ผิดอยู่บ้านเดียว

กระทู้คำถาม
เริ่มจากหนูมีลูกอ่อน 2 คนเลยทำงานในบ้าน ทำอาหารขายเดริเวอรี่ 24 ชม. วันนึงได้ 10 กว่าบิล เงินพันนิดๆ
   ก่อนซื้อบ้าน เราคุยกะเพื่อนบ้านแล้ว ว่าเราทำอาชีพอะไร โอเคไหม พอตกลงแล้ว เราเลยซื้อย้าน
   อยู่มา 1 ปี ลูกคนโต 2 ขวบ คนเล็ก 3 เดือน เราพึ่งคลอด งานเราต้องทำ เงินเราต้องหา แต่ข้างบ้าน(คนต้นตอ)มีเงินเดือน มีฐานะ ใหญ่โตพอควร ขอที่กลับรถครึ่งนึงปลูกต้นไม้ จนเหลือที่กลับรถอีกไม่มาก เราก็ให้เขาเองด้วยแม้เราจะลำบากเรื่องการกลับรถก็ตาม แต่เรายอมเพราะเห็นเป็นเพื่อนบ้านกันต้องอยู่กันไปอีกนาน เราไม่อยากมีปัญหากับใคร
   คนต้นตอทำงานราชการ (บ้านเขาติดกล้องส่องมาบ้านเรา) เขาเข้าบ้านนั้นออกบ้านนี้เผื่อหาแนวร่วมเรื่องยื่นฟ้องบ้านเรา
   คนต้นตอ มาหาเราบอกว่ามีคนไม่พอใจเรื่องรถไรเดอร์ ที่ขับเข้ามาเสียงดัง และคุยกันในยามวิการ เขาเลยบอกให้เราจัดการเรื่องนี้ เขาเน้นว่ามาพูดแทนคนอื่น(แต่เรารู้ว่าเขาคือคนเริ่มเรื่องทั้งหมด) เราก็บอกได้ ให้เขากำหนดเวลามาว่าให้ถึงเท่าไหร่ เขาบอก 5 ทุ่ม เราเลยแจ้งไรเดอร์ว่า 5ทุ่มเป็นต้นไปรอหน้าหมู่บ้าน เรายอมออกรถไฟฟ้าเผื่อขับไปส่งอาหารหน้าหมู่บ้าน ผ่านไปยังไม่เดือนเรานึกว่าทุกอย่างจะจบแต่มันพึ่งเริ่มเรื่อง
   เพื่อนบ้านหลังที่ 3 โมโหมาจากไหนไม่รู้แต่มาลงที่บ้านเรา แม้กระทั่งใบไม้ที่บ้านเราปลิวไปบ้านเขา แม้เสียงรถไรเดอร์ในเวลา 3 ทุ่มที่เขาได้ยินแล้วไม่พอใจ และแล้วก็ได้เวลาเกิดเรื่องขึ้น
   การฟ้องร้องครั้ง 1 เรื่อง
1.เสียงรถไรเดอร์ยามวิการ ที่ยังมีหลงเหลือบ้างนิดหน่อย
2.เรื่องล้างของหน้าบ้าน แล้วน้ำไหลไปหา(คนต้นตอ)
3.เรื่องการตากผ้า ที่ไปในพื้นที่คนอื่น (ก็คือบ้านหลังที่ 3 บอกให้เราเอาผ้าไปตากหน้าบ้านเขาได้ตอนเขาไม่อยู่ พอเราทำ เขากลับยื่นว่าเราผิด)
   เทศบาลขนคนมา 2 รถตู้เกือบ 20 คนได้ มารุมว่าเรา มารุมเตือนเราสารพัด เราบอกเรื่องไรเดอร์เราปรับแล้ว และจะพยายามไม่ให้มีหลุดมาอีก เรื่องล้างของจากรูปที่ดูมาจาก(บ้านต้นตอ) เราบอกว่ามันเป็นทางน้ำ บ้างก็ไม่ได้ล้างอะไรมากมายเลย ถ้ามีปัญหามากเดี๋ยวจะระวังกว่านี้ เราถามกลับบ้านอื่นที่รถน้ำต้นไม้และไหลมาบ้านเราล่ะ แบบนี้เขาผิดไหม เขาบอกไม่ผิดเพราะไม่ได้มีใครไปร้องเรียนอะไร สรุปง่ายๆอะไรที่มาจากบ้านเราคือผิดทั้งหมด เรื่องตากผ้าก็ไม่เคยไปตากอีกแล้วตั้งแต่ที่เขาไม่พอใจเรื่องใบไม้ นี่คือสิ่งที่เราพูด เราพูดความจริงทุกอย่าง แต่เขาบอกเราเถียงพวกเขา 20 คนนั้น เอิ่ม กูตัวคนเดียวเนอะ แค่พูดอะไรไปนี่คือผิดเฉย จะถ่ายรูปก็ไม่ได้ โทรศัพท์ก็ไม่ได้พกไป อยู่ๆก็บุกกันมาที่บ้านก่อนกลับทางเทศบาลบอกให้เราทำถังดักไขมัน ปล่องควัน และซื้อถังดับเพลิง เราใช้เงินเก็บแทบจะทั้งหมดที่เรามีจัดการให้เขาจนเรียบร้อย
   พอตกเย็นวันที่เทศบาลมาเราเลยไปหาเพื่อนบ้านและถามว่าต้องการอะไรอีกให้ปรับอะไรอีกถึงจะพอใจกันไม่มีปัญหา เขา(คนต้นตอ)ก็ตอบว่าเขาไม่รู้เรื่องเขาไม่เกี่ยว เราเลยก้มกราบแทบเท้าเขาไปหลายครั้งและคิดว่าการทำแบบนี้มันจะจบทุกอย่าง
   การฟ้องร้องครั้งที่ 2 เรื่อง
1.รถไรเดอร์ (ที่นานๆ 3-4 วันจะมีมาสักคัน) แต่เขาส่งรูปไปยื่นฟ้องในเวลาตี 2:45 นาที รูปมาจากบ้านหลังที่ 2
2.การฉี่ข้างบ้าน (รูปมาจากบ้านต้นตอ) และบ้านหลังที่ 2 เป็นรูปพ่อเราเอง แต่พ่อเราฉี่ใส่กรวย เพราะพ่อเราเป็นเบาหวานเลยฉี่บ่อย ในรูปเป็นภาพหันหลังไม่เห็นกรวย เขากลับบอกว่าพ่อเราฉี่จนสร้างความเดือดร้อนให้จมูกพวกเขา เฮ้อ
เราเลยอธิบายเรื่องการฉีดว่าเราใส่กรวยไม่ได้ฉี่ที่พื้น และรถrider มันก็ไม่ได้มีมาเยอะ มันก็ต้องมีบ้างที่หลุดเข้ามาบ้างก็น่าจะเห็นใจกัน มาคุยกันก็ได้อะไรก็ยื่นๆ เขาก็บอกว่าเราเถียงเขาไม่ฟังเขาเรื่องมันถึงไม่จบไม่สิ้น เฮ้อ เราหมดยำจะพูด ก่อนกลับบอกว่าเราต้องขายถึงแค่23:00 น เท่านั้นเพราะกินแล้วกวนบ้านอื่น เราก็เลยบอกว่าแล้วจะให้ทำปล่องควันทำไมเงินก็หมดแล้วให้ขายถึง 23:00 น หนูจะเอาเงินที่ไหนใช้วันๆนึงได้เงินไม่ถึง 1,000 บาทก็มีจะมาเอาอะไรกับเรานักหนา เทศบาลก็ตอบว่าเขาไม่รับรู้เขาเป็นแค่คนกลางที่มาพูดแทนคนยื่นเรื่อง เราเลยถามเขาว่าขอเวลาเพิ่มเป็นเที่ยงคืนได้ไหมหรือต้องการให้ไปเช่าที่ขายข้างนอกยังไงคุยกัน เขาบอกว่าเดี๋ยวเขาให้ไปไกล่เกลี่ย
   ทุกวันนี้เราเครียดมากแค่ต้องเลี้ยงลูกถึง 2 คนเราก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้วเวลานอนยังไม่มีบางวันไม่เคยได้กินข้าวทำไมข้าราชการมีเงินเดือนมีหน้าที่การงานที่ดีต้องมาเอาเรื่องกับเราด้วย มีชีวิตเรามันยังแย่ไม่พอหรอหรือเขามองว่าเราสุขสบายหรอ ทำไมต้องใช้อำนาจที่มีมาทำกับคนไม่มีปัญญาสู้แบบนี้ เราเคยคิดฆ่าตัวตายหลายครั้งและลงมือทำไปแล้วก็หลายครั้งแต่เราก็ต้องกลับมาต้องสู้ต่อเพราะลูกของเรา ขนาดมีเราอยู่เขายังโดนขนาดนี้ (ลูกเราไปหน้าบ้านเขาเขาก็มากวาดพื้นหน้าบ้านกวาดแรงๆให้ขี้ดินขี้นกมันปลิวไปโดนลูกเรา)แล้วถ้าเราตายไปลูกเราจะเป็นยังไง ทำไมไม่มีความเห็นใจกันบ้าง จะย้ายออกก็ไม่ได้เพราะซื้อบ้านแล้ว โพสขายก็ยังขายไม่ได้ ล่าสุดเราไปเช่าที่เผื่อขายของข้างนอก เรายอมจ่ายในราคาเช่าบ้านเผื่อจะจบปัญหา แต่เราไม่รู้เลยว่าจะมีเรื่องอะไรเข้ามาอีก
   พน.คือวันนัดของเทศบาล ที่จะเข้ามาคุยกับเราอีก เคร เข้ามากันเลย มีเรื่องอะไรอีกขอให้มันจบแค่วันพน. เรารับอีกไม่ไหวแล้วจริงๆ

ในรูปภาพเราแอบถ่ายตอนที่เขาหันหลังให้ กลุ่มแรกกลับแล้ว อันนี้คือกลุ่มรถตู้คันท้ายเท่านั้น คิดดูผู้หญิงคนนึงที่มีลูกอ่อนด้วย กับพวกเขา เกือบ 20 คน ที่มาบอกว่าเราไม่ยอม ต่อต้านเขา เฮ้อ เหนื่อยค่ะ หมดคำจะพูด ไม่มีลูกนะเราคงตายไปแล้วจริงๆ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่