วิกฤต "ทุนจีน" กินรวบธุรกิจมะพร้าวน้ำหอมไทย


"มะพร้าวน้ำหอมไทย" ได้รับความนิยมจากตลาดจีน ความต้องการที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีนักลงทุนจีนเข้ามาตั้งโรงคัดบรรจุ หรือล้งมากขึ้น โดยเฉพาะ จ.ราชบุรี แหล่งปลูกสำคัญ มีกว่า 200 ล้ง แต่ราคากลับตกต่ำ จนถูกตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มทุนจีนอาจเข้าครอบงำอย่างเบ็ดเสร็จ ไทยพีบีเอสสำรวจสวนมะพร้าว ต.ท่านัด อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี พบว่า มีการปักป้ายโฆษณาอักษรภาษาจีน และมีภาษาไทยกำกับ ระบุว่าเป็นแหล่งผลิตมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพ และบริษัทมีผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวที่หลากหลาย เช่น น้ำมะพร้าว 100 % น้ำมะพร้าวสีชมพู

◤ การเข้ามาของ "ทุนจีน"
ชาวบ้านในพื้นที่ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันทุนจีนรุกเข้ามาในอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมไทยอย่างครบวงจร ทั้งการผลิต แปรรูป และส่งออก โดยล้งส่วนใหญ่ที่ส่งออกจะเป็นการร่วมทุนไทย-จีน ส่วนล้งที่เป็นของคนไทยโดยตรงมีน้อย ส่วนใหญ่คนไทยจะรับจ้างผลิตส่งให้กับนายทุนจีนอีกทอดหนึ่ง

นายจรัญ เจริญทรัพย์ นายกสมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย ระบุว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมา มะพร้าวน้ำหอมมีความต้องการของตลาดจีนเพิ่มขึ้น ขายได้ราคาดี เฉลี่ยลูกละ 10 - 11 บาท แต่ปัจจุบันประสบปัญหาด้านราคา แม้ว่าจะมีล้งหรือโรงคัดบรรจุเกิดขึ้นมาก จึงตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะมีการกดราคารับซื้อหรือไม่

ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการเกษตร วิเคราะห์ว่า ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ มาจากพื้นที่ปลูกที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 4 จังหวัดสำคัญ จ.ราชบุรี, จ.สมุทรสาคร, จ.นครปฐม และ จ.สมุทรสงคราม สวนทางกับมูลค่าการส่งออกมะพร้าวผลสดที่ลดลงทุกปี จากพฤติกรรมการบริโภคตลาดจีนที่นิยมลดลงและหันไปนำเข้าจากเวียดนามเพิ่มขึ้นเพราะต้นทุนถูกกว่า

◤ ทุนจีน บุก ผ่านนอมินีคนไทย.
การเช่าพื้นที่ปลูกมะพร้าวของทุนจีน นายกสมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย ประเมินว่า ใช้วิธีเช่าจากเกษตรกร จะมีการรวมแปลงหลักสิบไร่ไปจนถึงหลักร้อยไร่ หรือซื้อผ่านนอมินีคนไทย ค่าเช่าอยู่ที่ 5,000-15,000 บาทต่อไร่ต่อปี ขึ้นอยู่กับราคามะพร้าว ส่วนที่ดินเปล่าอยู่ที่ 3,000-4,000 บาทต่อไร่ต่อปี โดยจ้างชาวสวนดูแลผลผลิตและเข้าโรงงาน

บางสวนมีพนักงานที่จบด้านการเกษตรของจีนมาคอยดูแลสวนด้วย จึงกังวลว่า อาจไม่ใช่แค่การรุกธุรกิจมะพร้าวเท่านั้น แต่ยังได้เทคโนโลยีพันธุ์มะพร้าวจากไทยไปด้วย จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบการเข้ามาลงทุนของกลุ่มทุนจีนในลักษณะกินรวบหรือไม่ เพราะเริ่มลงลึกถึงแหล่งผลิต

สำหรับสถานการณ์ส่งออกมะพร้าวน้ำหอมไปตลาดจีน ปี 2566 ส่งออกได้กว่า 430,000 ตัน มูลค่าการส่งออกกว่า 288 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเกือบ 10,000 ล้านบาท ก่อนที่ปี 2567 และปี 2568 การส่งออกจะลดลงเหลือส่งออกได้กว่า 200,000 ตัน ลดลงร้อยละ 9.2 เมื่อเทียบกับปีก่อน

เครดิตภาพ และ เนื้อหา ThaiPBSNews


แบบนี้ไม่ไหวแน่ จีนจะเข้ามาทำทึกธุรกิจในไทย แล้วคนไทยล่ะ ต่อไปไม่ต้องเป็นแต่ลูกจ้างจีนได้ไง นี่คือปัญหาหนึ่งที่รัฐต้องช่วยคนไทยให้ทำมาหากินได้โดยที่จีนไม่มาแย่งสัดส่วนการตลาดที่มากเกินไปค่ะ เพี้ยนสู้สู้เพี้ยนmbpt




แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่