ย้อนกลับไป 8 ปีที่แล้ว ผมเคยเขียนกระทู้รีวิวประสบการณ์ 10 ปีในสายอาชีพนี้ไว้ (กระทู้ภาคแรก:
https://pantip.com/topic/37387728) จนทาง Pantip ส่งที่รองแก้วมาให้เป็นที่ระลึก (หายไปแล้ว)
วันนี้ในวัย 40 กับประสบการณ์รวม 18 ปี ผมอยากมาแชร์ ภาคต่อ
Update ชีวิตในวัย 40
สถานะ: 18 ปีในสายงาน IT
ตำแหน่ง: เติบโตในสาย Technical (IC) ยังไม่ใช่ระดับ Principal Engineer
ผลตอบแทน: "มากกว่าเงินเดือนสุดท้ายที่เคยลงไว้ในกระทู้ภาคแรกโดยสิ้นเชิง"
สรุปบทเรียน 18 ปีที่อยากฝากไว้
1. พลังของการเป็น "Key Person" หลายคนเชื่อว่า "อยากอัพเงินเดือนต้องย้ายงาน" ซึ่งก็จริง แต่การอยู่ยาวจนเป็นคนที่ทีมขาดไม่ได้ และได้รับความไว้วางใจในระดับสูง ก็สามารถผลักดันรายได้ให้แซงหน้าการย้ายงานบ่อยๆ ได้เช่นกัน แถมไม่ต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่กับความเสี่ยงในที่ทำงานใหม่ด้วย
2. Technical vs Management: เพดานที่ไม่มีจริง พิสูจน์แล้วว่าสาย Individual Contributor (IC) รายได้สูงไม่แพ้สายบริหารครับ แถมปวดหัวเรื่อง "คน" น้อยกว่าเยอะ (ไปปวดหัวเรื่อง Technical แทน)
3. Paradigm Shift เพราะ AI การมาของ AI กลับทำให้การทำงานเดิมๆสนุกขึ้นมาก วิธีการพัฒนาซอฟต์แวร์เปลี่ยนไปพอสมควร ถึงแม้ Pattern งานหลักๆ จะเหมือนเดิม (Code, Design, Review, Troubleshooting) แต่ AI ช่วยให้เราก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ทำงานได้เร็วขึ้น เหมือนก้าวออกมามองภาพใหญ่ว่าต้องการจะทำอะไร ตั้งคำความว่าอะไรคือคุณค่าของสิ่งที่เราจะทำแล้วมันมีประโยชน์ยังไงต่อลูกค้า แทนที่จะลงมือเขียนบรรทัดต่อบรรทัด แต่ต้องรับผิดชอบโค้ดที่ AI เขียนเหมือนกับเขียนด้วยมือตัวเอง
4. Demand ของสายเทคที่เปลี่ยนไป (จากหน้ามือเป็นหลังมือ) เมื่อ 8 ปีที่แล้วผมมองว่าโอกาสมหาศาล แต่ตอนนี้ตรงกันข้ามครับ โอกาสในสายงานลดลงอย่างน่าใจหาย จากประสบการณ์ที่ได้สัมภาษณ์คนเก่งๆ เยอะมาก แต่สุดท้ายต้องคัดออก หรือไม่มีตำแหน่งรองรับ เป็นสัญญาณว่า Standard ของวงการสูงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ส่วนคนที่ยังทำงานอยู่ก็เหมือนตั้งนาฬิกานับถอยหลัง
สุดท้ายนี้ ไม่ว่า AI จะเปลี่ยนโลกเทคโนโลยีไปขนาดไหน หน้าที่ของสาย IC อย่างเราคือปรับตัวให้ทัน สนุกกับโจทย์ใหม่ๆ และรับผิดชอบในสิ่งที่เราสร้างให้ดีที่สุด
รีวิวชีวิตโปรแกรมเมอร์ปีที่ 18: จากกระทู้ 10 ปีในวันนั้น
วันนี้ในวัย 40 กับประสบการณ์รวม 18 ปี ผมอยากมาแชร์ ภาคต่อ
Update ชีวิตในวัย 40
สถานะ: 18 ปีในสายงาน IT
ตำแหน่ง: เติบโตในสาย Technical (IC) ยังไม่ใช่ระดับ Principal Engineer
ผลตอบแทน: "มากกว่าเงินเดือนสุดท้ายที่เคยลงไว้ในกระทู้ภาคแรกโดยสิ้นเชิง"
สรุปบทเรียน 18 ปีที่อยากฝากไว้
1. พลังของการเป็น "Key Person" หลายคนเชื่อว่า "อยากอัพเงินเดือนต้องย้ายงาน" ซึ่งก็จริง แต่การอยู่ยาวจนเป็นคนที่ทีมขาดไม่ได้ และได้รับความไว้วางใจในระดับสูง ก็สามารถผลักดันรายได้ให้แซงหน้าการย้ายงานบ่อยๆ ได้เช่นกัน แถมไม่ต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่กับความเสี่ยงในที่ทำงานใหม่ด้วย
2. Technical vs Management: เพดานที่ไม่มีจริง พิสูจน์แล้วว่าสาย Individual Contributor (IC) รายได้สูงไม่แพ้สายบริหารครับ แถมปวดหัวเรื่อง "คน" น้อยกว่าเยอะ (ไปปวดหัวเรื่อง Technical แทน)
3. Paradigm Shift เพราะ AI การมาของ AI กลับทำให้การทำงานเดิมๆสนุกขึ้นมาก วิธีการพัฒนาซอฟต์แวร์เปลี่ยนไปพอสมควร ถึงแม้ Pattern งานหลักๆ จะเหมือนเดิม (Code, Design, Review, Troubleshooting) แต่ AI ช่วยให้เราก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ทำงานได้เร็วขึ้น เหมือนก้าวออกมามองภาพใหญ่ว่าต้องการจะทำอะไร ตั้งคำความว่าอะไรคือคุณค่าของสิ่งที่เราจะทำแล้วมันมีประโยชน์ยังไงต่อลูกค้า แทนที่จะลงมือเขียนบรรทัดต่อบรรทัด แต่ต้องรับผิดชอบโค้ดที่ AI เขียนเหมือนกับเขียนด้วยมือตัวเอง
4. Demand ของสายเทคที่เปลี่ยนไป (จากหน้ามือเป็นหลังมือ) เมื่อ 8 ปีที่แล้วผมมองว่าโอกาสมหาศาล แต่ตอนนี้ตรงกันข้ามครับ โอกาสในสายงานลดลงอย่างน่าใจหาย จากประสบการณ์ที่ได้สัมภาษณ์คนเก่งๆ เยอะมาก แต่สุดท้ายต้องคัดออก หรือไม่มีตำแหน่งรองรับ เป็นสัญญาณว่า Standard ของวงการสูงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ส่วนคนที่ยังทำงานอยู่ก็เหมือนตั้งนาฬิกานับถอยหลัง
สุดท้ายนี้ ไม่ว่า AI จะเปลี่ยนโลกเทคโนโลยีไปขนาดไหน หน้าที่ของสาย IC อย่างเราคือปรับตัวให้ทัน สนุกกับโจทย์ใหม่ๆ และรับผิดชอบในสิ่งที่เราสร้างให้ดีที่สุด