ช่วงนี้ข่าวอเมริกาจะยึดกรีนแลนด์ อเมริกาตั้งกำแพงภาษียุโรป แถมกองทุนเดนมาร์กจะขายบอนด์
อาจจะเป็นช่วงนักลงทุนย้ายฐานมาเอเชีย ไทยก็คงเป็นหนึ่งในตลาดทุนรึป่าวครับ
ไม่น่าใช่ ค้าทองออนไลน์จะทำให้บาทแข็งได้ขนาดนี้
เงินทุนไหลเข้า "ท่วมไทย" หลังยุโรปประกาศตอบโต้ "สหรัฐฯ" ห้าวจะยึดกรีนแลนด์
เมื่อเข้าสู่ต้นปี 2569 (ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.-19 ม.ค. 2569) พบว่า ภาพรวม
นักลงทุนต่างชาติ
เริ่มกลับมาซื้อสุทธิแล้วกว่า 3,834.82 ล้านบาท สิ่งที่น่าจับตาคือการซื้อสุทธิติดต่อกัน 4 วันทำการในช่วง
วันที่ 14-19 ม.ค.2569 ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เริ่มฟื้นตัว
บล.เอเซีย พลัส ชี้ว่า เ
หตุผลสนับสนุน Fund Flow มีโอกาสไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย ประกอบด้วย
Market Cap: ปัจจุบัน
Market Cap ของตลาดตราสารหนี้ไทยมีมูลค่าสูงถึง 17.9 ล้านล้านบาท
ซึ่งใหญ่กว่าตลาดหุ้นที่มีมูลค่า 16.1 ล้านล้านบาท
Dividend Yield Gap ที่จูงใจ: ปัจจุบันส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนเงินปันผลของหุ้นไทยกับอัตราผลตอบแทน
พันธบัตร (Yield Gap)
กว้างถึง 3% ซึ่งเป็นระดับเดียวกับปี 2559 และ 2565 ซึ่งเป็นปีที่ต่างชาติเคยเข้าซื้อสุทธิ
อย่างหนัก (78,000 ล้านบาท และ 203,000 ล้านบาท ตามลำดับ)
การฟื้นตัวของเงินเฟ้อ: อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ระยะยาว 10 ปีของไทยเริ่มปรับตัวสูงขึ้น
มาอยู่ที่ 1.84% และมีลักษณะของ Yield Curve แบบ
Bear Steepening ซึ่งเป็นสัญญาณว่าตลาดเริ่มคลายความ
กังวลเรื่องเงินฝืด และคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะกลับมาเป็นบวกในเร็ว ๆ นี้
วงจรดอกเบี้ยนิ่ง: จากสถิติในอดีต เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลงจนถึงจุดนิ่งและเงินเฟ้อเริ่มฟื้นตัว ตลาดหุ้นไทยมักจะปรับตัวขึ้นได้ดีเสมอ
ติดตามข่าว ..
https://www.posttoday.com/business/stockholder/736751
แบงก์ชาติ เร่งออกประกาศ คุมเทรดทองออนไลน์สกุลเงินบาท 50-100 ล้านบาท.
ธปท. ชี้เงินทุนต่างชาติไหลเข้า กดดันเงินบาทแข็งค่าหลุด 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
เร่งออกประกาศคุมเพดานซื้อขายทองคำออนไลน์สกุลเงินบาท คาดเริ่มใช้มี.ค.นี้
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ กล่าวว่า ยอมรับ
ค่าเงินบาทที่แข็งค่าหลุด 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ มีแรงกดดดันต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจากปัญหา
ภูมิรัฐศาสตร์ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดดอกเบี้ยนโยบาย และการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์
รวมถึงปัจจัยแมคโครของสหรัฐ ที่กดดันดอลลาร์อ่อนค่า ส่งผลต่อการปรับขึ้นและลงของทิศทางค่าเงินบาท
รวมถึงปัจจัยดุลบัญชีเดินสะพัด และพอร์ตลงทุนของต่างประเทศ
อย่างไรก็ดี ทองคำ เป็นปัจจัยเข้ามาเสริม (Amplifier) ค่าเงินบาทที่แข็งค่าอยู่แล้วให้แข็งค่ามากขึ้น
ซึ่งหากดูค่าเงินบาทที่แข็งค่าในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มาจากโฟลว์ของทองคำที่มีสัดส่วนการขาย
ทองคำถึง 35% ของธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยน (FX)
“การเข้าไปดูธุรกรรมทองคำเป็นเรื่องสำคัญ แต่อาจจะไม่ได้ทำให้ค่าเงินบาทหยุดแข็งค่าในทันที
เนื่องจากยังมีกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรมากขึ้น ซึ่งธปท.ไม่สามารถควบคุมได้”
ดังนั้น ในส่วนของธุรกรรมทองคำ ธปท.จะออกประกาศ 2 ฉบับ คือ
1.
ฉบับแรกจะให้ผู้ประกอบธุรกิจที่มีการซื้อขายทองคำสกุลเงินบาทบนแพลตฟอร์มออนไลน์ 15 ราย
ส่งข้อมูลรายงาน เช่น ใครซื้อ-ใครขายเกิดจุดที่กำหนดหรือมอนิเตอร์ไว้ อาทิ เกิน 20 ล้านบาท
เพื่อให้ธปท.มีข้อมูลเพียงพอ และสามารถออกประกาศในระยะถัดไปได้
และ 2.
ประกาศเจ้าพนักงาน กำหนดเพดานควบคุมการซื้อขายทองคำสกุลเงินบาทบนแพลตฟอร์มออนไลน์
ซึ่งปัจจุบันกำลังพิจารณาวงเงินอยู่ที่ 50-100 ล้านบาทต่อคนต่อวัน ซึ่งปัจจุบันวงเงินดังกล่าวมีสัดส่วนการเทรด
ทองคำราว 1-1.5% แต่หากดูในแง่มูลค่าถือว่าค่อนข้างเยอะ เนื่องจากพฤติกรรมคนไทยจะกระจายการซื้อทอง
ในช่วงราคานิ่งๆ แต่ในช่วงราคาขึ้นจะมีการเทขายฝั่งเดียว ซึ่งจะกระทบเงินบาท
อย่างไรก็ดี การกำหนดเพดานการซื้อขายจะไม่กระทบคนที่มีทองคำอยู่แล้ว รายย่อย และร้านทอง
โดยประกาศดังกล่าวน่าจะออกมาได้ภายในวันที่ 23-29 ม.ค.นี้ โดยคาดว่าจะเริ่มใช้จริงได้ภายในเดือนมี.ค.2569
เนื่องจากจะต้องให้ร้านทองทำระบบ ซึ่งจะต้องใช้เวลา
“ธปท.ไม่สามารถคุมตลาดให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าได้ตามใจ หรือการเข้าไปดูแลแทรกแซง (intervene)
เหมือนในช่วงปี 40 ไม่ได้ เพราะเรามีเรื่องข้อตกลงห้ามบิดเบือนค่าเงินเพื่อผลทางการค้า หรือ currency manipulation
เราทำได้จำกัดมากขึ้น ทำให้ผลมีจำกัด และกระแสเงินทุนที่ไหลเข้ามายังเป็นปกติ เป็นการลงทุนในตลาดหุ้นและ
บอนด์ของนักลงทุนต่างชาติ”
นายวิทัย กล่าวว่า หากเราสามารถทำเรื่องทองได้สมบูรณ์ จะช่วยเรื่องค่าเงินบาทได้บ้าง แต่ Position
ไม่รู้จะอยู่ตรงไหน แต่อยากเห็นบาทอ่อนตามปัจจัยพื้นฐาน แต่เราไม่ได้อยู่ในจุดที่คุมดอลลาร์อยู่ตรงไหนได้
สิ่งที่ธปท.ดูแลได้จะมีด้วยกัน 2 เรื่อง คือ
1.ใส่ข้อจำกัดบางอย่าง เช่น คนไทยที่มีการนำเงินเข้าเกิน 200,000 ดอลลาร์
จะต้องมีการตรวจเข้มขึ้น
2.การตรวจธุรกรรมร้านทอง ที่มีการขายเงินดอลลาร์ และซื้อบาท โดยไม่มีธุรกรรมทองคำ
และ 3.คลายเกณฑ์การนำรายได้กลับเข้าประเทศ (Repatriation) โดยขยายวงเงินจาก 1 ล้านดอลลาร์
เป็น 10 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจากเดิมผู้ประกอบการจะต้องขายดอลลาร์ทันที
“ธปท.ใส่เกณฑ์ และบอกทิศทางตลาด โดยเราเป็น Bookkeeper แต่ก็มีคนมักเข้าใจผิดว่าธปท.คุมค่าเงินได้
ซึ่งการซื้อขายดอลลาร์ เป็นเรื่องของตลาด ไม่เกี่ยวกับธปท. โดยธปท.จะเข้าไปในตลาดเพื่อเข้าไปดูแลแทรกแซง
ในยามที่ค่าเงินบาทแข็งค่าและอ่อนค่าผิดปกติ และขณะเดียวกัน ธปท.เห็นธุรกรรมแค่ 40% ที่เป็น On Shore
แต่อีก 60% ที่เป็น Off Shore ไม่เห็น”
สำหรับกรณีที่มีการเสนอแนวคิดปรับเปลี่ยนกรอบนโยบายการเงิน จากกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ (Inflation Targeting)
เป็น เป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยน (Exchange Rate Targeting) นั้น มองว่า กรอบนโยบายทั้ง 2 แบบ มีทั้งข้อดีและข้อด้อย
ต้องประเมินว่าข้อด้อยของการใช้กรอบนโยบายเงินเฟ้อมีอะไร จนต้องเปลี่ยนไปใช้อย่างอื่นหรือไม่
ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศเปิด ไม่เหมือนกับประเทศสิงคโปร์ และฮ่องกง นอกจากนี้จะต้องดูความสามารถด้วย เช่น
การเปลี่ยนเป็น อัตราแลกเปลี่ยน จะต้องมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศค่อนข้างเยอะ และทรัพยากรด้านอื่นๆ
เพียงพอหรือไม่ ดังนั้น จึงต้องวิเคราะห์พิจารณาให้ดี เพราะมีทั้งข้อดีและข้อด้อย
... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ :
https://www.khaosod.co.th/economics/news_10106778
คุมเข้มเทรดทอง ค่าเงินบาทก็ยังแข็งต่อเนื่อง มาถูกทางรึยัง
อาจจะเป็นช่วงนักลงทุนย้ายฐานมาเอเชีย ไทยก็คงเป็นหนึ่งในตลาดทุนรึป่าวครับ
ไม่น่าใช่ ค้าทองออนไลน์จะทำให้บาทแข็งได้ขนาดนี้
เงินทุนไหลเข้า "ท่วมไทย" หลังยุโรปประกาศตอบโต้ "สหรัฐฯ" ห้าวจะยึดกรีนแลนด์
เมื่อเข้าสู่ต้นปี 2569 (ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.-19 ม.ค. 2569) พบว่า ภาพรวมนักลงทุนต่างชาติ
เริ่มกลับมาซื้อสุทธิแล้วกว่า 3,834.82 ล้านบาท สิ่งที่น่าจับตาคือการซื้อสุทธิติดต่อกัน 4 วันทำการในช่วง
วันที่ 14-19 ม.ค.2569 ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เริ่มฟื้นตัว
บล.เอเซีย พลัส ชี้ว่า เหตุผลสนับสนุน Fund Flow มีโอกาสไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย ประกอบด้วย
Market Cap: ปัจจุบัน Market Cap ของตลาดตราสารหนี้ไทยมีมูลค่าสูงถึง 17.9 ล้านล้านบาท
ซึ่งใหญ่กว่าตลาดหุ้นที่มีมูลค่า 16.1 ล้านล้านบาท
Dividend Yield Gap ที่จูงใจ: ปัจจุบันส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนเงินปันผลของหุ้นไทยกับอัตราผลตอบแทน
พันธบัตร (Yield Gap) กว้างถึง 3% ซึ่งเป็นระดับเดียวกับปี 2559 และ 2565 ซึ่งเป็นปีที่ต่างชาติเคยเข้าซื้อสุทธิ
อย่างหนัก (78,000 ล้านบาท และ 203,000 ล้านบาท ตามลำดับ)
การฟื้นตัวของเงินเฟ้อ: อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ระยะยาว 10 ปีของไทยเริ่มปรับตัวสูงขึ้น
มาอยู่ที่ 1.84% และมีลักษณะของ Yield Curve แบบ Bear Steepening ซึ่งเป็นสัญญาณว่าตลาดเริ่มคลายความ
กังวลเรื่องเงินฝืด และคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะกลับมาเป็นบวกในเร็ว ๆ นี้
วงจรดอกเบี้ยนิ่ง: จากสถิติในอดีต เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลงจนถึงจุดนิ่งและเงินเฟ้อเริ่มฟื้นตัว ตลาดหุ้นไทยมักจะปรับตัวขึ้นได้ดีเสมอ
ติดตามข่าว .. https://www.posttoday.com/business/stockholder/736751
แบงก์ชาติ เร่งออกประกาศ คุมเทรดทองออนไลน์สกุลเงินบาท 50-100 ล้านบาท.
ธปท. ชี้เงินทุนต่างชาติไหลเข้า กดดันเงินบาทแข็งค่าหลุด 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
เร่งออกประกาศคุมเพดานซื้อขายทองคำออนไลน์สกุลเงินบาท คาดเริ่มใช้มี.ค.นี้
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ กล่าวว่า ยอมรับ
ค่าเงินบาทที่แข็งค่าหลุด 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ มีแรงกดดดันต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจากปัญหา
ภูมิรัฐศาสตร์ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดดอกเบี้ยนโยบาย และการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์
รวมถึงปัจจัยแมคโครของสหรัฐ ที่กดดันดอลลาร์อ่อนค่า ส่งผลต่อการปรับขึ้นและลงของทิศทางค่าเงินบาท
รวมถึงปัจจัยดุลบัญชีเดินสะพัด และพอร์ตลงทุนของต่างประเทศ
อย่างไรก็ดี ทองคำ เป็นปัจจัยเข้ามาเสริม (Amplifier) ค่าเงินบาทที่แข็งค่าอยู่แล้วให้แข็งค่ามากขึ้น
ซึ่งหากดูค่าเงินบาทที่แข็งค่าในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มาจากโฟลว์ของทองคำที่มีสัดส่วนการขาย
ทองคำถึง 35% ของธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยน (FX)
“การเข้าไปดูธุรกรรมทองคำเป็นเรื่องสำคัญ แต่อาจจะไม่ได้ทำให้ค่าเงินบาทหยุดแข็งค่าในทันที
เนื่องจากยังมีกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรมากขึ้น ซึ่งธปท.ไม่สามารถควบคุมได้”
ดังนั้น ในส่วนของธุรกรรมทองคำ ธปท.จะออกประกาศ 2 ฉบับ คือ
1.ฉบับแรกจะให้ผู้ประกอบธุรกิจที่มีการซื้อขายทองคำสกุลเงินบาทบนแพลตฟอร์มออนไลน์ 15 ราย
ส่งข้อมูลรายงาน เช่น ใครซื้อ-ใครขายเกิดจุดที่กำหนดหรือมอนิเตอร์ไว้ อาทิ เกิน 20 ล้านบาท
เพื่อให้ธปท.มีข้อมูลเพียงพอ และสามารถออกประกาศในระยะถัดไปได้
และ 2.ประกาศเจ้าพนักงาน กำหนดเพดานควบคุมการซื้อขายทองคำสกุลเงินบาทบนแพลตฟอร์มออนไลน์
ซึ่งปัจจุบันกำลังพิจารณาวงเงินอยู่ที่ 50-100 ล้านบาทต่อคนต่อวัน ซึ่งปัจจุบันวงเงินดังกล่าวมีสัดส่วนการเทรด
ทองคำราว 1-1.5% แต่หากดูในแง่มูลค่าถือว่าค่อนข้างเยอะ เนื่องจากพฤติกรรมคนไทยจะกระจายการซื้อทอง
ในช่วงราคานิ่งๆ แต่ในช่วงราคาขึ้นจะมีการเทขายฝั่งเดียว ซึ่งจะกระทบเงินบาท
อย่างไรก็ดี การกำหนดเพดานการซื้อขายจะไม่กระทบคนที่มีทองคำอยู่แล้ว รายย่อย และร้านทอง
โดยประกาศดังกล่าวน่าจะออกมาได้ภายในวันที่ 23-29 ม.ค.นี้ โดยคาดว่าจะเริ่มใช้จริงได้ภายในเดือนมี.ค.2569
เนื่องจากจะต้องให้ร้านทองทำระบบ ซึ่งจะต้องใช้เวลา
“ธปท.ไม่สามารถคุมตลาดให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าได้ตามใจ หรือการเข้าไปดูแลแทรกแซง (intervene)
เหมือนในช่วงปี 40 ไม่ได้ เพราะเรามีเรื่องข้อตกลงห้ามบิดเบือนค่าเงินเพื่อผลทางการค้า หรือ currency manipulation
เราทำได้จำกัดมากขึ้น ทำให้ผลมีจำกัด และกระแสเงินทุนที่ไหลเข้ามายังเป็นปกติ เป็นการลงทุนในตลาดหุ้นและ
บอนด์ของนักลงทุนต่างชาติ”
นายวิทัย กล่าวว่า หากเราสามารถทำเรื่องทองได้สมบูรณ์ จะช่วยเรื่องค่าเงินบาทได้บ้าง แต่ Position
ไม่รู้จะอยู่ตรงไหน แต่อยากเห็นบาทอ่อนตามปัจจัยพื้นฐาน แต่เราไม่ได้อยู่ในจุดที่คุมดอลลาร์อยู่ตรงไหนได้
สิ่งที่ธปท.ดูแลได้จะมีด้วยกัน 2 เรื่อง คือ
1.ใส่ข้อจำกัดบางอย่าง เช่น คนไทยที่มีการนำเงินเข้าเกิน 200,000 ดอลลาร์
จะต้องมีการตรวจเข้มขึ้น
2.การตรวจธุรกรรมร้านทอง ที่มีการขายเงินดอลลาร์ และซื้อบาท โดยไม่มีธุรกรรมทองคำ
และ 3.คลายเกณฑ์การนำรายได้กลับเข้าประเทศ (Repatriation) โดยขยายวงเงินจาก 1 ล้านดอลลาร์
เป็น 10 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจากเดิมผู้ประกอบการจะต้องขายดอลลาร์ทันที
“ธปท.ใส่เกณฑ์ และบอกทิศทางตลาด โดยเราเป็น Bookkeeper แต่ก็มีคนมักเข้าใจผิดว่าธปท.คุมค่าเงินได้
ซึ่งการซื้อขายดอลลาร์ เป็นเรื่องของตลาด ไม่เกี่ยวกับธปท. โดยธปท.จะเข้าไปในตลาดเพื่อเข้าไปดูแลแทรกแซง
ในยามที่ค่าเงินบาทแข็งค่าและอ่อนค่าผิดปกติ และขณะเดียวกัน ธปท.เห็นธุรกรรมแค่ 40% ที่เป็น On Shore
แต่อีก 60% ที่เป็น Off Shore ไม่เห็น”
สำหรับกรณีที่มีการเสนอแนวคิดปรับเปลี่ยนกรอบนโยบายการเงิน จากกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ (Inflation Targeting)
เป็น เป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยน (Exchange Rate Targeting) นั้น มองว่า กรอบนโยบายทั้ง 2 แบบ มีทั้งข้อดีและข้อด้อย
ต้องประเมินว่าข้อด้อยของการใช้กรอบนโยบายเงินเฟ้อมีอะไร จนต้องเปลี่ยนไปใช้อย่างอื่นหรือไม่
ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศเปิด ไม่เหมือนกับประเทศสิงคโปร์ และฮ่องกง นอกจากนี้จะต้องดูความสามารถด้วย เช่น
การเปลี่ยนเป็น อัตราแลกเปลี่ยน จะต้องมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศค่อนข้างเยอะ และทรัพยากรด้านอื่นๆ
เพียงพอหรือไม่ ดังนั้น จึงต้องวิเคราะห์พิจารณาให้ดี เพราะมีทั้งข้อดีและข้อด้อย
... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.khaosod.co.th/economics/news_10106778