ผมไม่ไหวแล้ว

ผมเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง เป็นเด็กคนหนึ่งที่อยากดีอยากเด่น
   จุดเปลี่ยนก็คงเริ่มตั้งแต่ผมเข้า ม.ปลายแรกๆ ตอนแรกผมไม่มั่นใจเลยว่าจะทำได้ ด้วยแม่ผมเป็นครูที่นั่นด้วยแหละ ด้วยความโง่ของผม ผมจึงลงสมัครห้องต้นๆโดยคิดไว้สองอย่างคือ 1.ผมคิดว่าผมเก่งในห้องปกติแล้วจึงอยากลองห้องต้นๆดูบ้าง 2.แม่ของผมเป็นครูที่โรงเรียนนี้ด้วย ก็ไม่อยากอยู่ห้องท้ายๆหรือห้องกลางๆเพื่อให้ดูไม่น่าเกลียด ตอนนั้นที่ผมเลือก แม่บอกผมว่า "ลูกตัดสินใจแล้วใช่ไหม? ลุกจะไม่เครียดใช่ไหม? ไม่ลองลดลงมาบ้างหรอ?" ผมพยักหน้าแล้วยอมรับที่จะสอบเพื่อเข้าไป แต่ปรากฏว่า ผมได้มันมาจริงๆ...นี่คงเป็นหายนะของผมแล้ว
    ม.4 ผมได้รู้จักเพื่อนหลายๆคน ทุกคนดูเก่งกันหมดเลย แต่มีเพื่อนคนหนึ่งที่ผมสนิทด้วยมากๆ เคยเจอกันตั้งแต่อนุบาล แล้วมาโผล่ที่โรงเรียนนี้กับผม.. ผมให้เขาชื่อว่า "T" ละกัน T เขาเป็นคนที่เก่งกว่าผมแบบสุดขั้วกับผมมาก ด้วยที่ว่าห้องนี้เหมือนรวมคนเก่งไว้ ความเก่งของแต่ละคนก็เลยค่อยๆเผยมาทีละนิดๆ จนผมเริ่มถามกับตนเองอีกว่า แน่ใจหรอที่จะอยู่ต่อ ผมมีคำถามนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมเห็นคะแนนผม โดยเฉพาะวิชาคำนวณและฟิสิกส์ที่น่าเกียจมาก แต่ผมมั่นใจว่า "ไม่เป็นไร...ปีนี้แย่ ปีหน้าเอาใหม่..ตั้งใจให้มากกว่าเดิม". ผมลงแข่งมาหลายรายการมาก แต่พอจบการแข่งตอน ม.4 ผมบอกครูว่า "ผมพอแล้ว" แล้วนี่เป็นการตัดสินใจที่โง่เง่าที่สุดของผม
    ม.5 ผมไม่ได้ดีขึ้นอะไรเลย รู้สึกอาการตั้งคำถามกับตนเองมันจะหนักขึ้นเรื่อยๆ บางวันผมก็ฝืนยื้ม ฝืนทำดีต่อเพื่อน ทั้งๆที่ผมไม่อยากทำเลย. แต่จู่ๆก็มีอีกปัจจัยมาเย้ายวนผม เธอคนนั้นชื่อว่า "M", M เขาชอบใกล้ชิดผมอยู่เสมอ ผมชอบเพ้อว่าผมชอบเขาตลอด ทุกครั้งที่เธอมองผม มันเหมือนโลกทั้งใบเป็นสีชมพู แต่ผมก็คิดมากว่าผมดีพอที่จะคู่ควรกับเขาไหม จนทุกอย่างมันเริ่มปนเป ผสมป่นปี้รวมกันเป็นก้อนอะไรก็ไม่รู้ในหัวผม ทั้งเรื่องเรียนที่ไม่ได้เรื่องอยู่แล้ว +กับเรื่องผู้หญิงอีก...ผมลองเสริชอาการที่ผมเป็น ทั้งวิตกกังวล เครียดจนปวดหัว ขี้เกียจโดยไร้เหตุผล ชอบเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นบ่อยๆ แล้วลองมาสำรวจตนเอง ว่าเป็นซึมเศร้าไหม แต่ผมก็ไม่แน่ใจเพราะผมไม่เคยไปหาหมอเลย
    ม.6 คงเป็นช่วงที่ผมกดดันที่สุดแล้ว ผมถูกกดดันจากพ่อแม่ว่า "ต้องได้รอบ 1 กับ 2 เท่านั้น"....."แล้วแม่...ถ้าผมไม่ติดมหาลัยมา...ผมซิ่วได้ไหม?"....แม่ผมโกรธมากที่ได้ยินคำนี้ "แม่ไม่ให้ซิ่วหรอก!" "แล้วแม่ ถ้าผมซิ่งไม่ได้ จะให้ผมไปทำอะไร? ผมเป็นทหารได้ไหม?"....แม่ยิ่งโกรธกว่าเดิม "เรียนมาแทบตาย...อยากไปเป็นทหาร..นี่คิดอะไรอยู่"...."ฟังผมนะแม่..ที่ผมพูดอย่างงี้เพราะผมอยากปรึกษากับแม่..ผมอยากให้มีทางสำรอง...สิ่งที่ผมต้องการมากที่สุดคือเงิน..ผมต้องการงานเพื่อให้ได้เงิน.."
    ช่วงนี้ผมก็เห็นเพื่อนผมติดรอบ 1 หลายคน...ผมเคยลองยื่นไปแล้ว...แต่ก็ไม่ติด เพราะความโง่งมของผมเองที่พักการทำผลงานไป ผมไม่รู้ว่า ผมจะได้ที่เรียนหรือเปล่า เพราะตอนนี้ผมเคว้งมาก...จากที่ผมเคยมีความฝันที่จะเป็แพทย์ ตอนนี้กลับมาเป็นครูภาษาอังกฤษ..ตอนแรกที่ผมอยากพยายามเป็นแพทย์มันไม่ใช่อะไรหรอก...เพราะผมอยากมีโปรไฟล์ดีๆเพื่อแม่ผมทั้งนั้น ผมเห็นที่ทำงาน เพื่อนร่วมงานมักแกล้งแม่ผมเสมอ มันจึงยิ่งกดดันผมอีกเท่าตัว มันบังคับให้ผมต้องคิดว่า ผมต้องทำให้ได้เท่านั้น...ตอนนี้ ไอ้ก้อนความคิดอะไรไม่รู้มันคงทับผมจนเกือยตายแล้วละ มันใหญ่ไปที่ผมจะดันขึ้นออก...เพราะผมไม่กล้าที่จะปรึกษากับใครเลย ทั้งเพื่อน ทั้งพ่อแม่...เพราะถ้าผมปรึกษากับเพื่อน ผมกลัวเขามองว่าผมไม่แมนพอ...ถ้าผมปรึกษากับพอแม่ ก็ไม่รู้ว่าจะได้คำไม่พึงประสงค์อะไรไหม? ก็เลยให้ไอ้ก้อนเวรนี้..กลืนผมไปทั้งตัว ผมก็หวังกับตนเองว่า...ขอให้ตัวเองติดมหาลัย...ขอให้ตนเองผ่านนรกตรงนี้...ขอให้ใครซักคน...มาเอาไอ้ก้อนนี้ออกจากตัวผม...ผมขอแค่นี้เอง

       สุดท้ายนี้...หากใครเห็นเรื่องราวอันอาภัพของผม..ผมอยากบอกว่า...ขอบคุณที่อ่านนะครับ...ท่านไม่จำเป็นต้องช่วยผมก็ได้... เพราะคงมีเพียงเวลา ที่จะเยียวยาผมในจุดนี้...ขอบคุณครับ..

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่