ในทางอนุกรมวิธาน เราแบ่งค้างคาว (Chiroptera) ออกเป็น ค้างคาวหยิน และ ค้างคาวหยาง Part 4 - หางหนู หน้ายักษ์ คุณกิตติ

จบกันไปครับกับ A2 Family Rhinolophidae





ลำตัวเล็กจิ๋ว และ ด้วยสรีระเฉพาะตัวที่คล้ายเกือกม้า ทำให้ภาษาอังกฤษเรียกว่า Horseshoe bat
ส่วนภาษาไทยเราเรียก ค้างคาวมงกุฎ ซึ่งใน Part 3 ผมก็ได้ลงไว้ฉ่ำๆเลย เพราะอันนี้คือกลุ่มของค้างคาวที่มีหลายสายพันธุ์มากๆในไทยด้วย

จวบจน Part 4 เราก็ยังคงอยู่กับค้างคาวฝ่ายหยิน A Suborder Yinpterochiroptera



A3 Family Rhinopomatidae + Genus Rhinopoma
- มี แผ่นปิด (Poma) จมูก (Rhinos)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
- หางไร้ขน
- สร้างคลื่นสะท้อนจาก กล่องเสียง (Larynx)
- ปรับตัวเพื่อชีวิตทะเลทราย
เป็นที่รู้จักในชื่อ ค้างคาวหางหนู (Mouse-tailed bat)


R. microphyllum - Greater mouse-tailed bat (ค้างคาวหางหนู)


R. hardwickii - Lesser mouse-tailed bat


R. muscatellum - Muscat mouse-tailed bat


R. cystops - Egyptian mouse-tailed bat

A4 Family Hipposideridae
มีความคล้าย ม้า (Hippos) แถมตัวสี เหล็ก (Sideros)
มีระบบทางเดินในจมูกแบบ Rhinolophoid ตาม A2
แต่ จมูกใบไม้ (Noseleaf) มีความซับซ้อนกว่า และเสียงเรียกสร้างความถี่ได้หลากหลาย

A4A Genus Asellia
ตัวเบสจากแอฟริกาและเอเชียตะวันตกเฉียงใต้
- จมูกใบไม้ ทรง อานม้า (Asella) โครงสร้างจมูกพื้นฐานและตื้น
- อยู่ในที่แห้งแล้งจัด


A. tridens - Trident bat

A4B Genus Aselliscus
ขยับมาทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเมลานีเซีย
- ตัวเล็กมากๆ จึงเป็น อานม้า (Saddle) จิ๋ว
- ล่าแมลงอย่างเอเนอจี้เปี่ยมล้น
- จมูกใบไม้ลดขนาดและเหมือนโดนบีบอัด


A. tricuspidatus - Temminck's trident bat


A. stoliczkanus - Stoliczka's trident bat (ค้างคาวสามศร)

A4C Genus Doryrhina
จมูกชี้ยื่นมากขึ้นจนเป็น หอก (Dory)
พบในป่าแอฟริกาและทุ่งหญ้าสะวันน่า


D. camerunensis - Cameroon leaf-nosed bat

A4D Genus Hipposideros
มีมากกว่า 60 สายพันธุ์ ตั้งแต่แอฟริกาไปถึงออสเตรเลีย
- จมูกมีความซับซ้อน และสร้างความถี่คงที่ได้หลากหลาย

from H. bicolor


H. speoris - Schneider's roundleaf bat
คลาสสิคแห่งม้าเหล็ก พบได้ที่เอเชียใต้เท่านั้น


H. megalotis - Ethiopian large-eared roundleaf bat


H. lankadiva - Indian roundleaf bat


H. hypophyllus - Kolar leaf-nosed bat
พบทางตอนใต้อินเดียเท่านั้น ใกล้สูญพันธุ์รุนแรง


H. alongensis - Ha Long leaf-nosed bat
หน้ายักษ์แห่งเวียดนาม


H. khaokhouayensis - Phou Khao Khouay leaf-nosed bat
พบที่ประเทศลาวเท่านั้น


H. armiger - Great roundleaf bat (ค้างคาวหน้ายักษ์ทศกัณฐ์)


H. pendleburyi - Pendlebury's roundleaf bat (ค้างคาวหน้ายักษ์กุมภกรรณ)
พบได้ในประเทศไทยเท่านั้น และใกล้สูญพันธุ์


H. lylei - Shield-faced roundleaf bat (ค้างคาวหน้ายักษ์กะบังหน้า)


H. grandis - Grand roundleaf bat (ค้างคาวหน้ายักษ์สามหลืบใหญ่)


H. larvatus - Intermediate roundleaf bat (ค้างคาวหน้ายักษ์สามหลืบ)


H. halophyllus - Thailand roundleaf bat (ค้างคาวหน้ายักษ์เล็กจมูกปุ่ม)
พบได้ในประเทศไทยเท่านั้น และมีรายงานการพบเจอน้อยมากๆ หลักๆแล้วที่ เขาสมอคอน, ลพบุรี และ ถ้ำผาแดง, เชียงใหม่


H. pomona - Pomona roundleaf bat (ค้างคาวหน้ายักษ์เล็ก)


H. bicolor - Bicolored roundleaf bat (ค้างคาวหน้ายักษ์เล็กสองสี)


H. ater - Dusky leaf-nosed bat (ค้างคาวหน้ายักษ์สีเขม่า)


H. cineraceus - Ashy roundleaf bat (ค้างคาวหน้ายักษ์สีจาง)


H. diadema - Diadem leaf-nosed bat (ค้างคาวหน้ายักษ์หมอนโค้ง)


H. lekaguli - Large Asian roundleaf bat (ค้างคาวหน้ายักษ์หมอบุญส่ง)


H. galeritus - Cantor's roundleaf bat (ค้างคาวหน้ายักษ์สองหลืบ)


H. dyacorum - Dayak roundleaf bat (ค้างคาวหน้ายักษ์เล็กฮาลาบาลา)


H. ridleyi - Ridley's leaf-nosed bat (ค้างคาวหน้ายักษ์ริดลีย์)


H. cervinus - Fawn leaf-nosed bat
พบในมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ยาวไปถึงออสเตรเลีย
มีความคาดหวังให้พบที่ภาคใต้ของไทย แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เคยมีรายงานการพบ

A4E Genus Macronycteris
ค้างคาว (Nykteris) ขนาด ใหญ่ (Makros) มักล่าแมลงใหญ่ รวมถึงสัตว์มีกระดูกสันหลังขนาดเล็ก
พบที่แอฟริกาเท่านั้น


M. gigas - Giant roundleaf bat


M. vittata - Striped leaf-nosed bat


M. commersoni - Commerson's roundleaf bat


M. thomensis - São Tomé leaf-nosed bat

A4F Genus Anthops
กะโหลกที่พัฒนาในแบบเฉพาะ บิดเบี้ยวจนดูเป็น ดอกไม้ (Anthos)
พบที่ปาปัวนิวกินีเท่านั้น


A. ornatus - Flower-faced bat

A4G Genus Coelops
- หน้ามี หลุมโพรง (Koilos)
- ไม่มีหาง


C. frithii - East Asian tailless leaf-nosed bat (ค้างคาวไอ้แหว่งใหญ่)


C. robinsoni - Malayan tailless leaf-nosed bat (ค้างคาวไอ้แหว่งเล็ก)

A5 Family Megadermatidae
ตัวใหญ่ ตาใหญ่ หูใหญ่ มีจมูกใบไม้ยาว ไม่มีฟันเขี้ยวบน ไร้หาง
และนี่ก็คือความ แวมไพร์ปลอม (False vampire)

A5A Genus Lavia
พบที่แอฟริกา ไม่เจอที่มาชื่อแน่ชัด
เป็นนักล่าแมลงที่เคร่งครัด ฟันเขี้ยวพัฒนาน้อย


L. frons - Yellow-winged bat

A5B Genus Cardioderma
ติ่งหน้ารูหู (Tragus) ขนาดใหญ่ รวมกับหูใหญ่ ทำให้ดูเป็น หัวใจ (Kardia)


C. cor - Heart-nosed bat

A5C Genus Eudiscoderma
หูที่ค่อนข้างกลมคล้าย แผ่นดิสก์ (Diskos)


E. thongareeae - Thongaree's disc-nosed bat (ค้างคาวแวมไพร์แปลงทองอารีย์)
ค้างคาวไทยที่ใกล้สูญพันธุ์รุนแรง พบที่ป่าฮาลา-บาลา จังหวัดนราธิวาส เท่านั้น

A5D Genus Megaderma
หูและจมูกใบไม้พัฒนาไปไกลมาก
ตัวใหญ่ มักล่าสัตว์มีกระดูกสันหลัง


M. lyra - Greater false vampire bat (ค้างคาวแวมไพร์แปลงใหญ่)


M. spasma - Lesser false vampire bat (ค้างคาวแวมไพร์แปลงเล็ก)

A5E Genus Macroderma
- กะโหลกแข็งแรงพิเศษ
- เป็นนักล่ากลางคืนระดับสูงสุดชนิดหนึ่ง มีพฤติกรรมซุ่มโจมตี
ล่า นก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก หรือแม้แต่ ล่าค้างคาวด้วยกันเอง


M. gigas - Ghost bat
สายพันธุ์เดียวที่ยังไม่สูญพันธุ์ และพบในทางตอนเหนือของออสเตรเลีย

A6 Family Craseonycteridae + Genus Craseonycteris
ลดขนาดตัวให้เล็กลง (Miniaturization) อย่างสุดขั้ว
จนเป็นค้างคาวที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก
ด้วยความยาวเพียงประมาณ 3 เซนติเมตร และน้ำหนัก 2 กรัม
ทำให้เป็นที่ถกเถียงว่านี่คือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ตัวเล็กที่สุดในโลก
อาศัยตามถ้ำหินปูนเลียบแม่น้ำ


C. thonglongyai - Kitti's hog-nosed bat (ค้างคาวคุณกิตติ)
พบที่ภาคตะวันตกของไทยและเมียนมาร์เท่านั้น



เอาหละจบแล้วครับกับ ค้างคาวสายหยิน หรือ A Suborder Yinpterochiroptera
ใน Part 5 เป็นต้นไปเราจะไปตะลุยกันกับสายหยาง ซึ่งเป็นค้างคาวที่ใช้คลื่นสะท้อนระบุตำแหน่ง "อย่างจริงจัง"

ลาหละครับกับ เจ้าตัวกะเปี๊ยก C. thonglongyai
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่