“บก.ลายจุด-ไอลอว์” เปิดเวทีไต่สวนสาธารณะ จี้ กกต. แจงปมเลือกตั้งส่อพิรุธ เร่งรับรองผลหวั่นโมฆะ
https://www.thairath.co.th/news/politic/2916461
.

.
เครือข่ายภาคประชาชนนัดรวมพลหน้าหอศิลป์ฯ “ไต่สวนสาธารณะ กกต. โกงเสียงประชาชน” ด้าน “บก.ลายจุด” ฉะเร่งรับรองผล สส. หวั่นโมฆะ
.
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่บริเวณลานด้านหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและนักกิจกรรมทางการเมืองสวมเสื้อเชิงสัญลักษณ์ถือป้ายเรียกร้องความโปร่งใสเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง โดยมีไฮไลต์สำคัญคือเวทีเสวนา “ไต่สวนสาธารณะ” นำโดย นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด และ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จาก iLaw ท่ามกลางการแสดงดนตรีจากวงสามัญชนเพื่อสะท้อนเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
.
นายสมบัติ หรือ บก.ลายจุด กล่าวบนเวทีว่า การทำงานของ กกต. ในการเลือกตั้งครั้งนี้มีช่องโหว่จำนวนมาก โดยเฉพาะการรายงานผลผ่านระบบ ECT Report ที่ล่าช้าและข้อมูลระดับหน่วยเลือกตั้งที่ไม่เปิดเผยอย่างครบถ้วนตามที่ควรจะเป็น นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตถึงการเร่งประกาศรับรอง ส.ส. จำนวนมาก ทั้งที่ข้อสงสัยในความไม่สุจริตยังไม่ถูกชี้แจง ซึ่งหากในอนาคตศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสถานะ ส.ส. งบประมาณมหาศาล และการบริหารราชการแผ่นดิน
.
“กกต. มีเวลาเตรียมตัวหลายปี ไม่ใช่อ้างข้อจำกัดด้านเวลา ข้อมูลระดับหน่วยท่านมีครบตั้งแต่วันเลือกตั้ง แต่กลับเลือกเปิดเผยเพียงบางส่วน แล้วจู่ๆ ก็มารีบรับรองผลในภาวะที่สังคมยังคาใจ แทนที่จะรอความชัดเจนทางข้อกฎหมายภายในกรอบ 60 วัน” นายสมบัติระบุ
.
นอกจากนี้ บก.ลายจุด ยังได้วิจารณ์กรณี กกต. แจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนที่เข้าไปตรวจสอบความผิดปกติของการเลือกตั้ง ว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและเข้าข่าย “การฟ้องปิดปาก” (SLAPP) เพื่อปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมเรียกร้องให้ กกต. ทบทวนและถอนฟ้องทันที โดยยืนยันว่าเวทีไต่สวนสาธารณะนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างบรรทัดฐานความโปร่งใส และอยากเห็น กกต. ออกมาชี้แจงข้อสงสัยต่อสาธารณะในรูปแบบการแลกเปลี่ยนข้อมูล ไม่ใช่การแถลงข่าวทางเดียวอย่างที่ผ่านมา
.
.
ตั้งคูหา จับคู่ ‘บาร์โค้ดลับ’ ภาคประชาชนเปิดเวที ‘ไต่สวนสาธารณะ’ แห่เล่นเกม ‘น้ำลดกกต.ผุด’
https://www.matichon.co.th/politics/news_5611115
.
น้ำลด กกต.ผุด! ตั้งคูหา จับคู่บาร์โค้ดลับ เปิดเวทีไต่สวนสาธารณะ ตอกย้ำ อำนาจประชาชน
.
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กปอพช.) และ เครือข่าย People GO จัดกิจกรรม ‘เวทีไต่สวนสาธารณะ กกต.โกง เสียงประชาชน’ นำโดย นาย
สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ หนูหริ่ง (บก.ลายจุด) ผู้อำนวยการมูลนิธิกระจกเงา และ นาย
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือ เป๋า ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw)
.
บรรยากาศเวลา 17.00 น. มีการติดป้ายข้อความชื่องาน รวมถึง ’
รธน.ต้องให้คนไร้สิทธิเข้าถึงบริการของรัฐ‘ และป้ายไวนิลขนาดใหญ่ ‘
เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องมีประชาชน‘ ติดตั้งโดยรอบ พร้อมทั้งนำเบาะนั่งหลากสีสันมาวาง เตรียมรองรับผู้ร่วมงานหลากหลายเจนเนเรชั่น
.
ก่อนที่ เวลา 17.30 น. มีการบรรเลงดนตรีโดย วงสามัญชน นำโดย นาย
ชูเวช เดชดิษฐรักษ์ นักร้องนำ และ นาย
ณัฐพงษ์ ภูแก้ว หรือ ‘
แก้วใส’ นักร้องและมือกีตาร์ขับขานบทเพลงเชิญชวนผู้ใช้สิทธิใช้เสียงเลือกตั้ง นำทุกความโกรธมาร่วมเปิดเวทีไต่สวน กกต. พร้อมประกาศฉันทามติ เห็นชอบรัฐธรรมนูญใหม่
.
โดยเมื่อถึงเพลง ‘
อยากจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้’ นายชูเวชกล่าวว่า หวังว่าวันนึง เราจะได้รัฐธรรมนูญที่รับประกันรัฐสวัสดิการให้กับพวกเราทุกคน ใช่ไหมใช่ ? โดยประชาชนเปล่งเสียงขานรับ อย่างพร้อมเพรียง จากนั้นต่อด้วยวง ’
สติเฟื่องและลงพุง’ ที่เนื้อหาตอกย้ำว่า อำนาจใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่าประชาชน
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการจัดงานเต็มไปด้วยกิจกรรมมากมาย อาทิ ‘
ไม่หนีบหีบหาย’ โดย SYSI และเครือข่ายคนรุ่นใหม่ ที่ตั้งหีบจำลองซึ่งใครก็สามารถสั่งจากช่องทางออนไลน์ได้, ’
เกมจับคู่ไพ่ ไหนใครกาอะไรบ้าง? บาร์ลับใกล้ฉัน‘ ที่สะท้อนกรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งซึ่งควรต้องเป็นการลงคะแนนลับ,
’น้ำลด กกต.ผุด เกมลดเฉย‘ ที่นำขวดใส่น้ำแต่เจาะรูไว้ โดยเมื่อผู้ร่วมงานเติมน้ำลงไปจะรั่วไหลออก พร้อมป้ายข้อความ ‘
94% อยู่นั่น ไม่เพิ่มแถมลดอีก!’ เพื่อตอกย้ำปัญหาการนับคะแนนที่ล่าช้า เสนอให้ กกต.ต้องจัดกระบวนการนับคะแนน, รวมคะแนนและรายงานผลที่โปร่งใส และสนับสนุน การมีส่วนร่วมตรวจสอบจากประชาชน
.
ไปจนถึง บอร์ดให้ประชาชนร่วมเขียนข้อความ ‘
รัฐธรรมนูญในฝัน’ ที่มีผู้ร่วมแวะเวียนมาเขียนข้อความอย่างต่อเนื่อง อาทิ ผู้พิการต้องเข้าถึงการศึกษา และสวัสดิการที่ดูแลพวกเขา อย่างสมเหตุสมผล, รัฐธรรมนูญต้องระบุคำว่าเพศหลากหลาย, ยกเลิกเกณฑ์ทหาร เป็นต้น
.
โดยเวลา 18.10 น. จะมีการแสดงแบบไม่แหวง โดย คณะละครใบ้สำโรง
.
เวลา 18.25 น. เปิดเวที ไต่สวนสาธารณะ กกต.โกงเสียงประชาชน โดย หนูหริ่ง นาย
สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ หนูหริ่ง (บก.ลายจุด) เป็น โจทก์ และ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือ เป๋า เป็น กกต. พร้อมชักชวนทุกคนที่มาชุมนุม สามารถฟ้อง ซัก ค้าน เป็นพยานและลูกขุน ลงคะแนนตัดสิน
.
จากนั้นเวลา 20.20 น. กป.อพช. และ เครือข่าย People GO ร่วมแถลงคำประกาศ จับผิดกกต.ใส่กรงชัยชนะประชามติ เดินหน้ารัฐธรรมนูญใหม่
.
โดยหลังบรรเลงดนตรีจบ นาย
ชูเวช ยังให้ กกต. 3 คำ คือ ‘แต่ง ตั้ง เป๋า’ พร้อมอธิบายว่า ควรจะให้พี่เป๋าไอลอว์ (ยิ่งชีพ) ควรจะไปเป็นกกต. รวมถึงเสนอคำว่า ‘
คุก คุก คุก’ ที่มองว่าเหมาะสมกับ กกต.
.
.
หมอวาโย เปิดพิรุธ สำนวนปปช.ชี้มูล 44 ก้าวไกล หลักฐานมั่ว-เหมารวม จ่อยื่นคัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่ https://www.matichon.co.th/politics/news_5611171
.
หมอวาโย เปิดพิรุธ สำนวนปปช.ชี้มูล 44 ก้าวไกล หลักฐานมั่ว-เหมารวม จ่อยื่นคัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่
.
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ นพ.
วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ถึงกรณีคำร้อง ป.ป.ช.มีคำร้อง 44 ส.ส.ก้าวไกล มีความผิดเรื่องจริยธรรมในเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 ต่อศาลอาญาทุจริต ว่า หลังจากที่ ป.ป.ช.ชี้มูล 44 ส.ส.ก้าวไกลว่ามีความผิดจริยธรรม ฐานเสนอแก้ไขมาตรา 112 เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ตามกฎหมายระบุให้สั่งฟ้องภายใน 30 วัน เท่ากับว่าต้องสั่งฟ้องภายใน 8 มี.ค. หรืออีกไม่ถึงครึ่งเดือน และถ้าศาลประทับรับฟ้อง ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ถ้าไม่สั่งอะไรก็เท่ากับว่าถ้าประทับรับฟ้องก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ซึ่งยังไม่มีใครขอมาก่อน แต่ตนจะยื่นขอศาลว่าไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
.
โดยจะยื่นเป็น 3 คำร้อง คือ 1. ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อในส่วนของนาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เพราะเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ถ้าปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ก็จะส่งผลเสียหายต่อระบอบประชาธิปไตย หากไม่มีผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนฯ
.
2. ขอให้ไม่ประทับรับฟ้องเลย โดยอธิบายว่ากระบวนการของ ป.ป.ช.ขัดต่อกฎหมาย เพราะจะเห็นได้ว่าพวกตนพยายามร้องสอดขอความเป็นธรรม เพราะมีหลายเรื่องมาก ตั้งแต่เล็กน้อยถึงเรื่องใหญ่
.
นพ.
วาโยระบุว่า เรื่องเล็กน้อย อาทิ การส่งหมาย ป.ป.ช.ระบุในระเบียบว่าต้องคำนึงถึงระยะใกล้ไกลของผู้ถูกร้อง แต่หมายที่ออกมากำหนดเวลาตามที่เขาสะดวก ไม่ได้คำนึงถึงระยะใกล้ไกล คนนนทบุรี ได้ให้ไปวันหลังคนจากเชียงราย อันนี้ก็เป็นปัญหาที่ผิดระเบียบของ ป.ป.ช.เอง
.
การชี้แจงด้วยวาจา กลับถูกคัดค้าน ไม่ให้ชี้แจง มีครั้งหนึ่งไปกับนาย
วิโรจน์ ลักขณาอดิศร เมื่อเข้าไปชี้แจงด้วยวาจาเพิ่มเติมส่วนตัว เพราะถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมพิเศษ จนถูกจัดไว้ในกลุ่ม 1 โดยบอกว่านาย
วิโรจน์มุ่งมั่นมากที่จะแก้ 112 โดยเอาหลักฐานสัมภาษณ์จากสำนักข่าวว่ายอมหัก แต่ไม่ยอมงอ ในเรื่องแก้ 112
.
แต่เนื้อข่าวที่ ป.ป.ช.ส่งมาให้เรา ไปเช็กดูยูอาร์แอล ปรากฏว่านาย
วิโรจน์ไม่ได้พูดอย่างนั้น แต่เป็นนักข่าวถามว่า แปลว่ายอมหักไม่ยอมงอใช่ไหม นาย
วิโรจน์ก็ตอบว่านี่ไม่ใช่เรื่องยอมหักไม่ยอมงอ แต่เป็นเรื่องสัจจะวาจา เป็นนโยบายที่ได้พูดกับประชาชนไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องยอมหักไม่ยอมงอ เน้น 2 ครั้ง แต่ ป.ป.ช.ก็เอามาเขียน
.
ตนเข้าไปชี้แจงก็บอกว่าเป็นเฟคนิวส์ กรรมการไต่สวนก็ยอมรับว่าน่าจะเป็นเฟคนิวส์ แต่พอช่วงบ่ายตนจะไปชี้แจง บอกไม่ต้องไป เพราะรับรู้คำเบิกความ ทั้งที่เป็นคนละคน คนละกรณีกัน คือตอนแรกเขาทักท้วง ไม่ให้ทนายเข้าฟัง แต่ตามกฎหมายผู้ถูกร้องสามารถชี้แจงโดยเอาผู้ไว้ใจ และทนายเข้าด้วยได้ตามกฎหมาย ก็ยืนยันจนได้เข้าไป
.
นอกจากนี้ จากใบแถลงข่าว ก็ไม่รู้ว่าจะฟ้องในประเด็นอะไร แต่เท่าที่อ่านคือ ป.ป.ช.ไม่ได้อ่านคำชี้แจงจากพวกตนเลย เพราะคำชี้แจงที่เราทำไปของแต่ละคน คนละสำนวน ไม่มีการก๊อบปี้กัน เราแยกกันทำทุกคน คนละพฤติการณ์ อย่างเรื่องคุณ
ณัฐพงษ์ที่ถูกกล่าวหาว่าประกันตัวผู้ต้องหา 112 แต่เมื่อเอาเลขคดีไปเช็ก เป็นคดีมาตรา 116 และมีอีกหลายคนที่เป็นแบบนี้
.
กฎหมายเขียนว่าคดีจริยธรรมที่ ป.ป.ช.ส่งไปศาลฎีกานั้น ให้พิจารณาโดยยึดสำนวนของ ป.ป.ช.เป็นหลัก แล้วปัญหาคือข้อต่อสู้ของพวกผมไปอยู่ในสำนวน ป.ป.ช.หรือไม่ ยังมีเรื่องที่ขอหมายไปยังพยานต่างๆ ขอหมายไปยังสภา เพื่อขอเอกสาร เพราะเอกสารที่เป็นประโยชน์กับเราไม่อยู่ในสำนวน ป.ป.ช. ก็ไม่ออกหมายให้เราเลย แล้วนี่คือกระบวนการที่ชอบได้อย่างไร
.
บางคนอ้างว่าไปประกันตัวผู้ต้องหา 112 แต่ไม่มีเลขคดี สืบค้นก็ไม่ได้ ทำคำร้องถามว่าคดีไหน ขอพยานหลักฐานเพิ่มเติม ป.ป.ช.บอกตามนั้นสมบูรณ์แล้ว ก็ต้องไปสู้ในฎีกาว่ามันเป็นอย่างนี้
.
ป.ป.ช.เปิดโอกาสให้เราคัดค้านได้หากมีข้อพิพาทกัน ของเราก็คัดค้าน ตกหมด แต่ ป.ป.ช.คัดค้านเราได้ อย่างผู้นำฝ่ายค้านเป็นผู้ที่ต้องสรรหาองค์กรอิสระ และต้องสรรหา ป.ป.ช.ท่านหนึ่ง เขาคัดค้านนายณัฐพงษ์ ไม่ให้ไปเลือกเขา ซึ่งทำได้ ไปโหวตเขาไม่ได้ แต่พอทำคำขอตามที่เขาเขียนเลยว่ามีคดีอะไรบ้าง คัดค้าน ป.ป.ช.ไม่ให้พิจารณาคดีนี้ กลับไม่ได้ ทั้งหมดนี้คือคำร้องว่าไม่ควรรับ
.
3. จะเป็นกรณีการตีความกฎหมายว่าอำนาจ ป.ป.ช.สืบสวนไต่สวน สั่งฟ้อง คดีจริยธรรม ท่านไม่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ เพราะคนที่จะร้องเรากล่าวหาว่าล้มล้างการปกครอง ก็ต้องเป็นคดีอาญา ถ้าจะกล่าวหาก็ต้องแจ้งความเป็นคดีอาญามาตรา 113 และต้องสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ไว้ก่อน และสืบสวนเรื่องคดีอาญาก่อน
.
ที่มา กรรมกรข่าวคุยนอกจอ
JJNY : “บก.ลายจุด-ไอลอว์”ไต่สวนสาธารณะจี้กกต.│ตั้งคูหาจับคู่‘บาร์โค้ดลับ’│หมอวาโยเปิดพิรุธปปช.│เตือนฝนถล่ม ลมแรง 43 จว.
https://www.thairath.co.th/news/politic/2916461
.
.
.
ตั้งคูหา จับคู่ ‘บาร์โค้ดลับ’ ภาคประชาชนเปิดเวที ‘ไต่สวนสาธารณะ’ แห่เล่นเกม ‘น้ำลดกกต.ผุด’
https://www.matichon.co.th/politics/news_5611115
.
น้ำลด กกต.ผุด! ตั้งคูหา จับคู่บาร์โค้ดลับ เปิดเวทีไต่สวนสาธารณะ ตอกย้ำ อำนาจประชาชน
.
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กปอพช.) และ เครือข่าย People GO จัดกิจกรรม ‘เวทีไต่สวนสาธารณะ กกต.โกง เสียงประชาชน’ นำโดย นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ หนูหริ่ง (บก.ลายจุด) ผู้อำนวยการมูลนิธิกระจกเงา และ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือ เป๋า ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw)
.
บรรยากาศเวลา 17.00 น. มีการติดป้ายข้อความชื่องาน รวมถึง ’รธน.ต้องให้คนไร้สิทธิเข้าถึงบริการของรัฐ‘ และป้ายไวนิลขนาดใหญ่ ‘เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องมีประชาชน‘ ติดตั้งโดยรอบ พร้อมทั้งนำเบาะนั่งหลากสีสันมาวาง เตรียมรองรับผู้ร่วมงานหลากหลายเจนเนเรชั่น
.
ก่อนที่ เวลา 17.30 น. มีการบรรเลงดนตรีโดย วงสามัญชน นำโดย นายชูเวช เดชดิษฐรักษ์ นักร้องนำ และ นายณัฐพงษ์ ภูแก้ว หรือ ‘แก้วใส’ นักร้องและมือกีตาร์ขับขานบทเพลงเชิญชวนผู้ใช้สิทธิใช้เสียงเลือกตั้ง นำทุกความโกรธมาร่วมเปิดเวทีไต่สวน กกต. พร้อมประกาศฉันทามติ เห็นชอบรัฐธรรมนูญใหม่
.
โดยเมื่อถึงเพลง ‘อยากจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้’ นายชูเวชกล่าวว่า หวังว่าวันนึง เราจะได้รัฐธรรมนูญที่รับประกันรัฐสวัสดิการให้กับพวกเราทุกคน ใช่ไหมใช่ ? โดยประชาชนเปล่งเสียงขานรับ อย่างพร้อมเพรียง จากนั้นต่อด้วยวง ’สติเฟื่องและลงพุง’ ที่เนื้อหาตอกย้ำว่า อำนาจใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่าประชาชน
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการจัดงานเต็มไปด้วยกิจกรรมมากมาย อาทิ ‘ไม่หนีบหีบหาย’ โดย SYSI และเครือข่ายคนรุ่นใหม่ ที่ตั้งหีบจำลองซึ่งใครก็สามารถสั่งจากช่องทางออนไลน์ได้, ’เกมจับคู่ไพ่ ไหนใครกาอะไรบ้าง? บาร์ลับใกล้ฉัน‘ ที่สะท้อนกรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งซึ่งควรต้องเป็นการลงคะแนนลับ, ’น้ำลด กกต.ผุด เกมลดเฉย‘ ที่นำขวดใส่น้ำแต่เจาะรูไว้ โดยเมื่อผู้ร่วมงานเติมน้ำลงไปจะรั่วไหลออก พร้อมป้ายข้อความ ‘94% อยู่นั่น ไม่เพิ่มแถมลดอีก!’ เพื่อตอกย้ำปัญหาการนับคะแนนที่ล่าช้า เสนอให้ กกต.ต้องจัดกระบวนการนับคะแนน, รวมคะแนนและรายงานผลที่โปร่งใส และสนับสนุน การมีส่วนร่วมตรวจสอบจากประชาชน
.
ไปจนถึง บอร์ดให้ประชาชนร่วมเขียนข้อความ ‘รัฐธรรมนูญในฝัน’ ที่มีผู้ร่วมแวะเวียนมาเขียนข้อความอย่างต่อเนื่อง อาทิ ผู้พิการต้องเข้าถึงการศึกษา และสวัสดิการที่ดูแลพวกเขา อย่างสมเหตุสมผล, รัฐธรรมนูญต้องระบุคำว่าเพศหลากหลาย, ยกเลิกเกณฑ์ทหาร เป็นต้น
.
โดยเวลา 18.10 น. จะมีการแสดงแบบไม่แหวง โดย คณะละครใบ้สำโรง
.
เวลา 18.25 น. เปิดเวที ไต่สวนสาธารณะ กกต.โกงเสียงประชาชน โดย หนูหริ่ง นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ หนูหริ่ง (บก.ลายจุด) เป็น โจทก์ และ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือ เป๋า เป็น กกต. พร้อมชักชวนทุกคนที่มาชุมนุม สามารถฟ้อง ซัก ค้าน เป็นพยานและลูกขุน ลงคะแนนตัดสิน
.
จากนั้นเวลา 20.20 น. กป.อพช. และ เครือข่าย People GO ร่วมแถลงคำประกาศ จับผิดกกต.ใส่กรงชัยชนะประชามติ เดินหน้ารัฐธรรมนูญใหม่
.
โดยหลังบรรเลงดนตรีจบ นายชูเวช ยังให้ กกต. 3 คำ คือ ‘แต่ง ตั้ง เป๋า’ พร้อมอธิบายว่า ควรจะให้พี่เป๋าไอลอว์ (ยิ่งชีพ) ควรจะไปเป็นกกต. รวมถึงเสนอคำว่า ‘คุก คุก คุก’ ที่มองว่าเหมาะสมกับ กกต.
.
.
หมอวาโย เปิดพิรุธ สำนวนปปช.ชี้มูล 44 ก้าวไกล หลักฐานมั่ว-เหมารวม จ่อยื่นคัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่ https://www.matichon.co.th/politics/news_5611171
.
หมอวาโย เปิดพิรุธ สำนวนปปช.ชี้มูล 44 ก้าวไกล หลักฐานมั่ว-เหมารวม จ่อยื่นคัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่
.
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ถึงกรณีคำร้อง ป.ป.ช.มีคำร้อง 44 ส.ส.ก้าวไกล มีความผิดเรื่องจริยธรรมในเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 ต่อศาลอาญาทุจริต ว่า หลังจากที่ ป.ป.ช.ชี้มูล 44 ส.ส.ก้าวไกลว่ามีความผิดจริยธรรม ฐานเสนอแก้ไขมาตรา 112 เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ตามกฎหมายระบุให้สั่งฟ้องภายใน 30 วัน เท่ากับว่าต้องสั่งฟ้องภายใน 8 มี.ค. หรืออีกไม่ถึงครึ่งเดือน และถ้าศาลประทับรับฟ้อง ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ถ้าไม่สั่งอะไรก็เท่ากับว่าถ้าประทับรับฟ้องก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ซึ่งยังไม่มีใครขอมาก่อน แต่ตนจะยื่นขอศาลว่าไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
.
โดยจะยื่นเป็น 3 คำร้อง คือ 1. ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อในส่วนของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เพราะเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ถ้าปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ก็จะส่งผลเสียหายต่อระบอบประชาธิปไตย หากไม่มีผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนฯ
.
2. ขอให้ไม่ประทับรับฟ้องเลย โดยอธิบายว่ากระบวนการของ ป.ป.ช.ขัดต่อกฎหมาย เพราะจะเห็นได้ว่าพวกตนพยายามร้องสอดขอความเป็นธรรม เพราะมีหลายเรื่องมาก ตั้งแต่เล็กน้อยถึงเรื่องใหญ่
.
นพ.วาโยระบุว่า เรื่องเล็กน้อย อาทิ การส่งหมาย ป.ป.ช.ระบุในระเบียบว่าต้องคำนึงถึงระยะใกล้ไกลของผู้ถูกร้อง แต่หมายที่ออกมากำหนดเวลาตามที่เขาสะดวก ไม่ได้คำนึงถึงระยะใกล้ไกล คนนนทบุรี ได้ให้ไปวันหลังคนจากเชียงราย อันนี้ก็เป็นปัญหาที่ผิดระเบียบของ ป.ป.ช.เอง
.
การชี้แจงด้วยวาจา กลับถูกคัดค้าน ไม่ให้ชี้แจง มีครั้งหนึ่งไปกับนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เมื่อเข้าไปชี้แจงด้วยวาจาเพิ่มเติมส่วนตัว เพราะถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมพิเศษ จนถูกจัดไว้ในกลุ่ม 1 โดยบอกว่านายวิโรจน์มุ่งมั่นมากที่จะแก้ 112 โดยเอาหลักฐานสัมภาษณ์จากสำนักข่าวว่ายอมหัก แต่ไม่ยอมงอ ในเรื่องแก้ 112
.
แต่เนื้อข่าวที่ ป.ป.ช.ส่งมาให้เรา ไปเช็กดูยูอาร์แอล ปรากฏว่านายวิโรจน์ไม่ได้พูดอย่างนั้น แต่เป็นนักข่าวถามว่า แปลว่ายอมหักไม่ยอมงอใช่ไหม นายวิโรจน์ก็ตอบว่านี่ไม่ใช่เรื่องยอมหักไม่ยอมงอ แต่เป็นเรื่องสัจจะวาจา เป็นนโยบายที่ได้พูดกับประชาชนไปแล้ว ไม่ใช่เรื่องยอมหักไม่ยอมงอ เน้น 2 ครั้ง แต่ ป.ป.ช.ก็เอามาเขียน
.
ตนเข้าไปชี้แจงก็บอกว่าเป็นเฟคนิวส์ กรรมการไต่สวนก็ยอมรับว่าน่าจะเป็นเฟคนิวส์ แต่พอช่วงบ่ายตนจะไปชี้แจง บอกไม่ต้องไป เพราะรับรู้คำเบิกความ ทั้งที่เป็นคนละคน คนละกรณีกัน คือตอนแรกเขาทักท้วง ไม่ให้ทนายเข้าฟัง แต่ตามกฎหมายผู้ถูกร้องสามารถชี้แจงโดยเอาผู้ไว้ใจ และทนายเข้าด้วยได้ตามกฎหมาย ก็ยืนยันจนได้เข้าไป
.
นอกจากนี้ จากใบแถลงข่าว ก็ไม่รู้ว่าจะฟ้องในประเด็นอะไร แต่เท่าที่อ่านคือ ป.ป.ช.ไม่ได้อ่านคำชี้แจงจากพวกตนเลย เพราะคำชี้แจงที่เราทำไปของแต่ละคน คนละสำนวน ไม่มีการก๊อบปี้กัน เราแยกกันทำทุกคน คนละพฤติการณ์ อย่างเรื่องคุณณัฐพงษ์ที่ถูกกล่าวหาว่าประกันตัวผู้ต้องหา 112 แต่เมื่อเอาเลขคดีไปเช็ก เป็นคดีมาตรา 116 และมีอีกหลายคนที่เป็นแบบนี้
.
กฎหมายเขียนว่าคดีจริยธรรมที่ ป.ป.ช.ส่งไปศาลฎีกานั้น ให้พิจารณาโดยยึดสำนวนของ ป.ป.ช.เป็นหลัก แล้วปัญหาคือข้อต่อสู้ของพวกผมไปอยู่ในสำนวน ป.ป.ช.หรือไม่ ยังมีเรื่องที่ขอหมายไปยังพยานต่างๆ ขอหมายไปยังสภา เพื่อขอเอกสาร เพราะเอกสารที่เป็นประโยชน์กับเราไม่อยู่ในสำนวน ป.ป.ช. ก็ไม่ออกหมายให้เราเลย แล้วนี่คือกระบวนการที่ชอบได้อย่างไร
.
บางคนอ้างว่าไปประกันตัวผู้ต้องหา 112 แต่ไม่มีเลขคดี สืบค้นก็ไม่ได้ ทำคำร้องถามว่าคดีไหน ขอพยานหลักฐานเพิ่มเติม ป.ป.ช.บอกตามนั้นสมบูรณ์แล้ว ก็ต้องไปสู้ในฎีกาว่ามันเป็นอย่างนี้
.
ป.ป.ช.เปิดโอกาสให้เราคัดค้านได้หากมีข้อพิพาทกัน ของเราก็คัดค้าน ตกหมด แต่ ป.ป.ช.คัดค้านเราได้ อย่างผู้นำฝ่ายค้านเป็นผู้ที่ต้องสรรหาองค์กรอิสระ และต้องสรรหา ป.ป.ช.ท่านหนึ่ง เขาคัดค้านนายณัฐพงษ์ ไม่ให้ไปเลือกเขา ซึ่งทำได้ ไปโหวตเขาไม่ได้ แต่พอทำคำขอตามที่เขาเขียนเลยว่ามีคดีอะไรบ้าง คัดค้าน ป.ป.ช.ไม่ให้พิจารณาคดีนี้ กลับไม่ได้ ทั้งหมดนี้คือคำร้องว่าไม่ควรรับ
.
3. จะเป็นกรณีการตีความกฎหมายว่าอำนาจ ป.ป.ช.สืบสวนไต่สวน สั่งฟ้อง คดีจริยธรรม ท่านไม่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ เพราะคนที่จะร้องเรากล่าวหาว่าล้มล้างการปกครอง ก็ต้องเป็นคดีอาญา ถ้าจะกล่าวหาก็ต้องแจ้งความเป็นคดีอาญามาตรา 113 และต้องสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ไว้ก่อน และสืบสวนเรื่องคดีอาญาก่อน
.
ที่มา กรรมกรข่าวคุยนอกจอ