ตามหัวข้อกระทู้เลยค่ะ แม่เราเป็นใจดีกับลูกน้องที่ร้าน แต่คนที่ต้องพากลับบ้านคือเรา ช่วงแรกแม่ กับแฟนจะคอยพาลูกน้องกลับบ้านตลอดหลังเลิกงานเป็นปี หลังจากนั้นเราย้ายกลับไปอยู่บ้านอีกหลัง กลายเป็นเราที่ต้องทำหน้าที่นี้แทน เพราะบ้านซอยเดียวกัน แต่ไกลนะเป็นแบบนี้มา 2-3 ปีได้แล้วมั้ง ซึ่งเราไม่ไหวแล้วอ่ะ ไม่ไหวมาก ๆ บางครั้งก็ให้เราไปส่งที่บ้านทั้งแม่ ทั้งลูก เพราะน้องสาวไม่อยู่
อย่างแรกเลยคือพี่ที่ร้านขับรถไม่เป็น เป็นภาระยังไม่พอ เอาลูกตัวเองมาเป็นภาระคนอื่นอีก เลิกเรียนไม่ยอมกลับบ้าน เราสุดจะทนมาก ๆ เรื่องค่าน้ำมันไม่เคยเอ่ย เอ่ยบ้างให้ซาบซึ้งก็ยังดีแต่ไม่มีเลย จริง ๆ เราไม่อยากได้เงิน เราอยากได้เวลาส่วนตัวหลังเลิกงานกลับมามากกว่า
พี่ที่ร้านมีน้องสาวที่ขับรถเป็นอยู่คนนึง แต่เขาเลิกงานก่อน แต่มาผลักภาระให้เรารับผิดชอบ จากน้ำใจ กลายเป็นความเคยชิน จนเป็นหน้าที่ไปแล้วอ่ะ
เรามองว่าการมีน้ำใจ และการช่วยเหลือควรเป็นเรื่องชั่วคราว ไม่ใช่ถาวร หลังจากนั้นคนที่ได้รับการช่วยเหลือควรทำตัวเองไม่ให้เป็นภาระคนอื่นให้ได้เร็วที่สุด มันควรเป็นแบบนั้นใช่ไหมคะ
แนวทางแก้ไขของเราคือ ลูกพี่ที่ร้านอายุเกิน 15 ปีแล้วสามารถขับรถมอเตอร์ไซค์ได้ และทำใบขับขี่ชั่วคราว แบ่งเบาภาระที่บ้านได้แล้ว ช่วงนี้ใกล้ปิดเทอมแล้วน่าจะหัดขับได้
เราสามารถสื่อสารแบบนี้กับคนเป็นน้องสาวของพี่ที่ทำงานหรือกับพี่ที่ทำงานได้ไหมคะ อือ มันไม่มีใครมาแบกภาระจากคนอื่นได้ตลอดอ่ะ เขาไม่รู้เหรอ
เราอยากได้ชีวิตหลังเลิกงานกลับมา ไปนั่งแบบชิลสัก 1 ชม ก่อนเข้าบ้าน หรือไม่ก็อยากกลับบ้านคนเดียวอ่ะ เฮอ นี่ขนาดเราไม่หาภาระให้ตัวเอง ผัวไม่มี ลูกไม่มี แต่ก็ยังมีภาระมาเสิร์ฟ เซ็ง และอึดอัดเป็นที่สุด
ขอคำแนะนำ และตัดการช่วยเหลือให้ขาดทีค่ะ เป็นแค่คนร่วมงานก็พอ อย่ามาเป็นภาระให้เสียสุขภาพจิตเลย
เบื่อมาก!! พี่ที่ทำงานขอติดรถกลับบ้านทุกวันเป็นปีๆ
อย่างแรกเลยคือพี่ที่ร้านขับรถไม่เป็น เป็นภาระยังไม่พอ เอาลูกตัวเองมาเป็นภาระคนอื่นอีก เลิกเรียนไม่ยอมกลับบ้าน เราสุดจะทนมาก ๆ เรื่องค่าน้ำมันไม่เคยเอ่ย เอ่ยบ้างให้ซาบซึ้งก็ยังดีแต่ไม่มีเลย จริง ๆ เราไม่อยากได้เงิน เราอยากได้เวลาส่วนตัวหลังเลิกงานกลับมามากกว่า
พี่ที่ร้านมีน้องสาวที่ขับรถเป็นอยู่คนนึง แต่เขาเลิกงานก่อน แต่มาผลักภาระให้เรารับผิดชอบ จากน้ำใจ กลายเป็นความเคยชิน จนเป็นหน้าที่ไปแล้วอ่ะ
เรามองว่าการมีน้ำใจ และการช่วยเหลือควรเป็นเรื่องชั่วคราว ไม่ใช่ถาวร หลังจากนั้นคนที่ได้รับการช่วยเหลือควรทำตัวเองไม่ให้เป็นภาระคนอื่นให้ได้เร็วที่สุด มันควรเป็นแบบนั้นใช่ไหมคะ
แนวทางแก้ไขของเราคือ ลูกพี่ที่ร้านอายุเกิน 15 ปีแล้วสามารถขับรถมอเตอร์ไซค์ได้ และทำใบขับขี่ชั่วคราว แบ่งเบาภาระที่บ้านได้แล้ว ช่วงนี้ใกล้ปิดเทอมแล้วน่าจะหัดขับได้
เราสามารถสื่อสารแบบนี้กับคนเป็นน้องสาวของพี่ที่ทำงานหรือกับพี่ที่ทำงานได้ไหมคะ อือ มันไม่มีใครมาแบกภาระจากคนอื่นได้ตลอดอ่ะ เขาไม่รู้เหรอ
เราอยากได้ชีวิตหลังเลิกงานกลับมา ไปนั่งแบบชิลสัก 1 ชม ก่อนเข้าบ้าน หรือไม่ก็อยากกลับบ้านคนเดียวอ่ะ เฮอ นี่ขนาดเราไม่หาภาระให้ตัวเอง ผัวไม่มี ลูกไม่มี แต่ก็ยังมีภาระมาเสิร์ฟ เซ็ง และอึดอัดเป็นที่สุด
ขอคำแนะนำ และตัดการช่วยเหลือให้ขาดทีค่ะ เป็นแค่คนร่วมงานก็พอ อย่ามาเป็นภาระให้เสียสุขภาพจิตเลย