เชอรีล โธมัสกู๊ด ในวัย 60 กว่า ใช้ชีวิตเงียบ ๆ อยู่ในซัมเมอร์เซต แทบไม่มีเค้าเดิมของผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยหันหลังให้สามี และลูกชายวัยไร้เดียงสาอีกสามคน
การตัดสินใจนั้นเกิดขึ้นในปี 1992 ตอนที่เธอยังเป็นช่างทำผมจากเกาะไอล์ออฟไวต์ และเชื่อว่าการเดินตามชายคนหนึ่ง คือหนทางสู่ "รักแท้" โดยไม่ฟังคำทัดทานใด ๆ
ผู้ชายคนนั้นคือ แดเนียล เลคิเมนโช นักรบมาไซหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเธอ 10 ปี ชายแปลกหน้าที่เธอพบระหว่างชมการแสดงพื้นเมืองในมอมบาซา
เชอรีลยอมรับว่า เธอถูก "เสน่ห์" ของเขาสะกดตั้งแต่วินาทีแรกที่สบตา
และหลังจากรู้จักกันได้เพียง 3 สัปดาห์ เธอก็ตัดสินใจเด็ดขาดจะทิ้งทุกอย่างที่อังกฤษ เพื่อเดินตามเขาเข้าไปใช้ชีวิตในป่าทันที
สำหรับเชอรีล นั่นคือความรัก แต่สำหรับลูก ๆ ของเธอ มันคือการถูกทอดทิ้ง
.
.
ในหมู่บ้านมาไซ เชอรีลสละชีวิตที่สะดวกสบาย มาอยู่ในกระท่อมที่สร้างจากโคลนผสมขี้วัว นอนบนหนังแพะสาก ๆ ท่ามกลางฝุ่น แมลง และควันไฟ
เพื่อให้ได้รับการยอมรับ เธอต้องเรียนรู้การดื่ม "เลือดวัวสด ๆ" ตามวิถีชนเผ่า
ทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่เธอยอมทำ เพื่อให้ได้เป็น "เมียนักรบ" อย่างสมบูรณ์
แต่ในขณะที่เธอกำลังใช้ชีวิตตามฝัน อีกฟากหนึ่งของโลก ฝันของเด็กสามคนกำลังพังลงอย่างเงียบ ๆ
.
.
ที่อังกฤษ สตีเว่น ลูกชายคนโตวัย 13 ปี ต้องเดินก้มหน้าเข้าโรงเรียนทุกวัน เสียงซุบซิบและเสียงหัวเราะเยาะดังไล่หลัง
"แม่แกหนีไปอยู่กับคนป่าแล้วเหรอ"
คำพูดสั้น ๆ เหล่านั้น กลายเป็นบาดแผลที่ไม่มีใครมองเห็น
ส่วนที่บ้าน พ่อของเขาต้องกลายเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว แบกรับทั้งความเจ็บปวดและภาระเลี้ยงดูลูกสามคนเพียงลำพัง
.
.
ปี 1995 ทั้งคู่ย้ายกลับมาแต่งงานกันที่อังกฤษ และภาพฝันของความรักก็เริ่มแตกสลาย
แดเนียลสลัดชุดพื้นเมืองทิ้ง เปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพง ชีวิตเรียบง่ายในทุ่งหญ้า ถูกแทนที่ด้วยแสงสีและความฟุ่มเฟือย
เชอรีลเริ่มรู้สึกว่าตัวเอง ไม่ได้เป็น "คนรัก" แต่เป็นเพียง "บัตรเครดิตเดินได้"
เธอต้องเป็นคนจ่ายทุกอย่าง และยังถูกกดดันให้ส่งเงินกลับไปเลี้ยงครอบครัวเขาที่เคนยาไม่รู้จบ
จากความหลงใหล กลายเป็นความอึดอัด และจากความรัก ค่อย ๆ กลายเป็นความขมขื่น
ชีวิตคู่จบลงในเวลาเพียง 4 ปี ทิ้งไว้แค่ลูกสาวหนึ่งคนที่เธอบอกว่า คือสิ่งดีงามที่สุดจากความสัมพันธ์นั้น
.
.
วันนี้ เชอรีลใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบในวัย 65 ปี เธอไม่เคยแต่งงานใหม่ และไม่คิดจะทำ
แม้จะพยายามกลับมาสานสัมพันธ์กับลูกชายทั้งสาม แต่รอยร้าวจากวันที่เธอเดินจากไปยังคงอยู่ ความเชื่อใจที่ถูกทิ้งไว้เมื่อ 30 ปีก่อน ไม่ใช่สิ่งที่เวลาเยียวยาได้ง่าย ๆ
และนี่คือราคาที่แท้จริง
ของความรักที่ทำให้คนหนึ่งตาบอด
พรากหัวใจของลูกไปตลอดกาล
::
อ้างอิงจาก - Daily Mail, The Sun
ความรัก ที่ผิดพลาดของสาวคนนึง ที่ทิ้งครอบครัวไปตามหารักแท้
การตัดสินใจนั้นเกิดขึ้นในปี 1992 ตอนที่เธอยังเป็นช่างทำผมจากเกาะไอล์ออฟไวต์ และเชื่อว่าการเดินตามชายคนหนึ่ง คือหนทางสู่ "รักแท้" โดยไม่ฟังคำทัดทานใด ๆ
ผู้ชายคนนั้นคือ แดเนียล เลคิเมนโช นักรบมาไซหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเธอ 10 ปี ชายแปลกหน้าที่เธอพบระหว่างชมการแสดงพื้นเมืองในมอมบาซา
เชอรีลยอมรับว่า เธอถูก "เสน่ห์" ของเขาสะกดตั้งแต่วินาทีแรกที่สบตา
และหลังจากรู้จักกันได้เพียง 3 สัปดาห์ เธอก็ตัดสินใจเด็ดขาดจะทิ้งทุกอย่างที่อังกฤษ เพื่อเดินตามเขาเข้าไปใช้ชีวิตในป่าทันที
สำหรับเชอรีล นั่นคือความรัก แต่สำหรับลูก ๆ ของเธอ มันคือการถูกทอดทิ้ง
.
.
ในหมู่บ้านมาไซ เชอรีลสละชีวิตที่สะดวกสบาย มาอยู่ในกระท่อมที่สร้างจากโคลนผสมขี้วัว นอนบนหนังแพะสาก ๆ ท่ามกลางฝุ่น แมลง และควันไฟ
เพื่อให้ได้รับการยอมรับ เธอต้องเรียนรู้การดื่ม "เลือดวัวสด ๆ" ตามวิถีชนเผ่า
ทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่เธอยอมทำ เพื่อให้ได้เป็น "เมียนักรบ" อย่างสมบูรณ์
แต่ในขณะที่เธอกำลังใช้ชีวิตตามฝัน อีกฟากหนึ่งของโลก ฝันของเด็กสามคนกำลังพังลงอย่างเงียบ ๆ
.
.
ที่อังกฤษ สตีเว่น ลูกชายคนโตวัย 13 ปี ต้องเดินก้มหน้าเข้าโรงเรียนทุกวัน เสียงซุบซิบและเสียงหัวเราะเยาะดังไล่หลัง
"แม่แกหนีไปอยู่กับคนป่าแล้วเหรอ"
คำพูดสั้น ๆ เหล่านั้น กลายเป็นบาดแผลที่ไม่มีใครมองเห็น
ส่วนที่บ้าน พ่อของเขาต้องกลายเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว แบกรับทั้งความเจ็บปวดและภาระเลี้ยงดูลูกสามคนเพียงลำพัง
.
.
ปี 1995 ทั้งคู่ย้ายกลับมาแต่งงานกันที่อังกฤษ และภาพฝันของความรักก็เริ่มแตกสลาย
แดเนียลสลัดชุดพื้นเมืองทิ้ง เปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพง ชีวิตเรียบง่ายในทุ่งหญ้า ถูกแทนที่ด้วยแสงสีและความฟุ่มเฟือย
เชอรีลเริ่มรู้สึกว่าตัวเอง ไม่ได้เป็น "คนรัก" แต่เป็นเพียง "บัตรเครดิตเดินได้"
เธอต้องเป็นคนจ่ายทุกอย่าง และยังถูกกดดันให้ส่งเงินกลับไปเลี้ยงครอบครัวเขาที่เคนยาไม่รู้จบ
จากความหลงใหล กลายเป็นความอึดอัด และจากความรัก ค่อย ๆ กลายเป็นความขมขื่น
ชีวิตคู่จบลงในเวลาเพียง 4 ปี ทิ้งไว้แค่ลูกสาวหนึ่งคนที่เธอบอกว่า คือสิ่งดีงามที่สุดจากความสัมพันธ์นั้น
.
.
วันนี้ เชอรีลใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบในวัย 65 ปี เธอไม่เคยแต่งงานใหม่ และไม่คิดจะทำ
แม้จะพยายามกลับมาสานสัมพันธ์กับลูกชายทั้งสาม แต่รอยร้าวจากวันที่เธอเดินจากไปยังคงอยู่ ความเชื่อใจที่ถูกทิ้งไว้เมื่อ 30 ปีก่อน ไม่ใช่สิ่งที่เวลาเยียวยาได้ง่าย ๆ
และนี่คือราคาที่แท้จริง
ของความรักที่ทำให้คนหนึ่งตาบอด
พรากหัวใจของลูกไปตลอดกาล
::
อ้างอิงจาก - Daily Mail, The Sun