โลกของเรามีสัตว์ที่บินได้อย่างแท้จริง เพียง 4 กลุ่ม
1 ไดโนเสาร์
2 นก
3 แมลง
4 ค้างคาว
1 มีน้อยและตั้งชื่อในรูปแบบ
กิ้งก่า
2 มีมาก คนรู้จักทั่วโลก
สุดท้ายแล้วอนุกรมวิธานเราใช้ระบบ สายพันธุ์ต้นแบบ +
Formes
เช่น
Strigiformes ของพวก นกฮูก (
Strix) หรือ
Columbiformes ของพวก นกพิราบ (
Columba)
*มีแค่นกกับปลา เท่านั้นแหละที่ได้สิทธิ์พิเศษนี้ เพราะด้วยความเป็นสุดยอดสัตว์เศรษฐกิจ เกี่ยวข้องกับอารยธรรมมนุษย์อย่างมีนัยยะ
3 มีมาก จนเกินไป ไม่รู้จะใช้อะไรเป็นต้นแบบ สุดท้ายเราดูว่า ปีก (
Pteron) มันเป็นแบบไหน และจัดกลุ่มด้วยโครงสร้างปีก
เช่น ปีกมี เกล็ด (
Lepidos) ในผีเสื้อ (
Lepidoptera) หรือ ปีกทับซ้อนกันเป็นตัว X เหมือนแบ่ง ครึ่ง (
Hemi) ลำตัว ในเพลี้ย (
Hemiptera)
4 เป็นเพียงกลุ่มเดียว ที่มี นิ้ว โดยพัฒนา Patagium (แผ่นหนังระหว่างนิ้ว) พิเศษ และฟังก์ชั่นเป็น มือ (
Kheir) อย่างแท้จริง
จึงได้ชื่อ Order
Chiroptera
ค้างคาว ถูกหวาดกลัวมาช้านาน ไม่ค่อยมีใครอยากเข้าใกล้ การรู้จักเลยน้อยยิ่ง
แต่เค้าก็รู้ครับว่า มันมีค้างคาวใหญ่ยักษ์ที่กินผลไม้ กับ พวกตัวจ้อยที่ล่าแมลง
โมเดลแรกเริ่ม จึงจัดเป็น 2 Suborder คือ
Megachiroptera และ
Microchiroptera ตามลำดับ
ณ จุดนี้เราพูดได้เต็มปากว่าการแบ่งความต่างด้วย ขนาด มัน บ้า มากๆ
ค่าไหนล่ะที่จะได้เป็นเส้นบางๆแถมได้การยอมรับในระดับสากล
มันเป็นไปไม่ได้ ! โดยเฉพาะกับค้างคาว ที่มีมากกว่า 1,500 สายพันธุ์
และเป็นถึงประมาณ 20% ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เรารู้จักมาทั้งหมด
หลากหลายมากเป็นอันดับ 2 เป็นรองก็แค่ สัตว์ฟันแทะ (
Rodentia)
ไม่มีใครตระหนักในความพลาดนี้ จวบจนศตวรรษที่ 19 ที่มีการล่าอาณานิคมบุกรุกถางป่าและสำรวจถ้ำจริงจัง
ถึงได้รู้ว่า ค้างคาวมีหลากหลายขนาดนี้เลยนะ
ในปัจจุบัน จากการวิเคราะห์ระดับโครงสร้างดีเอ็นเอ ก็ยังคงยืนยันครับว่าค้างคาวมี 2 กลุ่ม แต่ไม่ใช่ด้วยขนาด
ด้วยความที่เราพบมันเป็นหลักเพียง 2 ช่วง คือ รุ่งอรุณและพลบค่ำ ซึ่งล้วนเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านแห่ง กลางวันและกลางคืน
การถือว่าเป็นตัวแทนแห่ง หยินหยาง จึงถูกยอมรับอย่างไร้ข้อกังขา
Yinpterochiroptera /
Yangochiroptera
陰 หยิน (มืด เก็บตัว) / 陽 หยาง (สว่าง แอคทีฟ)
บางชนิดไม่มีระบบสร้างเสียงสะท้อน (Echolocation) หรือถ้ามีก็สร้างจากอะไรที่ไม่ใช่ปาก / ทุกชนิดสร้างเสียงสะท้อนด้วยปาก
A Suborder
Yinpterochiroptera
- อาหารมีความเฉพาะเจาะจงมากๆ
A1 Family
Pteropodidae
นี่หละต้นแบบ ค้างคาวยักษ์ (Megabat) ในตำนาน
- ตาขนาดใหญ่ พึ่งพาการมองเห็น 100%
- ปีกใหญ่ยักษ์ จนดูเป็น เท้า (
Pous)
A11 Subfamily
Eidolinae + Genus
Eidolon
- ไม่มีระบบสร้างคลื่นสะท้อน
- กินผลไม้อย่างเคร่งครัด
- นักอพยพระยะทางไกล และเคลื่อนที่เป็นฝูงดำทะมึนดูเป็น วิญญาณ (
Eidolon)
- พบในแอฟริกา
E. helvum - Straw-colored fruit bat
E. dupreanum - Madagascan fruit bat
A12 Subfamily
Rousettinae
- กินน้ำหวานดอกไม้ในบางโอกาส
ตั้งตาม สีแดง ในภาษาฝรั่งเศส rousset
A12A Tribe
Epomophorini
มี พู่ขนอินทรธนู (Epaulette) เป็น เครื่องประดับไหล่ (
Epomis)
พบในแอฟริกา โดยเฉพาะชายขอบป่า
A12A1 Genus
Micropteropus
- อินทรธนูน้อย
M. pusillus - Peters's dwarf epauletted fruit bat
A12A2 Genus
Nanonycteris
ค้างคาว (
Nykteris) จิ๋ว
- กะโหลกเบา
N. veldkampii - Veldkamp's dwarf epauletted fruit bat
A12A3 Genus
Epomophorus
ผู้ แบกหาม (
Phoros) พู่ อย่างเป็นทางการ
E. wahlbergi - Wahlberg's epauletted fruit bat
E. gambianus - Gambian epauletted fruit bat
E. crypturus - Peters's epauletted fruit bat
A12A4 Genus
Epomops
หน้ามีความซับซ้อนมากขึ้น มีพฤติกรรมเกี้ยวพาราณสี
E. franqueti - Franquet's epauletted fruit bat
A12A5 Genus
Hypsignathus
กะโหลกขยายใหญ่ผิดหูผิดตา จนดัน กราม (
Gnathus) ขึ้น สูง (
Hypsos)
H. monstrosus - Hammer-headed bat
A12B Tribe
Scotonycterini
ซ่อนตัวลึกในป่าแอฟริกา จ้าวแห่ง ความมืดมิด (
Skotos)
A12B1 Genus
Scotonycteris
S. zenkeri - Zenker's fruit bat
A12B2 Genus
Casinycteris
ปรับฟันสำหรับผลไม้แข็ง ตัวมีสี อบเชย (
Kassia)
C. argynnis - Short-palated fruit bat
A12C Tribe
Myonycterini
ปากเรียวเล็ก กินน้ำหวานผลไม้ มีความ หนู (
Mys)
A12C1 Genus
Myonycteris
พบตาม ป่าไม้ (Woodland)
M. torquata - Little collared fruit bat
A12C2 Genus
Megaloglossus
- ลิ้น (
Glossa) ยาวมาก และปลายลิ้นมีปุ่มซี่แปรงไว้ตวัดน้ำหวาน
M. woermanni - Woermann's bat
A12D Tribe
Stenonycterini + Genus
Stenonycteris
ปาก แคบ (
Stenos) จำนวนฟันน้อยมาก พบตามยอดเรือนไม้
S. lanosa - Long-haired fruit bat
A12E Tribe
Eonycterini + Genus
Eonycteris
แอคทีฟจัดในช่วง รุ่งอรุณ (
Eos) ลิ้นยาวมาก และเป็นผู้ผสมพันธุ์ดอกไม้ชำนาญการ
E. spelaea - Cave nectar bat (ค้างคาวเล็บกุด)
A12F Tribe Rousettini + Genus Rousettus
เป็นค้างคาวยักษ์เพียงกลุ่มเดียวที่สามารถใช้เสียงสะท้อน โดยสร้างจากการกระแทกลิ้น
R. aegyptiacus - Egyptian fruit bat
R. leschenaultii - Leschenault's rousette (ค้างคาวบัวฟันรี)
R. amplexicaudatus - Geoffroy's rousette (ค้างคาวบัวฟันกลม)
R. madagascariensis - Madagascan rousette
A12G Tribe
Plerotini + Genus
Plerotes
หู (
Otus) ที่ใหญ่แปลกตา แถมยื่นออกไป ข้าง (
Pleron) ตัว
P. anchietae - D'Anchieta's fruit bat
A12H Genus
Pilonycteris
ค้างคาว ขน (
Pilos)
พบได้ที่เกาะสุลาเวสีของอินโดนีเซียเท่านั้น
P. celebensis - Sulawesi rousette
A13 Subfamily
Macroglossinae
คล้าย A12C2 แต่อันนั้นพบในแอฟริกา ส่วนอันนี้อยู่แถบอินโดแปซิฟิก
มีฟันมากกว่า เพราะไม่ได้กินเพียงน้ำหวานเท่านั้น แต่กินผลไม้เนื้ออ่อนด้วย
ดอกไม้บานกลางคืนหลายชนิด ได้รับการผสมเกสรโดยค้างคาวนี้เท่านั้น
A13A Genus
Notopteris
ลักษณะปีกที่มีฐานอยู่บน หลัง (
Notos) หางยาว
N. macdonaldi - Fijian blossom bat
A13B Genus Macroglossus
ค้างคาวผลไม้ลิ้นยาวมาตรฐาน
M. minimus - Long-tongued nectar bat (ค้างคาวหน้ายาวเล็ก)
M. sobrinus - Long-tongued fruit bat (ค้างคาวหน้ายาวใหญ่)
A13C Genus Syconycteris
ผู้เชี่ยวชาญน้ำหวานต้น มะเดื่อ (Sykon)
S. australis - Queensland blossom bat
A13D Genus Melonycteris
ท้อง สีดำ (Melas) ฟันกรามลดขนาดลงมาก เป็นค้างคาวเฉพาะเกาะตามแนวเมลานีเซีย
เป็นผู้ผสมพันธุ์เฉพาะดอกไม้เกาะบางชนิดเลย
M. melanops - Black-bellied fruit bat
กินน้ำหวานกล้วยและโกโก้ พบบน กลุ่มเกาะบิสมาร์ก (Bismarck Archipelago) ของปาปัวนิวกินี เท่านั้น
A14 Subfamily Cynopterinae
พัฒนาสำหรับการอยู่ร่วมกับมนุษย์ กินผลไม้เกษตรกรรม พบในเอเชียเป็นหลัก
จมูกสั้นหน้ากว้าง เป็น หมา (Kyon)
A14A Genus Cynopterus
คลาสสิคหมาบิน ตัวเบสแห่งป่าในเมือง
C. sphinx - Greater short-nosed fruit bat (ค้างคาวขอบหูขาวกลาง)
C. brachyotis - Lesser short-nosed fruit bat (ค้างคาวขอบหูขาวเล็ก)
C. horsfieldii - Horsfield's fruit bat (ค้างคาวขอบหูขาวใหญ่)
C. titthaecheilus - Indonesian short-nosed fruit bat
C. nusatenggara - Nusatenggara short-nosed fruit bat
C. minutus - Minute fruit bat
C. luzoniensis - Peters's fruit bat
A14B Genus Megaerops
ตัวใหญ่กว่า และบินตามยอดเรือนไม้
M. ecaudatus - Tailless fruit bat (ค้างคาวขอบหูดำใต้)
M. niphanae - Ratanaworabhan's fruit bat (ค้างคาวขอบหูดำเหนือ)
รู้ไหมในทางอนุกรมวิธาน เราแบ่งค้างคาว (Chiroptera) ออกเป็น 2 แบบ คือ ค้างคาวปีกหยิน และ ค้างคาวปีกหยาง Part 1
1 ไดโนเสาร์
2 นก
3 แมลง
4 ค้างคาว
1 มีน้อยและตั้งชื่อในรูปแบบ กิ้งก่า
2 มีมาก คนรู้จักทั่วโลก
สุดท้ายแล้วอนุกรมวิธานเราใช้ระบบ สายพันธุ์ต้นแบบ + Formes
เช่น Strigiformes ของพวก นกฮูก (Strix) หรือ Columbiformes ของพวก นกพิราบ (Columba)
*มีแค่นกกับปลา เท่านั้นแหละที่ได้สิทธิ์พิเศษนี้ เพราะด้วยความเป็นสุดยอดสัตว์เศรษฐกิจ เกี่ยวข้องกับอารยธรรมมนุษย์อย่างมีนัยยะ
3 มีมาก จนเกินไป ไม่รู้จะใช้อะไรเป็นต้นแบบ สุดท้ายเราดูว่า ปีก (Pteron) มันเป็นแบบไหน และจัดกลุ่มด้วยโครงสร้างปีก
เช่น ปีกมี เกล็ด (Lepidos) ในผีเสื้อ (Lepidoptera) หรือ ปีกทับซ้อนกันเป็นตัว X เหมือนแบ่ง ครึ่ง (Hemi) ลำตัว ในเพลี้ย (Hemiptera)
4 เป็นเพียงกลุ่มเดียว ที่มี นิ้ว โดยพัฒนา Patagium (แผ่นหนังระหว่างนิ้ว) พิเศษ และฟังก์ชั่นเป็น มือ (Kheir) อย่างแท้จริง
จึงได้ชื่อ Order Chiroptera
ค้างคาว ถูกหวาดกลัวมาช้านาน ไม่ค่อยมีใครอยากเข้าใกล้ การรู้จักเลยน้อยยิ่ง
แต่เค้าก็รู้ครับว่า มันมีค้างคาวใหญ่ยักษ์ที่กินผลไม้ กับ พวกตัวจ้อยที่ล่าแมลง
โมเดลแรกเริ่ม จึงจัดเป็น 2 Suborder คือ Megachiroptera และ Microchiroptera ตามลำดับ
ณ จุดนี้เราพูดได้เต็มปากว่าการแบ่งความต่างด้วย ขนาด มัน บ้า มากๆ
ค่าไหนล่ะที่จะได้เป็นเส้นบางๆแถมได้การยอมรับในระดับสากล
มันเป็นไปไม่ได้ ! โดยเฉพาะกับค้างคาว ที่มีมากกว่า 1,500 สายพันธุ์
และเป็นถึงประมาณ 20% ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เรารู้จักมาทั้งหมด
หลากหลายมากเป็นอันดับ 2 เป็นรองก็แค่ สัตว์ฟันแทะ (Rodentia)
ไม่มีใครตระหนักในความพลาดนี้ จวบจนศตวรรษที่ 19 ที่มีการล่าอาณานิคมบุกรุกถางป่าและสำรวจถ้ำจริงจัง
ถึงได้รู้ว่า ค้างคาวมีหลากหลายขนาดนี้เลยนะ
ในปัจจุบัน จากการวิเคราะห์ระดับโครงสร้างดีเอ็นเอ ก็ยังคงยืนยันครับว่าค้างคาวมี 2 กลุ่ม แต่ไม่ใช่ด้วยขนาด
ด้วยความที่เราพบมันเป็นหลักเพียง 2 ช่วง คือ รุ่งอรุณและพลบค่ำ ซึ่งล้วนเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านแห่ง กลางวันและกลางคืน
การถือว่าเป็นตัวแทนแห่ง หยินหยาง จึงถูกยอมรับอย่างไร้ข้อกังขา
Yinpterochiroptera / Yangochiroptera
陰 หยิน (มืด เก็บตัว) / 陽 หยาง (สว่าง แอคทีฟ)
บางชนิดไม่มีระบบสร้างเสียงสะท้อน (Echolocation) หรือถ้ามีก็สร้างจากอะไรที่ไม่ใช่ปาก / ทุกชนิดสร้างเสียงสะท้อนด้วยปาก
A Suborder Yinpterochiroptera
- อาหารมีความเฉพาะเจาะจงมากๆ
A1 Family Pteropodidae
นี่หละต้นแบบ ค้างคาวยักษ์ (Megabat) ในตำนาน
- ตาขนาดใหญ่ พึ่งพาการมองเห็น 100%
- ปีกใหญ่ยักษ์ จนดูเป็น เท้า (Pous)
A11 Subfamily Eidolinae + Genus Eidolon
- ไม่มีระบบสร้างคลื่นสะท้อน
- กินผลไม้อย่างเคร่งครัด
- นักอพยพระยะทางไกล และเคลื่อนที่เป็นฝูงดำทะมึนดูเป็น วิญญาณ (Eidolon)
- พบในแอฟริกา
E. helvum - Straw-colored fruit bat
E. dupreanum - Madagascan fruit bat
A12 Subfamily Rousettinae
- กินน้ำหวานดอกไม้ในบางโอกาส
ตั้งตาม สีแดง ในภาษาฝรั่งเศส rousset
A12A Tribe Epomophorini
มี พู่ขนอินทรธนู (Epaulette) เป็น เครื่องประดับไหล่ (Epomis)
พบในแอฟริกา โดยเฉพาะชายขอบป่า
A12A1 Genus Micropteropus
- อินทรธนูน้อย
M. pusillus - Peters's dwarf epauletted fruit bat
A12A2 Genus Nanonycteris
ค้างคาว (Nykteris) จิ๋ว
- กะโหลกเบา
N. veldkampii - Veldkamp's dwarf epauletted fruit bat
A12A3 Genus Epomophorus
ผู้ แบกหาม (Phoros) พู่ อย่างเป็นทางการ
E. wahlbergi - Wahlberg's epauletted fruit bat
E. gambianus - Gambian epauletted fruit bat
E. crypturus - Peters's epauletted fruit bat
A12A4 Genus Epomops
หน้ามีความซับซ้อนมากขึ้น มีพฤติกรรมเกี้ยวพาราณสี
E. franqueti - Franquet's epauletted fruit bat
A12A5 Genus Hypsignathus
กะโหลกขยายใหญ่ผิดหูผิดตา จนดัน กราม (Gnathus) ขึ้น สูง (Hypsos)
H. monstrosus - Hammer-headed bat
A12B Tribe Scotonycterini
ซ่อนตัวลึกในป่าแอฟริกา จ้าวแห่ง ความมืดมิด (Skotos)
A12B1 Genus Scotonycteris
S. zenkeri - Zenker's fruit bat
A12B2 Genus Casinycteris
ปรับฟันสำหรับผลไม้แข็ง ตัวมีสี อบเชย (Kassia)
C. argynnis - Short-palated fruit bat
A12C Tribe Myonycterini
ปากเรียวเล็ก กินน้ำหวานผลไม้ มีความ หนู (Mys)
A12C1 Genus Myonycteris
พบตาม ป่าไม้ (Woodland)
M. torquata - Little collared fruit bat
A12C2 Genus Megaloglossus
- ลิ้น (Glossa) ยาวมาก และปลายลิ้นมีปุ่มซี่แปรงไว้ตวัดน้ำหวาน
M. woermanni - Woermann's bat
A12D Tribe Stenonycterini + Genus Stenonycteris
ปาก แคบ (Stenos) จำนวนฟันน้อยมาก พบตามยอดเรือนไม้
S. lanosa - Long-haired fruit bat
A12E Tribe Eonycterini + Genus Eonycteris
แอคทีฟจัดในช่วง รุ่งอรุณ (Eos) ลิ้นยาวมาก และเป็นผู้ผสมพันธุ์ดอกไม้ชำนาญการ
E. spelaea - Cave nectar bat (ค้างคาวเล็บกุด)
เป็นค้างคาวยักษ์เพียงกลุ่มเดียวที่สามารถใช้เสียงสะท้อน โดยสร้างจากการกระแทกลิ้น
R. aegyptiacus - Egyptian fruit bat
R. leschenaultii - Leschenault's rousette (ค้างคาวบัวฟันรี)
R. amplexicaudatus - Geoffroy's rousette (ค้างคาวบัวฟันกลม)
R. madagascariensis - Madagascan rousette
A12G Tribe Plerotini + Genus Plerotes
หู (Otus) ที่ใหญ่แปลกตา แถมยื่นออกไป ข้าง (Pleron) ตัว
P. anchietae - D'Anchieta's fruit bat
A12H Genus Pilonycteris
ค้างคาว ขน (Pilos)
พบได้ที่เกาะสุลาเวสีของอินโดนีเซียเท่านั้น
P. celebensis - Sulawesi rousette
A13 Subfamily Macroglossinae
คล้าย A12C2 แต่อันนั้นพบในแอฟริกา ส่วนอันนี้อยู่แถบอินโดแปซิฟิก
มีฟันมากกว่า เพราะไม่ได้กินเพียงน้ำหวานเท่านั้น แต่กินผลไม้เนื้ออ่อนด้วย
ดอกไม้บานกลางคืนหลายชนิด ได้รับการผสมเกสรโดยค้างคาวนี้เท่านั้น
A13A Genus Notopteris
ลักษณะปีกที่มีฐานอยู่บน หลัง (Notos) หางยาว
N. macdonaldi - Fijian blossom bat
C. horsfieldii - Horsfield's fruit bat (ค้างคาวขอบหูขาวใหญ่)
C. titthaecheilus - Indonesian short-nosed fruit bat
C. nusatenggara - Nusatenggara short-nosed fruit bat
C. minutus - Minute fruit bat
C. luzoniensis - Peters's fruit bat