ค้นพบไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ชื่อฮ่าวหลง ตงอี (Haolong dongi) เผยผิวหนังหุ้มหนามกลวง คล้ายตัวเม่น

นักบรรพชีวินวิทยาค้นพบไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน ซึ่งมาพร้อมกับลักษณะผิวหนังที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในไดโนเสาร์ชนิดใดในโลก นั่นคือการมีหนามกลวงปกคลุมตามร่างกายคล้ายกับตัวเม่น

https://www.facebook.com/share/p/187DRDC8ua/?mibextid=wwXIfr


ไดโนเสาร์สายพันธุ์นี้ได้รับการตั้งชื่อว่า มังกรหนาม (Haolong dongi) ซึ่งเป็นญาติของไดโนเสาร์ในกลุ่มอิกัวโนดอนต์ (Iguanodontian) โดยฟอสซิลที่พบเป็นโครงกระดูกที่เกือบสมบูรณ์แบบ มีความยาวประมาณ 2.45 เมตร พร้อมกับสภาพผิวหนังที่ยังคงสภาพเดิมเอาไว้อย่างน่าทึ่ง

สำหรับลักษณะเด่นของมังกรหนาม (Haolong dongi) คือ การมีหนามกระจุกตัวอยู่บริเวณคอ หลัง และด้านข้างของลำตัว โดยหนามทั้งหมดชี้ไปทางด้านหลัง ทำให้มันดูเหมือนสวมเสื้อโค้ทที่ทำจากผิวหนังของตัวเม่น โดยหนามเหล่านี้มีขนาดแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่มีขนาดเล็กราว 2-3 มิลลิเมตร สลับกับขนาดกลาง 5-7 มิลลิเมตร และบางชิ้นมีขนาดใหญ่ยาวกว่า 44 มิลลิเมตร

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโครงกระดูกที่พบคาดว่ายังเป็นของไดโนเสาร์อายุน้อย นักวิทยาศาสตร์จึงยังไม่แน่ใจว่าหนามเหล่านี้จะเป็นลักษณะที่คงอยู่ไปจนถึงตอนโตเต็มวัย หรือจะร่วงหล่นไปเมื่อไดโนเสาร์เจริญเติบโตขึ้นเต็มวัยด้วยหรือไม่

ผลจากการตรวจสอบอายุคาดว่าไดโนเสาร์มังกรหนาม (Haolong dongi) มีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 125 ล้านปีก่อน สำหรับหน้าที่ของหนามประหลาดนี้ นักวิจัยได้ตั้งข้อสันนิษฐานที่เป็นไปได้หลายประการ ดังนี้

1. การรักษาความอบอุ่น แม้ว่ามันจะอาศัยอยู่ในสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็นเช่นเดียวกับไดโนเสาร์มีขนอย่างยูทีแรนนัส (Yutyrannus) แต่หนามของไดโนเสาร์มังกรหนาม (Haolong dongi) อาจไม่ได้มีความหนาแน่นเพียงพอที่จะช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกายได้

2. การพรางตัวหรือดึงดูดเพศตรงข้าม แต่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถยืนยันได้เนื่องจากไม่พบร่องรอยของเซลล์เม็ดสีในฟอสซิล

3. อวัยวะรับความรู้สึก โดยนักวิจัยตัดประเด็นนี้ทิ้งไป เนื่องจากหนามมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะเป็นอวัยวะรับสัมผัส และไม่ได้เชื่อมต่อกับเกล็ดในลักษณะที่เหมาะสม

สมมติฐานที่เป็นไปได้มากที่สุด คือ การป้องกันตัวจากนักล่า เนื่องจากถิ่นอาศัยของไดโนเสาร์มังกรหนาม (Haolong dongi) เต็มไปด้วยสัตว์กินเนื้อขนาดเล็ก ระบบป้องกันตัวนี้จึงอาจวิวัฒนาการขึ้นมาเพื่อรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว แม้หนามเหล่านี้จะไม่แข็งแรงพอที่จะทำอันตรายถึงชีวิตกับนักล่าได้ แต่มันสามารถสร้างความรำคาญและทำให้การโจมตีหรือการกลืนกินทำได้ยากและใช้เวลานานขึ้น ซึ่งช่วยลดโอกาสที่มันจะตกเป็นเหยื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การค้นพบครั้งนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nature Ecology & Evolution เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ชั้นดีว่าโลกอันแปลกประหลาดของไดโนเสาร์ยังมีปริศนาและเรื่องราวที่น่าประหลาดใจรอให้เราค้นพบอีกมากมาย

คลิกอ่านเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่