บี้หุน หรือหมี่หุน ชื่อนี้เป็นคำศัพท์ที่พบได้ทั่วไปในภาคใต้ของประเทศไทย ใช้เรียกเส้นหมี่ประเภทหนึ่งที่ติดตามมาพร้อมกับชาวจีนที่อพยพเข้ามาในภูมิภาค โดยความพิเศษของบี้หุน ในพัทลุงเป็นการทำเส้นที่โม่และรีดจาก ข้าวเล็บนกและข้าวเหนียว โดยข้าวเจ้าเล็บนกพันธุ์พื้นเมืองที่มีต้นกำเนิดในจังหวัดพัทลุง แล้วจึงนำไปผ่านกรรมวิธีทำให้สุกด้วยการนึ่ง แล้วนำไปคลุกเคล้ากับน้ำตาลโตนดในขณะที่เส้นกำลังร้อนๆ แล้วราดน้ำมันมะพร้าวไม่ให้เส้นจับตัวเป็นก้อน มีข้าวเล็บนก น้ำตาลโตนด และน้ำมันมะพร้าวเป็นหัวใจหลักของเมนูนี้
กว่าจะเป็นขนมบี้หุนต้องใช้เวลาขั้นตอนการผลิตที่แสนนาน เริ่มจากนำข้าวสารมาแช่น้ำในช่วงสาย 3 ชั่วโมง ก่อนนำมาบดในช่วงบ่าย แล้วทิ้งไว้ในตอนกลางคืนให้สะเด็ดน้ำจนแป้งแข็งตัว ไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง และช่วงเวลาตี 1 นำแป้งที่เริ่มแข็งตัวมาปั่นเป็นก้อน ก่อนนำไปนึ่งไป 30 นาที เพื่อให้แป้งสุก 80 เปอร์เซ็นต์ แล้วนำมาปั่นก่อนนวดเข้าด้วยกัน แล้วนำมาอัดเป็นเส้นเล็ก ใส่ตะกร้า แล้วนำไปไปนึ่งบนเตาไม้ฟืนอีก 30 นาที เมื่อเส้นสุกแล้วนำมาผสมกับซีอิ๊ว น้ำมันมะพร้าวเพื่อไม่ให้เส้นติดกัน ก่อนนำมาห่อในใบตอง ใส่ขี้มันที่ได้จากการเคี้ยวกะทิมะพร้าว และน้ำตาลปี๊บ ส่งขายแม่ค้าในตลาดในยามเช้า
ซึ่งขั้นตอนที่สำคัญสุดคือ การนึ่ง เพราะความนุ่นของเส้นและความหอมของกลิ่นไม้ฟืน ทำให้รสชาติคงที่และคงความอร่อย โดยการทำขนมบี้หุนนั้นเป็นการทำแล้วขายวันต่อวัน เพราะไม่มีสารกันบูด เมื่อรับประทานจะได้รสชาติที่อร่อย ด้วยความนุ่นของเส้น แต่หากเมื่อซื้อไปทานไม่หมด เก็บไว้ในตู้เย็นได้ แล้วนำมานึ่งใหม่ก่อนรับประทาน รสชาติที่ได้ก็ไม่ต่างกัน
อ่านเนื้อหา , ดูรูปเต็มๆได้ที่นี่
71. บี้หุนตำนาน เชิญมาเที่ยวมากินขนมอร่อยๆ จ.พัทลุง ; เมนูอาหารถิ่น ๗๗ จังหวัด 'รสชาติ…ที่หายไป' พ.ศ.๒๕๖๘
กว่าจะเป็นขนมบี้หุนต้องใช้เวลาขั้นตอนการผลิตที่แสนนาน เริ่มจากนำข้าวสารมาแช่น้ำในช่วงสาย 3 ชั่วโมง ก่อนนำมาบดในช่วงบ่าย แล้วทิ้งไว้ในตอนกลางคืนให้สะเด็ดน้ำจนแป้งแข็งตัว ไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง และช่วงเวลาตี 1 นำแป้งที่เริ่มแข็งตัวมาปั่นเป็นก้อน ก่อนนำไปนึ่งไป 30 นาที เพื่อให้แป้งสุก 80 เปอร์เซ็นต์ แล้วนำมาปั่นก่อนนวดเข้าด้วยกัน แล้วนำมาอัดเป็นเส้นเล็ก ใส่ตะกร้า แล้วนำไปไปนึ่งบนเตาไม้ฟืนอีก 30 นาที เมื่อเส้นสุกแล้วนำมาผสมกับซีอิ๊ว น้ำมันมะพร้าวเพื่อไม่ให้เส้นติดกัน ก่อนนำมาห่อในใบตอง ใส่ขี้มันที่ได้จากการเคี้ยวกะทิมะพร้าว และน้ำตาลปี๊บ ส่งขายแม่ค้าในตลาดในยามเช้า
ซึ่งขั้นตอนที่สำคัญสุดคือ การนึ่ง เพราะความนุ่นของเส้นและความหอมของกลิ่นไม้ฟืน ทำให้รสชาติคงที่และคงความอร่อย โดยการทำขนมบี้หุนนั้นเป็นการทำแล้วขายวันต่อวัน เพราะไม่มีสารกันบูด เมื่อรับประทานจะได้รสชาติที่อร่อย ด้วยความนุ่นของเส้น แต่หากเมื่อซื้อไปทานไม่หมด เก็บไว้ในตู้เย็นได้ แล้วนำมานึ่งใหม่ก่อนรับประทาน รสชาติที่ได้ก็ไม่ต่างกัน
อ่านเนื้อหา , ดูรูปเต็มๆได้ที่นี่