JJNY : “บก.ลายจุด-ไอลอว์”ไต่สวนสาธารณะจี้กกต.│ตั้งคูหาจับคู่‘บาร์โค้ดลับ’│หมอวาโยเปิดพิรุธปปช.│เตือนฝนถล่ม ลมแรง 43 จว.

“บก.ลายจุด-ไอลอว์” เปิดเวทีไต่สวนสาธารณะ จี้ กกต. แจงปมเลือกตั้งส่อพิรุธ เร่งรับรองผลหวั่นโมฆะ
https://www.thairath.co.th/news/politic/2916461
.

.
เครือข่ายภาคประชาชนนัดรวมพลหน้าหอศิลป์ฯ “ไต่สวนสาธารณะ กกต. โกงเสียงประชาชน” ด้าน “บก.ลายจุด” ฉะเร่งรับรองผล สส. หวั่นโมฆะ
.
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่บริเวณลานด้านหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและนักกิจกรรมทางการเมืองสวมเสื้อเชิงสัญลักษณ์ถือป้ายเรียกร้องความโปร่งใสเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง โดยมีไฮไลต์สำคัญคือเวทีเสวนา “ไต่สวนสาธารณะ” นำโดย นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด และ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จาก iLaw ท่ามกลางการแสดงดนตรีจากวงสามัญชนเพื่อสะท้อนเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
.
นายสมบัติ หรือ บก.ลายจุด กล่าวบนเวทีว่า การทำงานของ กกต. ในการเลือกตั้งครั้งนี้มีช่องโหว่จำนวนมาก โดยเฉพาะการรายงานผลผ่านระบบ ECT Report ที่ล่าช้าและข้อมูลระดับหน่วยเลือกตั้งที่ไม่เปิดเผยอย่างครบถ้วนตามที่ควรจะเป็น นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตถึงการเร่งประกาศรับรอง ส.ส. จำนวนมาก ทั้งที่ข้อสงสัยในความไม่สุจริตยังไม่ถูกชี้แจง ซึ่งหากในอนาคตศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสถานะ ส.ส. งบประมาณมหาศาล และการบริหารราชการแผ่นดิน
.
กกต. มีเวลาเตรียมตัวหลายปี ไม่ใช่อ้างข้อจำกัดด้านเวลา ข้อมูลระดับหน่วยท่านมีครบตั้งแต่วันเลือกตั้ง แต่กลับเลือกเปิดเผยเพียงบางส่วน แล้วจู่ๆ ก็มารีบรับรองผลในภาวะที่สังคมยังคาใจ แทนที่จะรอความชัดเจนทางข้อกฎหมายภายในกรอบ 60 วัน” นายสมบัติระบุ
.
นอกจากนี้ บก.ลายจุด ยังได้วิจารณ์กรณี กกต. แจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนที่เข้าไปตรวจสอบความผิดปกติของการเลือกตั้ง ว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและเข้าข่าย “การฟ้องปิดปาก” (SLAPP) เพื่อปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมเรียกร้องให้ กกต. ทบทวนและถอนฟ้องทันที โดยยืนยันว่าเวทีไต่สวนสาธารณะนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างบรรทัดฐานความโปร่งใส และอยากเห็น กกต. ออกมาชี้แจงข้อสงสัยต่อสาธารณะในรูปแบบการแลกเปลี่ยนข้อมูล ไม่ใช่การแถลงข่าวทางเดียวอย่างที่ผ่านมา
.

.
ตั้งคูหา จับคู่ ‘บาร์โค้ดลับ’ ภาคประชาชนเปิดเวที ‘ไต่สวนสาธารณะ’ แห่เล่นเกม ‘น้ำลดกกต.ผุด’
https://www.matichon.co.th/politics/news_5611115
.
น้ำลด กกต.ผุด! ตั้งคูหา จับคู่บาร์โค้ดลับ เปิดเวทีไต่สวนสาธารณะ ตอกย้ำ อำนาจประชาชน
.
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กปอพช.) และ เครือข่าย People GO จัดกิจกรรม ‘เวทีไต่สวนสาธารณะ กกต.โกง เสียงประชาชน’ นำโดย นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ หนูหริ่ง (บก.ลายจุด) ผู้อำนวยการมูลนิธิกระจกเงา และ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือ เป๋า ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw)
.
บรรยากาศเวลา 17.00 น. มีการติดป้ายข้อความชื่องาน รวมถึง ’รธน.ต้องให้คนไร้สิทธิเข้าถึงบริการของรัฐ‘ และป้ายไวนิลขนาดใหญ่ ‘เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องมีประชาชน‘ ติดตั้งโดยรอบ พร้อมทั้งนำเบาะนั่งหลากสีสันมาวาง เตรียมรองรับผู้ร่วมงานหลากหลายเจนเนเรชั่น
.
ก่อนที่ เวลา 17.30 น. มีการบรรเลงดนตรีโดย วงสามัญชน นำโดย นายชูเวช เดชดิษฐรักษ์ นักร้องนำ และ นายณัฐพงษ์ ภูแก้ว หรือ ‘แก้วใส’ นักร้องและมือกีตาร์ขับขานบทเพลงเชิญชวนผู้ใช้สิทธิใช้เสียงเลือกตั้ง นำทุกความโกรธมาร่วมเปิดเวทีไต่สวน กกต. พร้อมประกาศฉันทามติ เห็นชอบรัฐธรรมนูญใหม่
.
โดยเมื่อถึงเพลง ‘อยากจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้’ นายชูเวชกล่าวว่า หวังว่าวันนึง เราจะได้รัฐธรรมนูญที่รับประกันรัฐสวัสดิการให้กับพวกเราทุกคน ใช่ไหมใช่ ? โดยประชาชนเปล่งเสียงขานรับ อย่างพร้อมเพรียง จากนั้นต่อด้วยวง ’สติเฟื่องและลงพุง’ ที่เนื้อหาตอกย้ำว่า อำนาจใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่าประชาชน
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการจัดงานเต็มไปด้วยกิจกรรมมากมาย อาทิ ‘ไม่หนีบหีบหาย’ โดย SYSI และเครือข่ายคนรุ่นใหม่ ที่ตั้งหีบจำลองซึ่งใครก็สามารถสั่งจากช่องทางออนไลน์ได้, ’เกมจับคู่ไพ่ ไหนใครกาอะไรบ้าง? บาร์ลับใกล้ฉัน‘ ที่สะท้อนกรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งซึ่งควรต้องเป็นการลงคะแนนลับ, ’น้ำลด กกต.ผุด เกมลดเฉย‘ ที่นำขวดใส่น้ำแต่เจาะรูไว้ โดยเมื่อผู้ร่วมงานเติมน้ำลงไปจะรั่วไหลออก พร้อมป้ายข้อความ ‘94% อยู่นั่น ไม่เพิ่มแถมลดอีก!’ เพื่อตอกย้ำปัญหาการนับคะแนนที่ล่าช้า เสนอให้ กกต.ต้องจัดกระบวนการนับคะแนน, รวมคะแนนและรายงานผลที่โปร่งใส และสนับสนุน การมีส่วนร่วมตรวจสอบจากประชาชน
.
ไปจนถึง บอร์ดให้ประชาชนร่วมเขียนข้อความ ‘รัฐธรรมนูญในฝัน’ ที่มีผู้ร่วมแวะเวียนมาเขียนข้อความอย่างต่อเนื่อง อาทิ ผู้พิการต้องเข้าถึงการศึกษา และสวัสดิการที่ดูแลพวกเขา อย่างสมเหตุสมผล, รัฐธรรมนูญต้องระบุคำว่าเพศหลากหลาย, ยกเลิกเกณฑ์ทหาร เป็นต้น
.
โดยเวลา 18.10 น. จะมีการแสดงแบบไม่แหวง โดย คณะละครใบ้สำโรง
.
เวลา 18.25 น. เปิดเวที ไต่สวนสาธารณะ กกต.โกงเสียงประชาชน โดย หนูหริ่ง นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ หนูหริ่ง (บก.ลายจุด) เป็น โจทก์ และ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือ เป๋า เป็น กกต. พร้อมชักชวนทุกคนที่มาชุมนุม สามารถฟ้อง ซัก ค้าน เป็นพยานและลูกขุน ลงคะแนนตัดสิน
.
จากนั้นเวลา 20.20 น. กป.อพช. และ เครือข่าย People GO ร่วมแถลงคำประกาศ จับผิดกกต.ใส่กรงชัยชนะประชามติ เดินหน้ารัฐธรรมนูญใหม่
.
โดยหลังบรรเลงดนตรีจบ นายชูเวช ยังให้ กกต. 3 คำ คือ ‘แต่ง ตั้ง เป๋า’ พร้อมอธิบายว่า ควรจะให้พี่เป๋าไอลอว์ (ยิ่งชีพ) ควรจะไปเป็นกกต. รวมถึงเสนอคำว่า ‘คุก คุก คุก’ ที่มองว่าเหมาะสมกับ กกต.
.

.
หมอวาโย เปิดพิรุธ สำนวนปปช.ชี้มูล 44 ก้าวไกล หลักฐานมั่ว-เหมารวม จ่อยื่นคัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่ https://www.matichon.co.th/politics/news_5611171
.
หมอวาโย เปิดพิรุธ สำนวนปปช.ชี้มูล 44 ก้าวไกล หลักฐานมั่ว-เหมารวม จ่อยื่นคัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่
.
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ถึงกรณีคำร้อง ป.ป.ช.มีคำร้อง 44 ส.ส.ก้าวไกล มีความผิดเรื่องจริยธรรมในเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 ต่อศาลอาญาทุจริต ว่า หลังจากที่ ป.ป.ช.ชี้มูล 44 ส.ส.ก้าวไกลว่ามีความผิดจริยธรรม ฐานเสนอแก้ไขมาตรา 112 เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ตามกฎหมายระบุให้สั่งฟ้องภายใน 30 วัน เท่ากับว่าต้องสั่งฟ้องภายใน 8 มี.ค. หรืออีกไม่ถึงครึ่งเดือน และถ้าศาลประทับรับฟ้อง ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ถ้าไม่สั่งอะไรก็เท่ากับว่าถ้าประทับรับฟ้องก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ซึ่งยังไม่มีใครขอมาก่อน แต่ตนจะยื่นขอศาลว่าไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
.
โดยจะยื่นเป็น 3 คำร้อง คือ 1. ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อในส่วนของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เพราะเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ถ้าปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ก็จะส่งผลเสียหายต่อระบอบประชาธิปไตย หากไม่มีผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนฯ
.
2. ขอให้ไม่ประทับรับฟ้องเลย โดยอธิบายว่ากระบวนการของ ป.ป.ช.ขัดต่อกฎหมาย เพราะจะเห็นได้ว่าพวกตนพยายามร้องสอดขอความเป็นธรรม เพราะมีหลายเรื่องมาก ตั้งแต่เล็กน้อยถึงเรื่องใหญ่
.
นพ.วาโยระบุว่า เรื่องเล็กน้อย อาทิ การส่งหมาย ป.ป.ช.ระบุในระเบียบว่าต้องคำนึงถึงระยะใกล้ไกลของผู้ถูกร้อง แต่หมายที่ออกมากำหนดเวลาตามที่เขาสะดวก ไม่ได้คำนึงถึงระยะใกล้ไกล คนนนทบุรี ได้ให้ไปวันหลังคนจากเชียงราย อันนี้ก็เป็นปัญหาที่ผิดระเบียบของ ป.ป.ช.เอง
.
การชี้แจงด้วยวาจา กลับถูกคัดค้าน ไม่ให้ชี้แจง มีครั้งหนึ่งไปกับนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เมื่อเข้าไปชี้แจงด้วยวาจาเพิ่มเติมส่วนตัว เพราะถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมพิเศษ จนถูกจัดไว้ในกลุ่ม 1 โดยบอกว่านายวิโรจน์มุ่งมั่นมากที่จะแก้ 112 โดยเอาหลักฐานสัมภาษณ์จากสำนักข่าวว่ายอมหัก แต่ไม่ยอมงอ ในเรื่องแก้ 112
.
แต่เนื้อข่าวที่ ป.ป.ช.ส่งมาให้เรา ไปเช็กดูยูอาร์แอล ปรากฏว่านายวิโรจน์ไม่ได้พูดอย่างนั้น แต่เป็นนักข่าวถามว่า แปลว่ายอมหักไม่ยอมงอใช่ไหม นายวิโรจน์ก็ตอบว่านี่ไม่ใช่เรื่องยอมหักไม่ยอมงอ แต่เป็นเรื่องสัจจะวาจา เป็นนโยบายที่ได้พูดกับประชาชนไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องยอมหักไม่ยอมงอ เน้น 2 ครั้ง แต่ ป.ป.ช.ก็เอามาเขียน
.
ตนเข้าไปชี้แจงก็บอกว่าเป็นเฟคนิวส์ กรรมการไต่สวนก็ยอมรับว่าน่าจะเป็นเฟคนิวส์ แต่พอช่วงบ่ายตนจะไปชี้แจง บอกไม่ต้องไป เพราะรับรู้คำเบิกความ ทั้งที่เป็นคนละคน คนละกรณีกัน คือตอนแรกเขาทักท้วง ไม่ให้ทนายเข้าฟัง แต่ตามกฎหมายผู้ถูกร้องสามารถชี้แจงโดยเอาผู้ไว้ใจ และทนายเข้าด้วยได้ตามกฎหมาย ก็ยืนยันจนได้เข้าไป
.
นอกจากนี้ จากใบแถลงข่าว ก็ไม่รู้ว่าจะฟ้องในประเด็นอะไร แต่เท่าที่อ่านคือ ป.ป.ช.ไม่ได้อ่านคำชี้แจงจากพวกตนเลย เพราะคำชี้แจงที่เราทำไปของแต่ละคน คนละสำนวน ไม่มีการก๊อบปี้กัน เราแยกกันทำทุกคน คนละพฤติการณ์ อย่างเรื่องคุณณัฐพงษ์ที่ถูกกล่าวหาว่าประกันตัวผู้ต้องหา 112 แต่เมื่อเอาเลขคดีไปเช็ก เป็นคดีมาตรา 116 และมีอีกหลายคนที่เป็นแบบนี้
.
กฎหมายเขียนว่าคดีจริยธรรมที่ ป.ป.ช.ส่งไปศาลฎีกานั้น ให้พิจารณาโดยยึดสำนวนของ ป.ป.ช.เป็นหลัก แล้วปัญหาคือข้อต่อสู้ของพวกผมไปอยู่ในสำนวน ป.ป.ช.หรือไม่ ยังมีเรื่องที่ขอหมายไปยังพยานต่างๆ ขอหมายไปยังสภา เพื่อขอเอกสาร เพราะเอกสารที่เป็นประโยชน์กับเราไม่อยู่ในสำนวน ป.ป.ช. ก็ไม่ออกหมายให้เราเลย แล้วนี่คือกระบวนการที่ชอบได้อย่างไร
.
บางคนอ้างว่าไปประกันตัวผู้ต้องหา 112 แต่ไม่มีเลขคดี สืบค้นก็ไม่ได้ ทำคำร้องถามว่าคดีไหน ขอพยานหลักฐานเพิ่มเติม ป.ป.ช.บอกตามนั้นสมบูรณ์แล้ว ก็ต้องไปสู้ในฎีกาว่ามันเป็นอย่างนี้
.
ป.ป.ช.เปิดโอกาสให้เราคัดค้านได้หากมีข้อพิพาทกัน ของเราก็คัดค้าน ตกหมด แต่ ป.ป.ช.คัดค้านเราได้ อย่างผู้นำฝ่ายค้านเป็นผู้ที่ต้องสรรหาองค์กรอิสระ และต้องสรรหา ป.ป.ช.ท่านหนึ่ง เขาคัดค้านนายณัฐพงษ์ ไม่ให้ไปเลือกเขา ซึ่งทำได้ ไปโหวตเขาไม่ได้ แต่พอทำคำขอตามที่เขาเขียนเลยว่ามีคดีอะไรบ้าง คัดค้าน ป.ป.ช.ไม่ให้พิจารณาคดีนี้ กลับไม่ได้ ทั้งหมดนี้คือคำร้องว่าไม่ควรรับ
.
3. จะเป็นกรณีการตีความกฎหมายว่าอำนาจ ป.ป.ช.สืบสวนไต่สวน สั่งฟ้อง คดีจริยธรรม ท่านไม่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ เพราะคนที่จะร้องเรากล่าวหาว่าล้มล้างการปกครอง ก็ต้องเป็นคดีอาญา ถ้าจะกล่าวหาก็ต้องแจ้งความเป็นคดีอาญามาตรา 113 และต้องสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ไว้ก่อน และสืบสวนเรื่องคดีอาญาก่อน
.
ที่มา กรรมกรข่าวคุยนอกจอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่