"รางวัลชีวิต" หรือ "ภาระระยะยาว"? เช็กด่วน 5 กับดักทางการเงินที่ทำให้คนทำงานเหนื่อยแต่ไม่รวยสักที!

เชื่อไหมครับว่า... หลายคนทำงานเก่งมาก รายได้เสริมก็มี งานหลักก็รุ่ง แต่ทำไมผ่านไป 5-10 ปี "เงินเก็บ" กลับไม่โตตามรายได้?
สาเหตุส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากเศรษฐกิจโลกหรือหุ้นตกหรอกครับ แต่มันมาจากคำว่า "รางวัลชีวิต" ที่เรามักจะหยิบมาอ้างเพื่อปลอบใจตัวเองจากการทำงานหนัก


รถคันแรก (ที่เกินตัว)
การมีรถช่วยให้ชีวิตสบายขึ้นจริงครับ แต่ถ้าซื้อเพราะ "สังคมบังคับ" หรือเลือกตัวท็อปทั้งที่รายได้ยังไม่นิ่ง สิ่งที่ตามมาไม่ใช่แค่ค่างวด แต่คือค่าน้ำมัน ค่าประกัน และค่าเสื่อมราคาที่กินเงินเก็บเราไปเกือบครึ่ง


ผ่อน 0% 10 เดือน (ที่มีทุกเดือน)
"เดือนละไม่กี่พันเอง" คือคำปลอบใจที่น่ากลัวที่สุดครับ เมื่อเรามีรายการผ่อนหลายอย่างรวมกัน รู้ตัวอีกทีรายได้ต่อเดือนถูกหักไปมากกว่า 30% กับของที่มูลค่าลดลงทุกวัน


การอยู่อาศัยที่ "หรู" เกินฐานะ
คอนโดติดรถไฟฟ้า ห้องสวย วิวเทพ... แน่นอนว่ามันดีต่อใจครับ แต่ถ้าค่าเช่าหรือค่าผ่อนสูงเกิน 40% ของรายได้ มันจะกลายเป็นโซ่ล่ามที่ทำให้เราไม่กล้าลาออกไปตามฝัน หรือไม่เหลือเงินไว้ลงทุนในวันที่โอกาสมาถึง


สังคมภาษีสังคม
บุฟเฟต์ห้างหรู กาแฟแบรนด์ดังทุกเช้า ทริปเที่ยวต่างประเทศตามกระแสโซเชียล สิ่งเหล่านี้ถ้าทำตามความเหมาะสมก็คือความสุขครับ แต่ถ้าทำเพื่อให้มีรูปสวยๆ ลงคอนเทนต์แข่งกับคนอื่น มันคือการ "ถังแตกอย่างหรูหรา" ดีๆ นี่เอง


การ "รอ" ที่จะเริ่มต้นลงทุน
"เดี๋ยวรอเงินเดือนขึ้นก่อนค่อยออม" "เดี๋ยวรอโบนัสออกค่อยลงทุน"
นี่คือกัดดักที่น่ากลัวที่สุดครับ เพราะในโลกการเงิน "เวลา" มีค่ามากกว่า "จำนวนเงิน" การเริ่มช้าไปเพียง 5 ปี อาจต้องใช้เงินมากกว่าเดิมถึง 2 เท่าเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เท่ากัน


รางวัลชีวิตที่แท้จริง ไม่ใช่ของแบรนด์เนมหรือรถป้ายแดงครับ แต่คือ "อิสรภาพในการเลือก" ว่าเราจะทำงานเพราะอยากทำ ไม่ใช่ต้องทำเพราะมีหนี้ท่วมหัว

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่