"ความพ่ายแพ้ของไอ้ขี้เกียจ"

#ความพ่ายแพ้ของไอ้ขี้เกียจ

    ไอ้ขี้เกียจเป็นหมาไทยสีน้ำตาลเพศผู้ตัวไม่โตนัก หน้าตาท่าทางเหมือนจะดุแต่ไม่มีข่าวว่าได้เคยกัดใครสักคนเดียว ไม่ปรากฏเจ้าของ มีคนบอกว่าตำรวจที่ป้อมยามตรงทางเลี้ยวเข้าตลาดเก็บเอามาเลี้ยงไว้ตั้งแต่ยังเล็กๆ เวลามีตำรวจอยู่เวรที่ป้อม มันก็จะไปนอนที่ในป้อม เวลากลางวันไม่มีตำรวจป้อมยามปิดใส่กุญแจ มันก็จะชอบแอบมานอนแถวๆใต้โต๊ะในร้านข้าวหมูแดงของป้าติ๋ม

เวลามีลูกค้ามานั่งสั่งอาหาร มันก็จะเจียมตัวหลบแอบหลบให้ลึกเข้าไป โผล่แต่ส่วนหน้าแหลมๆออกมา ให้เห็นตาสีน้ำตาลกลมละห้อยกระดิกหางตีขาเก้าอี้พลาสติกดังแกรกๆเท่านั้น
แต่ถึงจะโผล่ออกมาเพียงแค่นี้ก็ตาม ถ้าบังเอิญลุงตุ๋ยคู่ปรับออกมาเห็นเข้า ก็จะตวาดไล่เสียงดังจนแสบหู ให้หัวหดเข้าไปอีก

"ไป..ใอ้ขี้เกียจ ไปให้พ้น  มาแอบอยู่ตรงนี้อีกแล้ว"
ลุงตุ๋ยไม่พูดเปล่า ก้มลงหยิบก่อนกรวดก้อนกลมสีขาวนวล  ขนาดหัวแม่มือ ตรงสวนหิน ทำท่าจะปาไปให้ตรงตัว ไอ้ขี้เกียจยันขาหน้าขึ้นยืน ค่อยๆออกมาจากใต้เก้าอี้ หันมาค้อนลุงตุ๋ย ทำปากขยับขึ้นลงเหมือนจะบอกว่า
"ไปก็ได้...คนใจร้าย..!" แล้วก็เดินอ้อยอิ่ง หลบไปแอบนอนตรงข้างโอ่งใต้ถุนบ้าน ไกลออกไปทางด้านโน้น
ส่วนลุงตุ๋ยก็โยนก้นกรวดลงที่เดิม แล้วทำท่าขบเขี้ยวเขี้ยวฟัน พยักพเยิด
"ดูมัน..ดูมัน ดูไอ้ขี้เกียจมันทำท่ายโส"

มีคนที่พอจะมีท่าทีเอ็นดูไอ้ขี้เกียจอยู่บ้าง ก็น่าจะเป็นพี่ต๊อดเท่านั้น เวลาที่พี่ต๊อดมาที่ร้าน ก็จะส่งเสียงเรียกมาแต่ไกล

"ไอ้ขี้เกียจ..ขี้เกียจเอ๊ย อยู่ที่ไหนเนี่ย"

พี่ต๊อดกะเดาะปากเรียกเสียงดังเต๊าะๆ

"มานี่ มานี่มา วันนี้ฉันซื้อสบู่มาอาบน้ำให้แกด้วยนะ" พี่ต๊อดหยิบขวดสบู่สุนัข จากกระเป๋ากางเกงด้านหลังถือไว้ นั่งยองๆลงลูบหัวไอ้ขี้เกียจ ที่กระดิกหางดิ๊กๆไปมา ยื่นหน้าเอาจมูกเข้ามาสีจนชิดเกือบชนแก้ม จนพี่ต๊อดหงายหลบออกไปเกือบไม่ทัน

"เหม็นโว้ย..เหม็น..ออกไปห่างๆ"
พี่ต๊อดผลักหัวมันออก มันก็ยิ่งเข้ามาใกล้ เอาตัวเข้าไปชิดเกยตรงหัวเข่าดันจนขาพี่ต๊อดเอียง จนต้องเอามือท้าวพื้นพยุงตัวไว้
"แกนี่แหละขี้ประจบจริงๆนะ"
พี่ต๊อดลูบหัวมันด้วยความเอ็นดู

"มา..ไปกินขาไก่ แล้วเดี๋ยวไปอาบน้ำ"
พี่ต๊อดพูดกับไอ้ขี้เกียจเหมือนเป็นภาษาเดียวกัน
มันลุกเดินตามต้อยๆไปทีหลังร้าน หยุดยืนคอยตรงใกล้ครัว รอให้พี่ต๊อดหยิบกระดูกไก่ย่าง ที่มีเนื้อหลังติดตรงหัวท้าย ที่อยู่ในถุงตรงข้างอ่างล้างชามมาเต็มกำมือใหญ่ๆ เดินนำไอ้ขี้เกียจไปตรงเก้าอี้ท้ายสวน ค่อยๆแกะเนื้อหัวท้ายติดกระดูกวางให้ไอ้ขี้เกียจเคี้ยวดังกรุบกรับทีละอัน 2 อันจนหมด

เคยมีคนถามว่า ทำไมถึงเรียกมันว่า"ไอ้ขี้เกียจ" พี่ต๊อดหัวเราะเสียงใส บอกที่มาที่ไปของชื่อ

"ก็มันน่าจะชื่อและขี้เกียจไหมล่ะ...ก็ดูมันก็แล้วกัน มันนอนนิ่งเฉยได้ทั้งวัน ไม่เห่า ไม่สนใจใคร ไม่เคยออกไปเดินไปวิ่ง พอลุงตุ๋ยไล่มันตรงนี้ มันก็ค่อยๆเดินไปแอบตรงโน้น ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่เคยเห็นมันออกไปไล่กัดนกหนูแมวเหมือนหมาตัวอื่นๆเลย"
พี่ต๊อดหัวเราะหึ..หึ

"ไปไอ้ขี้เกียจ ไปนอนที่อื่น"เสียงลุงตุ๋ยไล่อีกแล้ว เมื่อมีลูกค้า 3-4 คนเข้ามานั่งในสวนหลังร้าน ลุงตุ๋ยเคยบอกว่า ไม่ชอบให้มันมาแอบนอนในร้านเพราะเกรงว่าลูกค้าจะรังเกียจ ที่มีสัตว์เลี้ยงมาเพ่นพ่านในร้านอาหาร

"ไม่เป็นไรจ้ะ ไม่รังเกียจ  ไม่เป็นไร ที่บ้านฉันก็มีหมาเหมือนกัน"
ลูกค้าหญิงร่างท้วมวัยกลางคนหันมาบอก
เด็กชายที่มาด้วยก้มลงเอามือไปลูบหัวไอ้ขี้เกียจ ที่กระดิกหางเหมือนกับรู้ภาษาที่พูด

"ที่บ้านฉันก็มีเจ้าแสนดี ที่นี่ก็มีเจ้าขี้เกียจ..."
ลูกค้าหัวเราะเอิ๊กอ๊าก คุยต่อกับลุงตุ๋ยเรื่องสัตว์เลี้ยงเสียอีกยืดยาว โดยมีไอ้ขี้เกียจนอนหมอบอยู่ใต้โต๊ะ

พักนี้มีผู้คนมาเที่ยวดูหิ่งห้อยที่อัมพวากันมากมาย ร้านข้าวหมูแดงของป้าติ๋มที่ขายดีอยู่แล้วยิ่งขายดีไปกว่าเดิม วันๆมีลูกค้าเข้าออกวุ่นวายอยู่ทั้งวัน ลุงตุ๋ยก็มัวแต่เสิร์ฟ เก็บโต๊ะเช็ดถู พี่ต๊อดก็ยุ่งแต่ทำก๋วยเตี๋ยว คิดเงินทอนเงิน ไม่ได้ใส่ใจไอ้ขี้เกียจเหมือนเคย พอเก็บร้านตอนเย็นก็ไม่เห็นมันแล้ว พี่ต๊อดไปเดินกะเดาะปากเรียกมันจนทั่วก็ไปเห็นมันออกมา
"ขี้เกียจ..ขี้เกียจ...มากินขาไก่เร้ว.."
"สงสัยว่ามันจะไปนอนที่ป้อมตำรวจ"
เสียงลุงตุ๋ยว่า
"พักนี้มันน่าจะมีแฟนซะละมั้ง เห็นมันไปดมเจ้าตัวเมียสีนวลๆหมาคุณเล็กอยู่นะ"
ลุงตุ๋ยสันนิษฐานต่อ
"เออ..มีเมียสักทีจะได้หายขี้เกียจ"
พี่ต๊อดหัวเราะ

ไอ้ขี้เกียจหายไป 2-3 วัน ตอนบ่ายของวันต่อมามันเดินผึ่งผายเข้ามาตั้งแต่หน้าร้าน ผิดนิสัยที่เคยเป็น บ่ายวันนี้คนในร้านไม่ค่อยมากนักลุงตุ๋ยคู่อาฆาตหันมาเห็นมันพอดี

"เฮ้ย..มาแล้วหรือไอ้ขี้เกียจ ไปอยู่ที่ไหนมาวะ"
ลุงตุ๋ยยกเท้าเตะไปที่ก้นเบาๆแบบทักทาย มันหันมามอง กระดิกหางเป็นเชิงตอบ เดินผ่านทะลุไปหลังร้าน
"หมาใครหรือลุง"
เด็กหนุ่มนั่งกินข้าวที่โต๊ะ 2 ถามลุงตุ๋ย
"ไม่มีเจ้าของหรอกครับ มันมานอนแถวป้อมตำรวจบ้าง แถวร้านผมบ้าง"
"ผมเห็นมันไปติดตัวเมียข้างบ้านผมแน่ะ ผมจำมันได้ มันกัดกับหมาเจ้าถิ่น เห่ากันเสียงขรมเลย"

"มันเห่า กัดกับใครเป็นด้วยหรือ"
พี่ต๊อดถามยิ้มๆ
"วันๆเห็นมันเอาแต่นอนทั้งวัน"

ข่าวเรื่องไอ้ขี้เกียจมีแฟน เป็นเรื่องคุยกันสนุกสนานในร้านข้าวหมูแดงของป้าติ๋ม ลุงตุ๋ยตั้งข้อสังเกตว่า ถ้ามันไม่เลิกนิสัยขี้เกียจอย่างที่เป็นอยู่ แฟนของมันคงจะเบื่อในไม่ช้า เพราะมันต้องขี้เกียจทำการบ้านแน่ๆ แต่ป้าติ๋มก็แย้งว่า มันยังดีกว่าลุงตุ๋ย ที่มันยังมีตัวเมีย เพราะลุงตุ๋ยไม่มีสาวๆมาเหล่มองสักคน
โดนมุกนี้ เล่นเอาลุงตุ๋ยต้องลุกไปอัดบุหรี่วาบๆทีหลังร้าน

ตอนเย็นปิดร้านแล้วลุงตุ๋ยเอาเศษอาหารมาเทใส่ชามพลาสติกให้มันกินตรงหลังร้าน พี่ต๊อดรอมันกินจนเสร็จ จับมันมาอาบน้ำตรงก๊อกหลังร้านพบแผลถูกกัดที่กลางหลัง สะโพก สองแห่งพอเอายาไอโปดีนใส่แผลสดใส่ให้ก็ร้องครางหงิงๆ

"แสบล่ะสิทนหน่อยนะเอ็ง อยากไปทำซ่ามาโดนซะสองแผลเลย" พี่ต๊อดว่าพลางดึงเห็บตัวอ้วนออกจากซอกกลีบตีนหน้า โยนลงในขวดพลาสติกตัดครึ่งที่มีน้ำอยู่เกือบเต็ม ปลิ้นหูทั้งสองข้างออกมาค้นหาเห็บอีก ทันใดนั้นไอ้ขี้เกียจลุกขึ้นยืนหูตั้งเสียงคำรามดังฮื่อ ฮื่อ ออกมาจากลำคอตาลุกวาวจ้องไปที่ถนน
พี่ต๊อดมองตามสายตา หมาตัวผู้ สีดำตัวใหญ่ของร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดตรงหัวมุมถนน กำลังก้อล่อก้อติกกับหมาตัวเมียสีขาวนวลตัวเล็กของพี่เล็ก

"เฮ้ยๆ..!อย่าซ่าไอ้ขี้เกียจ เอ็งออกไปตอนนี้เสร็จแน่เลยมวยคนละรุ่นนะเอ็ง"
พี่ต๊อดกดตัวมานั่งลง เอาผ้าขนหนูสีหม่นที่ใช้เช็ดตัวคลุมหัวไม่ให้เห็น มันส่ายหัวสะบัดออกคำรามเสียงฮือฮ่า ทำท่าจะเผ่นออกไปท่าเดียว

"ใจเย็นๆนะขี้เกียจ เอ็งน่ะตัวเล็กกว่ามันตั้งเยอะมันเอาตายแน่ ไม่ช่วยนะเว้ย"
พี่ต๊อดจับมันไว้สองมือเหมือนสื่อภาษากันรู้เรื่อง ไอ้ขี้เกียจยอมนั่งลงอย่างโดยดี แต่ยังคงมองออกไปที่ถนนคำรามฮื่อฮ่าในลำคอ

ตั้งแต่วันนั้นไอ้ขี้เกียจเงียบไปหลายวัน ตอนเย็นพี่ต๊อดเรียกมันออกมากินกระดูกไก่ มันก็ทำเฉยเมยเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่ยินดียินร้ายนอนหมอบแอบตรงใต้โต๊ะที่เดิม ลุงตุ๋ยไปก้มชะโงกหน้ามองมันก็ทำตาปริบๆหันหน้าไปทางอื่น
"เป็นไง...อกหักหรือวะ...ทำนอนนิ่ง"
ลุงตุ๋ยหัวเราะเยาะ

วันที่ใครต่อใครต่างก็สงสารไอ้ขี้เกียจกันทุกคน และน่าจะเป็นวันที่พ่ายแพ้ของไอ้ขี้เกียจอย่างไม่มีประตูสู้ คือวันนี้ วันที่มีงานที่อุทยาน ร.2 นักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันมากมายล้นหลามแทบจะไม่มีที่เดิน ตลาดน้ำเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ร้านป้าติ๋มขายดีมากหมดตั้งแต่ยังไม่บ่าย 2 โมงเก็บร้านแต่วัน ลุงตุ๋ยเอาเศษอาหารที่เหลือพร้อมกับกระดูกไก่เทใส่ชามพลาสติกมาวางไว้ที่เดิม

"ไอ้ขี้เกียจไปไหนวะออกมากินข้าวเร็ว"
เสียงลุงตุ๋ยเรียกอย่างอารมณ์ดีไม่มีเงาของไอ้ขี้เกียจเหมือนเคย ลุงตุ๋ยไม่ใส่ใจหันไปเก็บกวาดร้านต่อ

"เฮ้ย...นั่นไงขี้เกียจมันเป็นอะไรน่ะ"
เสียงพี่ต๊อดตื่นเต้น ไอ้ขี้เกียจเดินโซซัดโซเซมาล้มแผละข้างทางเดินเข้าครัว เนื้อตัวรุ่งริ่งยับเยิน มีเลือดไหลซึมออกมาจากบาดแผลที่ตัว เห็นได้ชัด จากหลัง คอ ขาและสะโพก ลุงตุ๋ยนั่งลงจับมันพลิกตัวดู เสียงมันครางหงิงๆเหมือนหมดแรงใกล้ตาย

"โดนกัดมาหลายแผลเต็มตัวเลย สงสัยว่าคงต้องเอามันไปหาหมอแล้วล่ะ คราวนี้เองเสร็จแน่แล้วไอ้ขี้เกียจ"
ลุงตุ๋ยทำท่าสงสารทั้งที่เป็นคู่อริกัน
"โถ..มันอุตส่าห์กลับมาให้เราช่วย งั้นเดี๋ยวต๊อดเอามันไปหาหมอเองนะ"
พี่ต๊อดรีบไปเอาผ้าขนหนูมาห่อตัวมันไว้อุ้มขึ้นรถ
จนค่ำพี่ต๊อดถึงกลับบ้านเสียเวลาไปหลายชั่วโมง ลุงตุ๋ยลงไปช่วยอุ้มไอ้ขี้เกียจวางตรงพื้นนอกชาน

"ไปเสียหลายชั่วโมงเลยเป็นอย่างไรบ้างวะ"
ลุงตุ๋ยพูดกับไอ้ขี้เกียจเหมือนกับว่ามันจะโต้ตอบกลับมาได้
"ก็...นอกจากจะมีแผลใหญ่แผลน้อยทั่วตัวแล้ว มันยังหมดสิทธิ์ใช้ความเป็นชายไปตลอดชีวิต" พี่ต๊อดตอบลุงตุ๋ย จับขาไอ้ขี้เกียจแยกออกให้ลุงตุ๋ยดูแผ่น
พลาสเตอร์แผ่นใหญ่ที่ปิดไว้ตรงกลางเต็มหน้าขาทั้งสองข้าง มีสายพลาสติกใสห้อยโผล่ออกมาสักสามนิ้ว ไอ้ขี้เกียจทำตาปริบๆละห้อย ตาฉ่ำเหมือนมีน้ำตาคลอหูลู่ตก หมดอาลัยตายอยาก
"หมอบอกว่ามันถูกกัดที่ไอ้จู๋ด้วยเละไปเลย ต้องตัดส่วนที่เละออกไปตั้งเยอะ อีกสามวันต้อง
พามันไปให้หมอล้างแผลอีก"
พี่ต๊อดเอามือลูบหัวด้วยความสงสาร
"โถไอ้ขี้เกียจเอ๊ย ไม่น่าเลยนะเอ็ง หมดกันทีชีวิตนี้"ลุงตุ๋ยทำเสียงเวทนาสงสารอย่างจริงใจ.

            ..............

บุษบา ท่าพระ
17/5/2569.
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่