ยามเกษียณ อย่าหวังว่าลูกหลานจะเลี้ยงดูเราอีกต่อไป !!

ยามเกษียณ อย่าหวังว่าลูกหลานจะเลี้ยงดูเราอีกต่อไป !!
.
มีช่วงหนึ่งของชีวิตที่เรานั่งมองพ่อแม่แก่ลง แล้วเผลอคิดในใจว่า วันหนึ่งลูกหลานก็คงดูแลเราแบบนั้นเหมือนกัน
มันเป็นความเชื่อที่อ่อนโยน แต่โลกไม่เหมือนเดิมแล้ว
.
ลูกหลานไม่ได้ใจร้าย
เขาแค่มีโลกของตัวเองที่หนักพออยู่แล้ว
.
ค่าบ้านแพงขึ้น
ค่าครองชีพสูงขึ้น
การแข่งขันมากขึ้น
งานไม่มั่นคงเหมือนรุ่นเรา
.
เขาอาจรักเรา แต่เขาอาจไม่มีพลังพอจะเลี้ยงเรา
และนั่นไม่ใช่ความผิดของใคร
มันคือธรรมชาติของยุคสมัย
.
ในอดีต ครอบครัวใหญ่คือระบบประกันชีวิต
ลูกหลายคนคือเงินบำนาญ
ที่ดินคือทรัพย์สินที่โตตามกาลเวลา
.
วันนี้ ลูกมีหนึ่งคน หรือไม่มีเลย
บ้านราคาเกินเอื้อม
งานเปลี่ยนทุกสามปี
เทคโนโลยีทำให้ทักษะล้าสมัยในห้าปี
.
โลกเปลี่ยนเร็วเกินกว่าจะฝากอนาคตไว้กับใคร
ยามเกษียณ เราอาจไม่ได้อยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของลูกหลาน
แต่อยู่ในบ้านเงียบ ๆ ที่ต้องเปิดไฟเอง ทำกับข้าวเอง จ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง
.
มันไม่ใช่ภาพเศร้า
มันคือภาพจริง
.
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “ลูกจะเลี้ยงเราไหม”
แต่คือ “เราจะเลี้ยงตัวเองได้ไหม”
.
การเกษียณที่ดี ไม่ได้เริ่มตอนอายุหกสิบ
แต่มันเริ่มตั้งแต่วันที่เราได้เงินเดือนก้อนแรก
.
เริ่มจากการยอมรับความจริงว่า เงินเดือนคือเมล็ดพันธุ์ ไม่ใช่ผลไม้
ถ้าเรากินหมดวันนี้ พรุ่งนี้ไม่มีอะไรเหลือ
.
แบ่งเงินเป็นสามส่วน
ส่วนหนึ่งใช้ชีวิต
ส่วนหนึ่งเก็บฉุกเฉิน
ส่วนหนึ่งลงทุนระยะยาว
.
อย่าลงทุนเพราะอยากรวยเร็ว
ลงทุนเพราะอยากมีอิสระช้า ๆ
.
สร้างรายได้ที่ไม่ต้องใช้แรงเรา
เหมือนปลูกต้นไม้ที่ให้ร่มเงาในวันที่เราเดินไม่ไหว
.
บางคนเลือกกองทุน
บางคนเลือกพันธบัตร
บางคนเลือกทรัพย์สินที่ให้กระแสเงินสด
สำคัญไม่ใช่เลือกอะไร
แต่คือเลือกให้สม่ำเสมอ
.
เดือนละนิด แต่ไม่หยุด
เวลาคือเพื่อนที่ดีที่สุดของคนออมเงิน
อีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้เงิน คือสุขภาพ
.
ไม่มีประโยชน์ที่จะมีเงินมาก แต่เดินไม่ไหว
เริ่มดูแลร่างกายตั้งแต่วันนี้
กินให้พอดี
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
ตรวจสุขภาพทุกปี
.
สุขภาพคือดอกเบี้ยที่ทบต้นเงียบ ๆ
อีกเรื่องที่คนมักลืมคือทักษะ
.
อย่าหยุดเรียนรู้ตอนอายุสี่สิบ
อย่าหยุดทำงานเพราะคิดว่าแก่แล้ว
.
คนที่มีทักษะใหม่เสมอ จะมีรายได้เสริมเสมอ
บางคนสอนหนังสือ
บางคนทำขนม
บางคนเขียนบทความ
บางคนทำงานออนไลน์
.
รายได้เล็ก ๆ หลังเกษียณ ไม่ได้มีค่าแค่เงิน
มันทำให้เรารู้สึกว่ายังมีประโยชน์
.
และอย่าลืมเพื่อน
.
เงินอาจซื้อยาได้ แต่ซื้อบทสนทนาไม่ได้
สร้างความสัมพันธ์ตั้งแต่วันนี้
.
เพื่อนที่ดีจะช่วยกันดูแลกันในวัยชรา
บางทีเขาไม่ต้องเลี้ยงเรา
แค่มีคนกินข้าวด้วย ก็ทำให้ชีวิตอุ่นขึ้น
.
สุดท้ายคือการเตรียมใจ
.
ยอมรับว่าลูกหลานไม่ใช่หลักประกัน
เขาคือของขวัญ
.
เราควรรักเขาโดยไม่คาดหวัง
ให้โดยไม่เรียกร้อง
.
เมื่อเราไม่ต้องพึ่งเขา
ความรักจะเบาสบายขึ้น
.
เราอาจพาเขาไปเที่ยว ไม่ใช่ขอเงินเขา
เราอาจเลี้ยงหลานเล่น ไม่ใช่รอเขาส่งเงิน
.
ชีวิตจะเต็มไปด้วยศักดิ์ศรี
การเกษียณที่ดีไม่ใช่การหยุดทำงาน
แต่คือการมีอิสระเลือกทำในสิ่งที่รัก
.
เช้าอ่านหนังสือ
บ่ายเดินเล่น
เย็นกินข้าวกับคนที่เรารัก
.
ไม่ต้องกังวลค่าไฟ ค่าโรงพยาบาล หรือค่าเช่าบ้าน
.
ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดจากโชค
แต่มาจากการตัดสินใจเล็ก ๆ ซ้ำ ๆ ทุกเดือน
.
เหมือนปลูกต้นไม้ทีละต้น
.
วันที่เราแก่ เราจะได้ร่มเงาของตัวเอง
.
และวันนั้น เราจะมองลูกหลานด้วยรอยยิ้ม
ไม่ใช่ด้วยความหวังว่าเขาจะเลี้ยงเรา
แต่ด้วยความภูมิใจว่า เราเลี้ยงตัวเองได้
.
เพราะความรักที่แท้จริง
ไม่ใช่การพึ่งพากัน
.
แต่คือการยืนได้ด้วยตัวเอง แล้วเดินเคียงกันไป
.
ในโลกที่เปลี่ยนเร็ว
สิ่งที่มั่นคงที่สุดไม่ใช่ใครคนหนึ่ง
.
แต่คือวินัยของเราเอง
ความอดทนของเราเอง
และความกล้าที่จะเตรียมอนาคตตั้งแต่วันนี้
.
เมื่อถึงวันเกษียณ เราจะไม่กลัวความเงียบของบ้าน
เพราะเรารู้ว่า เราเตรียมชีวิตไว้แล้ว
.
อย่างเรียบง่าย
อย่างสงบ
อย่างคนที่ไม่ต้องรอใครมาเลี้ยงดู
.
แต่ยังมีแรงพอจะยิ้มให้โลกในทุกเช้า.

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่