ต่อให้น้ำมันลงแล้ว ค่าครองชีพก็ไม่ลง เชื่อเถอะ 🥲

💰 เงินเฟ้อฝังตัวอยู่ในสิ่งที่เราต้องจ่ายทุกวัน วันไหนราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลง หรือราคาต้นทุนวัตถุดิบบางอย่างถูกลง แต่คุณเคยเห็นราคาอาหารตามสั่ง ค่ารถเมล์ หรือค่าเทอมลูกปรับราคาลดลงตามไหมครับ?
.
คำตอบคือไม่มี เมื่อแบรนด์หรือร้านค้าปรับราคาขึ้นไปแล้ว มันจะกลายเป็น "ฐานราคาใหม่" ทันที เมื่อแบรนด์เห็นว่า อ้าว ก็ลูกค้ามีกำลังจ่าย ทำไมต้องปรับราคาให้ถูกลงด้วยนั่นหมายความว่าเงินเฟ้อกำลังบังคับให้เราต้องทำงานหนักขึ้นเรื่อย ๆ เพียงเพื่อให้ได้ใช้ชีวิตในมาตรฐาน "เท่าเดิม
.
ถ้าคิดว่าเงินเฟ้อทั่วไปทั่วไปที่ 3% น่ากลัวแล้ว ในความเป็นจริง "เงินเฟ้อทางการแพทย์" ทั่วโลกมักจะพุ่งสูงเฉลี่ยอยู่ที่ 6–8% ต่อปี เป็นอย่างต่ำ หมายความว่าถ้าตอนนี้ค่าผ่าตัดหรือค่ารักษาโรคข้ามคืนอยู่ที่ 100,000 บาท ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า มันจะทะยานไปเป็น 200,000 หรือ 300,000 บาทได้อย่างง่ายดาย 🙌🏻
.
👵🏻 คนแก่วัยเกษียณจำนวนมากที่คิดว่าตัวเองมีเงินเก็บพออยู่รอด ต้องมาถังแตกและหมดตัวในโรงพยาบาลก็เพราะตามเงินเฟ้อสายการแพทย์นี้ไม่ทัน ลองคิดภาพตามดูครับ สมมติเราเกษียณตอนอายุ 60 ปีพร้อมเงินสดก้อนหนึ่งในบัญชี พอเวลาผ่านไปจนเราอายุ 74–83 ปี
📍 ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มเจ็บป่วยและต้องการเงินรักษาพยาบาลมากที่สุด แต่ความจริงที่น่ากลัวคือ
▪️ ถ้าเงินเฟ้อ 2% เงินจะลดมูลค่าลงครึ่งหนึ่งในเวลา 35 ปี
▪️ ถ้าเงินเฟ้อ 3% เงินจะลดมูลค่าลงครึ่งหนึ่งในเวลา 23 ปี
▪️ ถ้าเงินเฟ้อ 4% เงินจะลดมูลค่าลงครึ่งหนึ่งในเวลา 17 ปี
▪️ ถ้าเงินเฟ้อ 5% เงินจะลดมูลค่าลงครึ่งหนึ่งในเวลา 14 ปี
👉🏻 นั่นหมายความว่า ในวันที่เราอายุ 74 (ผ่านไป 14 ปี) เงินเก็บที่เราเคยคิดว่ามี สิบล้าน
.
มันจะมีอำนาจซื้อเหลือเทียบเท่าเงินแค่ ห้าล้าน ในวันนี้ ยิ่งบวกกับเงินเฟ้อทางการแพทย์ที่วิ่งเร็วกว่าปกติเป็นเท่าตัว เงินก้อนที่คิดว่าพออยู่รอดจนถึงวันสุดท้าย จึงละลายหายไปต่อหน้าต่อตาในโรงพยาบาล
.
เงินเฟ้อไม่เคยปรานีคนขยันที่เอาแต่เก็บเงินสด หน้าที่ของเราในตอนนี้ไม่ใช่การทำงานหนักขึ้นเป็นสองเท่าเพื่อไล่ตามค่าครองชีพ แต่คือการมี "ความรู้ทางการเงินที่ถูกต้อง" แล้วเอาเงินส่วนต่างไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีพลังโตเร็วกว่าเงินเฟ้อ ส่วนจะลงทุนอะไรนั้นก็แล้วแต่เลย ไม่บังคับกัน

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่