คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 18
ไม่ใช่ภาวะก่อนเบาหวานฯ แต่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 แล้ว
ดูที่น้ำตาลสะสมเป็นหลัก ถ้า 6.5 ขึ้นไป ถือว่าเป็นเบาหวานแล้ว บางที่ให้ 6 ขึ้นไปก็ถือว่าเป็นแล้ว น้ำตาลหลังอดอาหารนั้น(104) มักบอกอะไรได้ช้ากว่าน้ำตาลสะสม กว่ามันจะขึ้นไป 126 จนบอกว่าเป็นเบาหวาน มันช้าไปเป็นปีๆ พูดง่ายๆคือสายไปหลายปีเลย ดังนั้นดูน้ำตาลสะสมดีที่สุด (ถ้า 5.7 ขึ้นไป ถือว่าเริ่มดื้ออินซูลินแล้ว)
จำไว้ว่า เบาหวาน(ชนิดที่2เท่านั้น) หายได้ หรือที่เขาเรียกว่า เข้าสู่ระยะสงบนั่นล่ะ มีคนหายเยอะแยะ มันอยู่ที่ตัวคุณเองนั่นล่ะ เพียงปรับเปลี่ยนมุมมองความคิด พฤติกรรม สิ่งแวตล้อมต่างๆ ไปในทางที่ถูกต้อง มันก็ดีขึ้น หรือหายได้เอง โดยไม่ต้องใช้ยาใดๆทั้งสิ้น
น้ำตาลในกระแสเลือดที่สูงขึ้นนั้น ล้วนมาจากอาหารหรือโภชนาการที่คุณกิน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีคาร์โบไฮเดรต คนที่เป็นเบาหวานฯก็คือคนที่มีภาวะดื้อต่ออินซูลินตัวเอง สะสมมาอย่างยาวนานหลายปี จนในที่สุดเซลล์ต่างๆมันดื้อหรือต่อต้านอินซูลิน (อินซูลินทำหน้าที่กดน้ำตาลในเลือด และนำน้ำตาลนั้นเปลี่ยนไปเป็นพลังงานสำรองไว้ใช้ยามไม่ได้กิน) เมื่อมันดื้อมันต่อต้านฯ น้ำตาลจึงสูงค้างล้นในกระแสเลือด ผมถามหน่อย ถ้าคุณไม่กินสิ่งที่ทำให้น้ำตาลสูงเลย อย่างพวกกลุ่มคาร์บ น้ำตาลมันจะสูงขึ้นไหม แล้วจำเป็นต้องไปกินยากดมันไหม ตับอ่อนต้องทำงานหนัก เพื่อสร้างอินซูลินอย่างมากมายมากดน้ำตาลไหม...เพียงคุณลดการกินคาร์บ กินเน้นสิ่งที่ร่างกายต้องการจริงๆ(ก็คือโปรตีน) ตับอ่อนมันจำเป็นต้องสร้างอินซูลินมามากมายไหม คุณปล่อยให้ตับอ่อนคุณได้พัก ได้ฟื้นฟู ฟื้นตัวมันบ้างเหอะ หลายปีที่ผ่านๆมา คุณใช้งานมันยังกะทาส จนมันสุดจะทนแล้ว รู้ตัวกันบ้างไหม...หลายๆคนในยุคนี้ ยังติดความอร่อย ติดหวาน ติดโน่นนี่นั่น จนเป็นเบาหวาน แต่ก็ยังเลิกอร่อยไม่ได้...ไม่เป็นไร กินยาไปกดน้ำตาลเอาวะ ก็ของมันอร่อยนี่...คุณอยากเข้าสู่วงจรอุบาทว์นี้หรือไม่...เลือกเอาครับ...
ดูที่น้ำตาลสะสมเป็นหลัก ถ้า 6.5 ขึ้นไป ถือว่าเป็นเบาหวานแล้ว บางที่ให้ 6 ขึ้นไปก็ถือว่าเป็นแล้ว น้ำตาลหลังอดอาหารนั้น(104) มักบอกอะไรได้ช้ากว่าน้ำตาลสะสม กว่ามันจะขึ้นไป 126 จนบอกว่าเป็นเบาหวาน มันช้าไปเป็นปีๆ พูดง่ายๆคือสายไปหลายปีเลย ดังนั้นดูน้ำตาลสะสมดีที่สุด (ถ้า 5.7 ขึ้นไป ถือว่าเริ่มดื้ออินซูลินแล้ว)
จำไว้ว่า เบาหวาน(ชนิดที่2เท่านั้น) หายได้ หรือที่เขาเรียกว่า เข้าสู่ระยะสงบนั่นล่ะ มีคนหายเยอะแยะ มันอยู่ที่ตัวคุณเองนั่นล่ะ เพียงปรับเปลี่ยนมุมมองความคิด พฤติกรรม สิ่งแวตล้อมต่างๆ ไปในทางที่ถูกต้อง มันก็ดีขึ้น หรือหายได้เอง โดยไม่ต้องใช้ยาใดๆทั้งสิ้น
น้ำตาลในกระแสเลือดที่สูงขึ้นนั้น ล้วนมาจากอาหารหรือโภชนาการที่คุณกิน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีคาร์โบไฮเดรต คนที่เป็นเบาหวานฯก็คือคนที่มีภาวะดื้อต่ออินซูลินตัวเอง สะสมมาอย่างยาวนานหลายปี จนในที่สุดเซลล์ต่างๆมันดื้อหรือต่อต้านอินซูลิน (อินซูลินทำหน้าที่กดน้ำตาลในเลือด และนำน้ำตาลนั้นเปลี่ยนไปเป็นพลังงานสำรองไว้ใช้ยามไม่ได้กิน) เมื่อมันดื้อมันต่อต้านฯ น้ำตาลจึงสูงค้างล้นในกระแสเลือด ผมถามหน่อย ถ้าคุณไม่กินสิ่งที่ทำให้น้ำตาลสูงเลย อย่างพวกกลุ่มคาร์บ น้ำตาลมันจะสูงขึ้นไหม แล้วจำเป็นต้องไปกินยากดมันไหม ตับอ่อนต้องทำงานหนัก เพื่อสร้างอินซูลินอย่างมากมายมากดน้ำตาลไหม...เพียงคุณลดการกินคาร์บ กินเน้นสิ่งที่ร่างกายต้องการจริงๆ(ก็คือโปรตีน) ตับอ่อนมันจำเป็นต้องสร้างอินซูลินมามากมายไหม คุณปล่อยให้ตับอ่อนคุณได้พัก ได้ฟื้นฟู ฟื้นตัวมันบ้างเหอะ หลายปีที่ผ่านๆมา คุณใช้งานมันยังกะทาส จนมันสุดจะทนแล้ว รู้ตัวกันบ้างไหม...หลายๆคนในยุคนี้ ยังติดความอร่อย ติดหวาน ติดโน่นนี่นั่น จนเป็นเบาหวาน แต่ก็ยังเลิกอร่อยไม่ได้...ไม่เป็นไร กินยาไปกดน้ำตาลเอาวะ ก็ของมันอร่อยนี่...คุณอยากเข้าสู่วงจรอุบาทว์นี้หรือไม่...เลือกเอาครับ...
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
โรคเบาหวาน
สุขภาพกาย
โรคในผู้สูงอายุ
สุขภาพผู้สูงอายุ
สุขภาพกายผู้สูงอายุ
น้ำตาลปลายนิ้ว 104 น้ำตาลสะสม 6.5 ปรับพฤติกรรมยังทันไหมครับ?