<<<<< เมื่อผมถูกงูเขียวหางไหม้กัด >>>>>

((( กระทู้นี้ยาวน้ำท่วมทุ่งนะครับ ไม่มีฉบับย่อ)))

เหตุการณ์ผ่านมาได้สองเดือนกว่าแล้วครับ แต่อยากมาแชร์ประสบการณ์ (ที่เลวร้าย) ให้เพื่อนสมาชิกได้อ่านกัน

เริ่มจากนิสัยส่วนตัวของผมเป็นคนปอดแหกระดับสุดสเกล ใดๆ ที่ผมประเมินแล้วว่าจะเสี่ยงภัย เสี่ยงตายผมจะไม่ทำเลย

เนื่องจาก ไม่ชอบไปโรงพยาบาล ไม่ชอบการเจ็บป่วย ไม่ชอบการล้างแผล ไม่ชอบการใช้ชีวิตหลังบาดเจ็บ แต่อุบัติเหตุก็คือเหตุที่มันจะเกิดแบบไม่คาดคิด

สำหรับสภาพแวดล้อมบ้านผมก็รายล้อมด้วยที่รกมีป่าหญ้าขึ้นสูง ทั้งหลังบ้านและข้างบ้าน

การเจองูผมพบเจอมาตั้งแต่เป็นเด็ก ตีบ้าง ปล่อยไปเฉย ๆ บ้าง แล้วเป็นคนชอบปลูกต้นไม้หัวค่ำผมก็ชอบไปเดินดูต้นไม้ก็เจองูบ่อย เลยหาอ่านเรื่องการปฐมพยาบาลเป็นความรู้ประดับสมอง

แต่อ่านเพียงว่า ยุคปัจจุบันไม่นิยมขันชะเนาะแล้ว ให้ล้างแผลแล้วใส่เฝือกเพื่อลดการเคลื่อนไหวอวัยวะส่วนนั้นแล้วรีบไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

ผมก็คิด ถ้าโดนงูกัดก็ไปโรงบาลก็พอเดี๋ยวหมอจัดการต่อเอง

สำหรับการรักษาอาการงูกัด ผมเชื่อว่าหลายคน คิดว่า พอไปถึงโรงพยาบาล หมอก็จะทำแผลฉีดยากันบาดทะยัก ถ้าโดนงูพิษกัดก็ให้เซรุ่ม นอนดูอาการซัก 2-3 คืน ถ้าปกติดีก็จบการรักษากลับบ้านได้  

ผมเองก็เชื่อแบบนั้น เพื่อนที่ทำงาน เพื่อนสมัยเรียนและอีกหลายคนที่ผมเล่าให้ฟังคิดแบบนี้หมด งั้นลองมาอ่านสิ่งที่ผมเจอกันครับ
******************************************************************************************************************************

วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2568 เวลาบ่ายสองโมง ผมกำลังติดตั้งหลอดไฟเพื่อส่องให้กับต้นกระบองเพชร

แต่ทำน็อตตัวเมียหล่นแล้วกลิ้งไปใต้ชั้นวางต้นไม้

ตอนนั้นก็ยังฉุกคิดว่าไม่ล้วงไปเก็บดีกว่า เดี๋ยวไปหยิบเอาใหม่ที่ชั้นเก็บอุปกรณ์ในตู้เก็บของ แต่ความขี้เกียจมีมากกว่าและก็ยังคิดไปว่า ถ้าไปหยิบเดี๋ยวมันก็ไม่ครบคู่ซิ

เลยใช้มือขวาคลำไปหาน็อตโดยล้วงเข้าไปแค่ครึ่งฝ่ามือ จริง ๆ ใต้ชั้นผมเคยก้มลงไปกวาดบ่อย ๆ ก็จะเจอจิ้งเหลนกับคางคกนอนอืดอยู่มากกว่า

แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงบางอย่างดีดกระบะพลาสติกที่ผมใส่ต้นไม้ไว้ พร้อมกับอาการปวดที่นิ้วนางมือขวาทันที

ผมตกใจสะดุ้งชักมือออกก็เจองูเขียวหางไหม้ตัวใหญ่เท่าปากกาเมจิตราม้า (ปากกาหมึก permanent สองหัวน่ะครับ) งับติดนิ้วผมออกมาด้วย

ผมตกใจลุกขึ้นยืนแล้วสะบัดมือออก งูถึงได้หลุดออกจากนิ้วผม (มันงับติดแน่นเลยครับ) ตัวยาวซัก 50 เซนติเมตรได้

 ตอนที่ได้ยินเสียงดีดกระบะ ผมยังคิดว่า คางคกงับนิ้วแล้วมันดีดขาออกเพราะตกใจมือผม

พอเห็นเป็นงู ผมร้องเสียงหลงเลย ใจสั่น ทำอะไรไม่ถูก ชีวิตนี้ใครจะคิดว่าตัวเองจะโดนงูกัด

ผมว่าคนทั่วไปน่าจะคิดว่า หากโดนสัตว์ทำร้าย อย่างมากก็หมา แมว แมลง มากกว่า

จากนั้นก็วิ่งเข้าบ้านไปหาพี่ชาย บอกพี่ชายว่า โดนงูเขียวกัดพาไปส่งโรงพยาบาลหน่อย ระหว่างรอพี่ชายไปเอารถ ผมก็ล้างแผลด้วยน้ำก๊อกเปิดน้ำผ่านสักพัก

ซึ่งแผลนั้นเล็กนิดเดียวแต่ความปวดนั้นมากมาย ถ้าจะให้เปรียบเทียบผมว่า เหมือนโดนประตูหนีบนิ้วมือแต่ปวดมากกว่านั้นเป็น 100 เท่า

ขับรถไป 10 นาทีถึงโรงพยาบาล ระหว่างนั่งรถไปผมก็ประคองมือตัวเองให้นิ่งที่สุด ไม่ขยับ ก็ติดต่อหน้าเวชระเบียน เจ้าหน้าที่ก็รีบจัดแจงให้บุรุษพยาบาลเอารถเข็นมาให้ผมนั่ง

ผมก็บอกชื่อ อาการ เวลาเกิดเหตุ แล้วก็ประกันต่าง ๆ ที่มี แล้วก็โดนเข็นเข้าห้องฉุกเฉิน

ตอนนั้นนิ้วนางเริ่มบวมแล้ว อาการปวดเริ่มมากขึ้น



คุณหมอก็มาดูอาการแล้วบอกว่า ต้องเจาะเลือดดูค่าการแข็งตัวของเลือดนะ

(ค่า VCT (Venous Clotting Time) คือการตรวจเลือดดูระยะเวลาการแข็งตัวของเลือดในหลอดแก้ว 

โดยปกติค่า VCT ปกติจะอยู่ที่ประมาณ 5-15 นาที หรือไม่เกิน 20 นาที ซึ่งใช้ประเมินความบกพร่องในการแข็งตัวของเลือด

โดยเฉพาะในผู้ป่วยถูกงูพิษกัด หากค่า VCT นานผิดปกติ บ่งชี้ว่าเลือดแข็งตัวช้า)

แล้วก็ต้องนอนห้อง ICU เพื่อดูอาการ จากนั้น ผมบอกคุณพยาบาลว่า ผมขอฉีดยาแก้ปวดได้ไหมครับ

พยาบาลก็บอกว่า พิษงูเขียวหางไหม้มีผลต่อระบบเลือดต้องดูผลเลือดก่อนว่าปกติไหม จากนั้นพยาบาลก็เจาะสายให้น้ำเกลือพร้อมเก็บเลือดไป 1
หลอด

รอผลซักพักใหญ่ ๆ ผลออกมาว่าเลือดปกติดี เลยได้ฉีดยาแก้ปวด โดยคุณพยาบาลบอกว่า ยาที่ฉีดจะมีผลทำให้คลื่นไส้อาเจียน ต้องฉีดยาแก้อาเจียนให้ด้วย

ผมฟังแล้วก็คาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มมอร์ฟีน พอฉีดยาปุ๊บ คิดว่าอาการปวดจะทุเลา แต่ไม่เลย ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมปวดเหมือนเดิมเท่าเดิม

แต่ตอนนี้มือเริ่มบวมแล้ว สักพักก็เข้าห้องพักแต่ไม่ได้เข้าห้อง ICU เพราะ ผลเลือดยังปกติ พอถึงห้องผมก็กินข้าวกินได้ปกติ กินเกลี้ยงไม่มีเหลือ -*- แม้มือจะปวดก็ตาม

สักพักพี่ชายผมก็กลับบ้าน บอกว่า เดี๋ยวมืดจะหาตัวงูไม่เจอ พอกลับถึงบ้านก็ไปที่ชั้นวางต้นไม้

งูมันก็ยังกลับเข้าไปนอนที่เดิมของมัน พี่ชายผมเลยส่งกลับดาว พร้อมถ่ายรูปมาให้ดู -*-





พอสักสองทุ่มก็โดนเจาะเลือดอีกที่ข้อแขน  เที่ยงคืนก็โดนอีก ตอนนี้แขนบวมมาถึงข้อศอกแล้วครับ

เช้าวันต่อมา (15 ธ.ค. 68 ) ก็เจาะเลือดอีกแต่คราวนี้ไปเจาะที่หลังเท้า  เพราะ ไม่มีที่ให้เจาะแล้ว

ส่วนอาการบวมตอนนี้บวมมาถึงต้นแขนแล้วครับ บวมแบบใหญ่โตมากพร้อมอาการปวดที่ยังไม่ทุเลา ตอนนี้มือไม่สามารถกำได้แล้วตึงไปหมด กระดิกนิ้วได้นิดเดียว

ทุกครั้งที่เจาะเลือด ผล VCT ปกติ ผมยังคิดว่า เดี๋ยวหมอมาตรวจตอนสายคงอนุญาตให้กลับบ้านได้ ก็ผลเลือดปกติทุกอย่างนี่

อาการปวดก็แค่ปวด กินยาแก้ปวดไป แล้วก็ไปปวดต่อที่บ้านก็น่าจะจบ

พอคุณหมอมา ก็แกะผ้าพันแผลออก พบว่า แผลมีเลือดและน้ำเหลืองเยิ้มซึมออกมาตลอด  คือ ผ้าก๊อซชุ่มเลยครับ

ตอนนั้นก็คิด คุณพยาบาลอาจจะแกะแรงไปเลยทำให้แผลปริจนเลือดซึม

ตอนนี้นิ้วเริ่มดำคล้ำ ผมก็ตะหงิด ๆ ในใจละ แอบมองหน้าหมอ หมอมีสีหน้าครุ่นคิด แต่ยังไม่ให้กลับบ้าน






ตอนเย็นคุณหมอมาดูอีกรอบ ผมก็เริ่มแปลกใจ ปกติหมอจะเดิน ward คนไข้รอบเดียวตอนเช้านี่นา แสดงว่าอาการเราไม่น่าจะปกติแล้วล่ะ

ถ้าไม่นับอาการปวดบวมของแขนทุกอย่างผมปกติมากนะ อ้อ มีแค่ความดันสูงตลอดเวลา 160/90 ตลอด ไม่ลดลงเลย

เช้าวันต่อมา 16 ธ.ค. 68 คุณหมอก็มาตรวจอีกครั้ง อาการบวมคงสุดที่แขน เพราะ ไม่ได้ลามไปตรงไหนอีก มีแค่ปวดตรงต่อมน้ำเหลืองใต้แขน

พอแกะผ้าพันแผลออก แผลก็ยังเลือดไหลและน้ำเหลืองเยิ้มเช่นเดิม คุณพยาบาลบอกกับหมอว่า มี Gangrene (ภาวะเนื้อตาย)

ผมฟังแล้วก็ อืม ชัดเลย เมื่อวานที่นิ้วเริ่มดำ ผมก็คิดว่า เนื้อตายแน่นอน

ถึงตรงนี้ผมชัดแจ้งในใจแล้วว่า “การถูกงูพิษกัด ไม่ใช่แค่ให้เซรุ่มแล้วจบ มันจะมีภาวะเนื้อตายตามมาด้วยต้องคว้านออกและล้างแผลอีกนานแสนนาน”

ตอนนี้หมอหันไปบอกพยาบาลว่า “งั้นให้เซรุ่มเลยละกัน” แล้วหมอก็บอกผมว่า เดี๋ยวต้องเข้าห้อง ICU นะ ซักครึ่งวัน

ถ้าให้เซรุ่มหมดแล้ว ไม่มีอะไรผิดปกติก็กลับมาพักห้องเดิม

ผมก็เริ่มคิด ทำไมมันเริ่มใหญ่โต go so big ไปเรื่อย คราวนี้เริ่มใจคอไม่ได้ดีละ

ระหว่างรอขั้นตอน ผมก็เปิดกูเกิลอ่านเรื่องการให้เซรุ่ม คร่าว ๆ ก็คือเดี๋ยวเขาจะเอาเซรุ่มไปละลายน้ำเกลือนิดนึงแล้วฉีดเข้าใต้ผิวหนังดูว่ามีอาการแพ้ไหม

ถ้ามีอาการแพ้ก็อาจจะไม่ได้ให้ ผมอ่านแค่นี้ เพราะ อยากรู้ว่าเราจะต้องเจออะไรบ้าง

สักพักคุณพยาบาลก็เอารายงานที่หมอเขียนมาอ่านให้ฟัง จริง ๆ ยาวมากเลยครับ ประมาณครึ่งหน้า A4

แต่คร่าว ๆ ที่หมอเขียนคือ “คนไข้ได้รับอุบัติเหตุโดนงูเขียวหางไหม้กัดที่นิ้วนางมือขวามีรอยเขี้ยวโดยคนไข้เห็นงูทั้งตัว และมีอาการพิษเฉพาะที่ที่ระยางค์แขนข้างขวา จึงทำการรักษาโดยการให้เซรุ่ม ...”

พอถึงเวลาก็โดนเข็นเข้าห้อง ICU พยาบาลก็จัดแจงย้ายเตียง แล้วเจาะเลือดดูค่า VCT อีกครั้งหนึ่ง

เนื่องจาก ผมเจาะที่หลังมือ ข้อพับ หลังเท้าแล้ว จนพยาบาลไม่รู้จะเจาะตรงไหน เลยได้เจาะที่ขาหนีบ (อ๊ายอาย)

แต่แปลกที่เจาะจุดนี้ไม่เจ็บเลย สบายมาก ผลเลือดก็ยังออกมาปกติ

เมื่อเซรุ่มพร้อมได้ยินคุณพยาบาลหักขวดเซรุ่มประมาณ 5 ขวด ก็เริ่มต่อสายวัดสัญญาณชีพต่าง ๆ

ผมไม่ชอบเสียงพวกนี้เลย มันดูน่ากลัว แต่ก็ทน ๆ ฟังไป พอเริ่มเดินยา คุณพยาบาลก็เฝ้าสังเกตใกล้ชิด คอยถามว่า หายใจปกติไหม มีแน่นหน้าอกหรือเปล่า มีอาการคันบ้างไหม

ซึ่งไม่มีเลย ทุกอย่างปกติ ผมก็แปลกใจว่า ไม่ต้องทดสอบการแพ้เหรอ แต่ไม่ได้ถามออกไปครับ ก็ให้ไปเรื่อย ๆ จนผมเผลอหลับไปเอง

พอถึงตอนเที่ยงคุณพยาบาลก็มาปลุกว่าจะทานข้าวไหม ซึ่งผมกำลังฝันพอดี ในฝันผมเห็นพ่อกับแม่มาเยี่ยมที่โรงพยาบาล

สักพักผมนึกได้ว่า พ่อผมเสียไปแล้วนี่ ตอนนั้นเริ่มกลัว คิดในใจ ตายแน่ กรูตายแน่ เดี๋ยวจะแพ้เซรุ่มตายแน่ ๆ

พ่อมารับแล้วนิมิตรดลใจให้ผมสั่งเสียมาแล้ว 5555 ผมคิดแบบนี้จริง ๆ นะ ...

แต่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ สักพักก็กินข้าวจนเกลี้ยง พอครบเวลาเฝ้าสังเกตอาการก็กลับห้องเดิม

คุณพยาบาลก็คอยมาดูตลอดเวลาว่ามีอาการอะไรผิดปกติหรือไม่ วันนี้ระหว่างลุกไปเข้าห้องน้ำ ผมพยายามแกว่งแขวน สะบัดมือ

ด้วยความที่คิดไปเองว่า เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงปลายนิ้วอาการเนื้อตายจะได้หยุด แต่มือยิ่งบวม มารู้ที่หลังว่า ยิ่งแกว่งยิ่งทำให้อักเสบ ให้ชูมือสูงไว้ตลอดเวลา

ทุกคนคิดว่า กระบวนการรักษาจบลงตรงนี้ใช่หรือไม่ครับ ยังครับ ยังไม่จบ

17 ธ.ค. 68 ตอนเช้าคุณหมอมาดูอาการอีก แขนผมยุบลงอย่างเห็นได้ชัดแต่ก็ยังไม่หายสนิท อาการปวดทุเลาลงมาก แต่ก็ยังปวดอยู่มีเลือดออกใต้เล็บ

ผมก็ถามหมอว่า ต้องคว้านเนื้อตายไหม หมอก็ยังครุ่นคิดแบบ... แบบที่ผมเข้าจ่า หมอดูหนักใจกับอาการนิ้วผม T T

แล้วคุณหมอก็บอกว่า เดี๋ยวหมอศัลยกรรมอีกท่านจะมาดูเรื่องแผลอีกที

สักพักใหญ่ ๆ หมอศัลย์ก็มา พอแกะแผลดู หมอก็บอกว่า อืม ตอนนี้ยังทำอะไรไม่ได้นะ ต้องรอให้อาการมันนิ่งก่อน (ผมก็คิดว่า คือให้ภาวะเนื้อตายมันลามจนหยุดลามกระมัง แต่มันจะหยุดที่ตรงไหนแล้ววันไหนล่ะนี่)

แล้วหมอก็ถามว่า โดนกัดตอนกี่โมง ผมบอกประมาณบ่ายสองครับ หมอก็บอก อืม ปกติงูมันหากินช่วงหัวค่ำ

ถ้าโดนกัดตอนค่ำ ๆ พิษจะถูกใช้ไปกับการล่าเหยื่อแล้ว แต่คุณโดนตอนบ่ายพิษเลยยังมีอยู่เยอะ

ผมฟังแล้วก็ยิ้มแห้งเลย ทำไมเราซวยงี้หนอ แล้วที่ผมฉุกคิดได้อีกอย่างคือ ที่ชั้นวางต้นไม้ของผมที่ผมติดไฟส่องกระบองเพชร จะมีแมลงมาเล่นไฟ

แล้วมีจิ้งจกหลายตัวเลยคอยมากินแมลงอีกที ผมเลยนึกได้ว่า ช่วงนี้ไม่มีจิ้งจกที่ชั้นวางต้นไม้เลย

เลยมั่นใจว่า งูเขียวตัวนี้แหละที่กินจิ้งจกไป ตรงนี้ผมอยากให้เพื่อนสมาชิกลองสังเกตที่บ้านให้ดีครับ

จริง ๆ ผมควรฉุกคิดได้ เพราะ บ้านผมมีหนูเยอะ ถ้าช่วงไหนหนูหายไปนั่นคือ เริ่มมีงูเหลือมมาแถวบ้านครับ

(เป็นแบบนี้จริง ๆ คือ คนในซอยจะคอยมาบอกตลอดว่าเจองูเหลือมนะ)

แต่ตอนนั้นผมก็คิดไม่ได้นะ ว่าจิ้งจกหายคือมีงูเขียวมาป้วนเปี้ยน โง่ก่อนค่อยฉลาดเนาะ

อ้อ แล้วคุณหมอก็ส่งเคสผมให้คุณหมออีกท่านที่มีความชำนาญเรื่องศัลยกรรมมือโดยเฉพาะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่