ผมมีเรื่องที่อยากระบาย

คือตอนนี้ผมมีเรื่องที่อยากระบายให้คนอื่นฟังแต่ผมไม่มีเพื่อนเลยขอมาระบายในนี้แล้วกันนะครับมันเป็นเรื่องปัญหาครอบครัวที่มันทำให้ตอนเด็กผมเป็นขี้กลัวมากที่สุดเลยจนผมอายุ12ถึงเริ่มเปลี่ยนตัวเองจนลืมความกลัวทั้งหมดไปจนเกือบจะลืมเรื่องในอดีตไปแล้วเหมือนกันแต่พอวันนี้มันมีเรื่องที่ทำให้ผมนึกถึงอดีตจนผมนึกย้อนไปแล้วร้องไห้ออกมาเลยอยากระบายสักหน่อยเพราะผมเองก็เก็บเรื่องพวกนี้มาจนอายุ17แล้วตั้งแต่ตอนเด็กช่วงผมอนุบาลผมกับพี่อายุห่างกัน4ปีตอนอนุบาลเงินทุกบาทที่ผมเหลือจากโรงเรียนไม่เคยได้เก็บไว้เลยเพราะตอนผมเดินกลับบ้านทุกครั้งพี่ผมมันจะเอาเงินผมไปซื้อของอาหารที่ตัวเองชอบตลอดจนผมเกลียดอาหารชนิดนั้นจนถึงปัจจุบันเลยแต่ก็เพราะกลัวเลยไม่เคยบอกเรื่องที่โดนพี่ไถ่เงินให้คนในบ้านฟังจนช่วงประมาณ8ขวบมีเหตุการณ์ที่ทำให้ผมกลัวมากที่สุดในชีวิตตอนนั้นผมย้ายบ้านย้ายโรงเรียนแล้วและผมกับพี่เล่นเกมๆนึงด้วยกันประจำทุกวันพี่ผมแอบเอาเงินไปเติมเกมตลอด(ทั้งแต่ย้ายบ้านมาไม่เคยโดนไถเงินอีกเพราะร้านอาหารไม่ได้อยู่แถวบ้าน)จนช่วงนั้นผมเลยลองขอแม่เงินแม่ผมเติมเกมดูซึ่งแม่ผมไม่ว่าอะไรและเติมให้ด้วย(ถึงจะเรียกพี่แต่จริงๆมีศักดิ์เป็นน้าผมเพราะเป็นน้องชายของแม่ที่บ้านมีกันอยู่5คนคือ ตา ยาย พี่ แม่และผม)ในตอนนั้นผมเล่นอยู่ได้เกือบปีนึงพี่ผมติดเกมมากแต่ผมไม่ใช่คนติดเกมขนาดนั้นเลยเลิกเล่นไปก่อนำอผมเลิกเล่นตอนนั้นและคือช่วงที่ทำให้ผมกลัวที่สุดเพราะพี่ผมไม่ต่างจากคนบ้าเลยตอนผมปฎิเสธเล่นเกมหลายรอบจู่ๆมันก็ตะโกนด่าผมตลอดทุกวันแบบที่เดินอยู่เฉยๆก็โดนด่าโดนขู่ทำร้ายจนวันนึงที่ไม่มีใครอยู่บ้านผมกับพี่อยู่กันสองคนไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันผมนอนเล่นมือถืออยู่ในห้องแม่ตามปกติแต่จู่ๆก็มีเสียงตระโกนด่าผมออกมาจากข้างนอกรอบนี้ผมตะโกนด่าสวนกลับไปและผมก็ได้ยินเสียงกระทืบตีนดังเดินมาที่หน้าห้องจากนั่นก็ทีบประตูเข้ามาพี่ผมถือมีดทำครัวปลายแหลมมาด้วย(ผมจำได้ดีเพราะปลายมีดยังหักคาอยู่ที่ประตูจนถึงตอนนี้)พี่ผมเอามีดชี้หน้าและขู่ฆ่าผมตอนนั้นผมกลัวมากจริงๆและมันยังเอาหมัดต่อยใส่สวิตไฟที่อยู่ข้างประตูเพื่อขู่ด้วยและมันยังขู่อีกว่าถ้าผมเอาเรื่องไปบอกคนอื่นมันฆ่าผมตอนนั้นเลยทำให้กลัวและไม่กล้าบอกใครเลย(คือลองคิดดูง่ายๆเลยตอนนั้นผมอายุแค่8ขวบและอยู่บ้านเดียวกับคนที่ขู่ฆ่าผมและทำตัวผีเข้าผีออกทุกวันไม่รู้จะบ้าตอนไหนดิมันทำให้ผมเวลาอยู่คนเดียวจะรู้สึกกลัวบ่อยๆด้วยความที่ว่าพี่ตัวเองจะเข้าห้องมาปาดคอตอนไหนก็ไม่รู้)ต่อจากนั้นก็มีเหตุการทะเลาะอีกหลายรอบอยู่บางครั้งพอผมจะเถียงคืนมันก็ถือมีดเล่มใหญ่วิ่งไล่จนผมต้องขังตัวเองในห้องเลย(อันนี้จำไม่ได้ว่าก่อนโดนขู่ถึงห้องนอนรึป่าวเพราะผมจำได้แค่ช่วงที่เคยโดนถือมีดวิ่งไล่เพราะบ้านผมเองก็ทำสวนมีมีดอยู่เป็นปกติอยู่แล้ว)หลังจากนั้นก็มีหลายรอบที่ทะเลาะกันและผมโดนต่อยก่อนแต่ไม่เคยได้สวนคืนเพราะยายผมจะห้ามไว้ก่อนเสมอจนถึงตอนช่วงอายุ12จะมีทะเลาะบ้างแต่ไม่ค่อยหนักและช่วงนั้นผมเองก็ไม่ได้เรียนต่อแล้วจบแค่ป.6หันมาทำสวนที่บ้านกับครอบครัวแทนเพราะผมเองก็รู้ว่าพี่ผมมันไร้ค่าเกินจนไม่สามารถช่วยงานอะไรที่บ้านได้ผมเลยต้องไปเรียนรู้ที่จะทำทุกอย่างเองและทำให้ผมรู้จักรับผิดชอบมากขึ้นถึงช่วงแรกๆจะขี้เกียจไปหน่อยแต่พอทำไปได้2ปีผมก็รับผิดชอบหลายหน้าที่ขึ้นและใช้สติเสมอทำให้ไม่ได้ทะเลาะกับพี่บ่อยและด้วยความที่ผมตอนอายุ14ตัวสูงเท่ามันและตัวใหญ่กว่าทำให้มันก็ไม่กล้าที่จะต่อยก่อนเพราะรู้ว่าตัวเองสู้ผมไม่ได้(พี่ผมทรงคล้ายคนติดยาผมแห้งแต่ก็ไม่ได้เล่นยานะแค่ตัวมันได้แค่นั้นเฉยๆ)จนถึงตอนนี้ผมก็จะ17แล้วและออกกำลังกายด้วยเลยตัวใหญ่กว่ามันค่อนข้างมากแล้วน้ำหนักห่างกันเกือบ30โลได้แต่พอได้พิมระบายแล้วก็รู้สึกดีขึ้นเยอะเลยผมไม่รู้หรอกว่าจะมีคนมาอ่านมั้ยแต่พอได้นึกถึงอดีตแล้วผมเลยเข้าใจเลยว่าตลอดมาคนในครอบครัวไม่เคยเข้าใจความกลัวของผมเลยเพราะตลอดมาทุกคนมีแต่ห้ามไม่ให้ผมทำร้ายมันแต่ในตอนที่ผมโดนขู่โดนต่อยต่อหน้าโดนด่าผมกับเป็นคนที่โดนมาโดยตลอดและไม่เคยได้สวนคืนจริงๆจังๆสักทีเพราะงั้นถ้าผมจะมีลูกผมจะต้องพร้อมและให้ความรักให้ได้มากกว่าที่ผมเคยได้รับเพราะถึงแม้จริงๆแล้วผมจะไม่เคยได้สัมผัสความรักจากครอบครัวจริงๆก็เถอะเพราะพ่อก็ยังด่าผมว่าเป็นลูกชู้ส่วนแม่กว่าจะได้เจอหน้าจริงๆก็ตอนอายุ12จนอยู่ในช่วงที่ทำให้ผมเป็นพวกเก็บตัวและเก็บกดอารมณ์ไปแล้วและจนตอนนี้ถึงแม่ผมจะอยู่บ้านแต่แทบทุกคืนเขาก็ยังออกไปหาผู้ชายหรือกินดื่มกับเพื่อนเสมอโดยที่คิดว่าไม่มีใครรู้ซึ่งจริงๆผมก็รู้ตลอดนั้นและประสบการณ์พวกนี้ทำให้ผมเป็นพวกขาดความอบอุ่นมากและผมเลยสัญญากับตัวเองไว้เสมอว่าหากผมมีลูกไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตามผมจะเลี้ยงดูให้ดีที่สุดแต่ไม่ใช้การเลี้ยงดูจนเสียคนตามใจจนเกินเหตุและฝากถึงคนที่กำลังจะมีลูกหรือมีไปแล้วที่ได้อ่านกระทู้ของผมด้วยว่าในวัยเด็กช่วยดูแลพวกเขาให้ดีที่สุดด้วยเถอะเพราะมันจะเป็นปมในชีวิตตลอดไปหากโชคดีเด็กอาจก้าวข้ามได้แบบผมแต่หากไม่มันจะเป็นความเจ็บปวดที่ฝังใจตลอดเวลานึกถึง
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่