาก ยิ่งวันไหนมีการฟ้องร้องไปเพิ่ม เขายิ่งร้องเพลงอย่างชอบใจ เราอยู่ในบ้านก็ไม่ร้อง พอเราออกมาก็ร้อง ขายบ้านได้เมื่อไหร่เราจะออกไปทันทีอย่างที่พวกเขาต้องการ
ในรูปภาพเราแอบถ่ายตอนที่เขาหันหลังให้ กลุ่มแรกกลับแล้ว อันนี้คือกลุ่มรถตู้คันท้ายเท่านั้น คิดดูผู้หญิงคนนึงที่มีลูกอ่อนด้วย กับพวกเขา เกือบ 20 คน ที่มาบอกว่าเราไม่ยอม ต่อต้านเขา เฮ้อ เหนื่อยค่ะ หมดคำจะพูด ไม่มีลูกนะเราคงตายไปแล้วจริงๆ