Case ตัวอย่าง หากคุณไม่ศึกษาหาความรู้เอง มีแต่ฝากความหวังไว้กับคนอื่น….จากเงิน 8 หลัก อาจเหลือ 0….

เงิน 8 หลักเหลือศูนย์

ในโลกการเงิน เราเรียกสิ่งนี้ว่า “ตายจากเกม”

เรื่องของคุณปันปันไม่ได้เริ่มจากความโลภ
มันเริ่มจากความเชื่อ

ต้องขอบคุณบุคคลที่มีภาพลักษณ์ดี ที่กล้าหาญที่ออกมาเล่าเป็นเคสให้คนทั่วไปได้ฟังด้วยนะคะ

มีคนที่ดูเก่ง แนะนำให้ลงทุน
บอกว่ามีประสบการณ์ เทรดเป็น เข้าใจตลาด
ช่วงแรกพอร์ตขึ้นจริง กำไรจริง ตัวเลขเขียวจริง

แล้วเธอก็เติมเงินเพิ่ม

ไม่ได้ศึกษาโครงสร้างเอง
ไม่ได้ถามลึกว่าเงินไปอยู่ที่ไหน
ไม่ได้กำหนดว่าถ้าพลาดจะเสียได้สูงสุดเท่าไร

แล้ววันหนึ่งกลับมาเปิดดู
เงินเก็บหลักสิบล้าน
เหลือศูนย์

ศูนย์ในตลาดทุนไม่ใช่แค่คำว่าขาดทุน
ศูนย์คือคุณไม่มีโอกาสแก้ตัว
ศูนย์คือคุณต้องเริ่มใหม่
ศูนย์คือเวลาหลายปีในชีวิตคุณหายไปพร้อมกัน

ฉันทำงานในวงการที่เงินระดับร้อยล้านเป็นเรื่องปกติ
สิ่งแรกที่ลูกค้าระดับนั้นถามไม่ใช่ “จะได้กี่เปอร์เซ็นต์”

แต่คือ

ถ้าผิด จะเสียเท่าไร
ถ้าตลาดลงแรง จะกระทบทรัพย์สินรวมกี่เปอร์เซ็นต์
ถ้าสภาพคล่องหาย จะออกได้ไหม
ถ้าคนที่ดูแลเงินพลาด จะเหลืออะไรอยู่

นี่คือความต่าง

คนที่อยู่รอดในตลาด
ไม่ได้อยู่รอดเพราะเลือกหุ้นเก่ง
แต่อยู่รอดเพราะไม่ยอมตายจากดีลเดียว

พอร์ตจะเหลือศูนย์ได้ ต้องมีหลายอย่างผิดพร้อมกัน

ใส่เงินเกินสัดส่วน
กระจุกตัวอยู่ที่สินทรัพย์เดียวหรือคนเดียว
ไม่เข้าใจความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ เช่น การใช้เงินกู้เพิ่มขนาดการลงทุน
ไม่มีจุดหยุด
ไม่มีการติดตามใกล้ชิด

และที่สำคัญที่สุด
เจ้าของเงินไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเสี่ยงอะไร

นี่คือจุดที่อันตรายที่สุด

ลองคิดภาพตาม

คุณทำงาน 10 ปี
สะสมเงินสิบล้าน

คุณทนประชุม
ทนความเครียด
เลื่อนวันหยุด
บอกตัวเองว่า “อีกหน่อยจะสบาย”

แล้วคุณเสียมันใน 10 วัน

คุณไม่ได้เสียเงินอย่างเดียว
คุณเสียเวลา 10 ปี

ตลาดไม่สนว่าคุณเหนื่อยแค่ไหนกว่าจะหาเงินมาได้
มันสนแค่ว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงหรือไม่

สิ่งที่ฉันเห็นบ่อยมากในตลาดไทย

คนทำงานเก่งมาก
ต่อรองเก่งมาก
บริหารธุรกิจเก่งมาก

แต่พอถึงเรื่องเงินลงทุน
กลับฝากความคิดไว้กับคนอื่น

“พี่เขาดูให้”
“แบงก์จัดให้”
“เพื่อนเก่งเรื่องนี้”

แล้วตัวเองไม่รู้ภาพรวมเลย

ไม่รู้ว่าเงินกระจายยังไง
ไม่รู้ว่าถ้าตลาดลงแรงจะกระทบแค่ไหน
ไม่รู้ว่าถ้าสภาพคล่องหายจะเกิดอะไรขึ้น

นี่คือการบริหารชีวิตด้วยความหวัง

และความหวัง
ไม่ใช่แผนบริหารความเสี่ยง

กำไรช่วงแรกคือกับดักที่อันตรายที่สุด

ช่วงแรกพอร์ตขึ้น
เรารู้สึกว่าเราตัดสินใจถูก
เราคิดว่าเขาเก่ง
เราคิดว่าเราเลือกคนถูก

แล้วเราก็เพิ่มเงิน

แต่กำไรช่วงแรกไม่ได้พิสูจน์ว่าโครงสร้างนั้นปลอดภัย
มันอาจแค่โชคดีในจังหวะตลาด

ถ้าคุณเพิ่มเงินโดยไม่เพิ่มการป้องกัน
คุณกำลังขยายความเสี่ยงเร็วกว่าเงิน

ใน private banking เรามีหลักง่าย ๆ

อย่าให้ดีลเดียวทำลายทั้งชีวิต

คุณอาจพลาดได้
คุณอาจขาดทุนได้
แต่คุณต้องยังอยู่ในเกม

ถ้าพอร์ตคุณมีโอกาสเหลือศูนย์
แปลว่าคุณยังไม่ได้วางระบบให้มันรอด

และเรื่องนี้ใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด

คุณอาจไม่ได้เอาเงินทั้งหมดไปให้เพื่อนเทรด
แต่คุณอาจเอาเงินเกือบทั้งหมดไปไว้ในสินทรัพย์เดียว
คุณอาจไม่เคยคำนวณว่าถ้าลง 40% จะเกิดอะไร
คุณอาจไม่เคยกำหนดเพดานขาดทุนของตัวเอง

คุณอาจกำลังทำแบบเดียวกัน
แค่ยังไม่ถึงวันที่ตัวเลขเป็นศูนย์

สิ่งที่ฉันอยากให้คุณกลัว
ไม่ใช่ตลาด

แต่คือความไม่รู้ของตัวเอง

กลัวพอที่จะถาม
กลัวพอที่จะไม่ใส่เงินก้อนใหญ่ถ้ายังไม่เข้าใจ
กลัวพอที่จะยอมรับว่าตัวเองต้องเรียนรู้

เพราะความประมาททางการเงิน
มันไม่เตือนล่วงหน้า

มันคิดบิลทีเดียว

เรื่องของคุณปันปันไม่ใช่เรื่องของดาราคนหนึ่ง

มันคือกระจก

สะท้อนให้เห็นว่า
ต่อให้คุณหาเงินเก่งแค่ไหน
ถ้าคุณไม่จริงจังกับการปกป้องมัน
เงินก็หายได้เหมือนกัน

คำถามสุดท้ายที่ฉันอยากให้คุณถามตัวเองคือ

วันนี้คุณควบคุมความเสี่ยงของชีวิตคุณเอง
หรือคุณกำลังหวังว่าทุกอย่างจะโอเค

เพราะในตลาดจริง
ความหวังไม่เคยช่วยใครรอด

มีแต่วินัย
และความเข้าใจเท่านั้นที่ทำได้

แอนนาเบล
CR⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่