0 เจ้าเอย .. เมื่อเผยความก็งามนัก
ผ่านถ้อยวรรคอักษร .. ออดอ้อนเหลือ
จึงพร้องความละเมียดละมุนเข้าจุนเจือ
หวังโอบเอื้อประโลมทั่วทั้งหัวใจ
0 เรียงร้อยผ่านกานท์กรองทำนองเสนาะ
เพื่อออเซาะโสตสดับความขับไข
สุนทรีย์คมคำ, รูปอำไพ
ครวญความนัย .. หวัง-ถวิลร่วมจินตนา
0 พร้อมลมเช้าโชยเฉื่อยคล้ายเหนื่อยอ่อน
ภาพออดอ้อนหวานซึ้งประหนึ่งว่า
จะพร้องผ่านความนัย, ผ่านนัยน์ตา
หรือคุณค่าจะหยัดหยั่งแต่ครั้งนั้น?
0 น้ำค้างเมื่อหยดหยาดฤาอาจห้าม
เหมือน-ยากข้ามเขตวิสัย .. ความไหวหวั่น
เมื่อรูปรอยปฏิพัทธ์เริ่มรัดพัน
แทรกทุกฝัน-ก็เห็นอยู่ .. เพียงผู้เดียว
0 ลมลูบมาลย์เพรียกภมร .. ออดอ้อนอยู่
อีกหนึ่งคู่-เหลือบชม้อย, เฝ้าคอยเหลียว
ฤาละมุนละม่อมนั้น .. เริ่มฟั่นเกลียว
เยื่อใยเหนี่ยวรัดคะนึงชั่วกึ่งยาม?
0 น้ำค้างหยดหยาดแล้ว .. ต้องแล้วล่วง
ที่ไม่แล้วคือห่วง .. และหวงห้าม
เขตประถมเริ่มบทแสนงดงาม
มัธยมจึงย่อมข้ามเขต-ตามประคอง
0 ใช่ต้องบวงทิพแถนข้ามแดนช่วย
ให้หยิบฉวยการุณเกื้อหนุนสนอง
เพียง-แววตาวามนั้น .. รับครรลอง
คือ-ทั้งผองในคะนึง .. ใจหนึ่งนี้!
0 หวังถึง-ความอิ่มเอมในเขมภาษ
ปรุงแต่งภพแต่งชาติตามปราชญ์วิถี
รติพาทย์จะพร้องคำร่วมกรรมวิธี
โลกแวดล้อมจะเลือนลี้ลบจากใจ
0 ที่ไม่แล้ว-อ้อมกอดเริ่มสอดรับ
ร่วมสอดศัพท์สานโศลกสู่โลกพิสัย
วัฏฏะเวียนฤาจะเว้นความเป็นไป
เมื่อรูปในอ้อมประคองเริ่มพ้องกระบวน
0 ต้นเรื่องเริ่มที่งามเหมือนข้าม-ทัก-
ทายด้วยพักตร์, หลังประจบก็ครบถ้วน
สี่ห้องใจหลั่งคำ .. เป็นสำนวน
เพื่อส่งเทียบเชิญชวน ทบทวนนัย
0 หากไม่มากเพียงพอจะต่อเรื่อง
จนครบเครื่องหวานหอมแวดล้อมให้-
แววตานั้นสบพร้อมอย่างยอมใจ
หวานอย่าได้ผ่อนรส .. แม้บทเดียว !
.
.
แววตาร่วมทบค่าแรงอาลัย
หวานอย่าได้คิดจะลด .. แม้บทเดียว ! .. (เชียวนะ)
.
.
.
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=sdayoo&month=23-02-2026&group=190&gblog=36
O เจ้าอ่อนเอย .. O
0 เจ้าเอย .. เมื่อเผยความก็งามนัก
ผ่านถ้อยวรรคอักษร .. ออดอ้อนเหลือ
จึงพร้องความละเมียดละมุนเข้าจุนเจือ
หวังโอบเอื้อประโลมทั่วทั้งหัวใจ
0 เรียงร้อยผ่านกานท์กรองทำนองเสนาะ
เพื่อออเซาะโสตสดับความขับไข
สุนทรีย์คมคำ, รูปอำไพ
ครวญความนัย .. หวัง-ถวิลร่วมจินตนา
0 พร้อมลมเช้าโชยเฉื่อยคล้ายเหนื่อยอ่อน
ภาพออดอ้อนหวานซึ้งประหนึ่งว่า
จะพร้องผ่านความนัย, ผ่านนัยน์ตา
หรือคุณค่าจะหยัดหยั่งแต่ครั้งนั้น?
0 น้ำค้างเมื่อหยดหยาดฤาอาจห้าม
เหมือน-ยากข้ามเขตวิสัย .. ความไหวหวั่น
เมื่อรูปรอยปฏิพัทธ์เริ่มรัดพัน
แทรกทุกฝัน-ก็เห็นอยู่ .. เพียงผู้เดียว
0 ลมลูบมาลย์เพรียกภมร .. ออดอ้อนอยู่
อีกหนึ่งคู่-เหลือบชม้อย, เฝ้าคอยเหลียว
ฤาละมุนละม่อมนั้น .. เริ่มฟั่นเกลียว
เยื่อใยเหนี่ยวรัดคะนึงชั่วกึ่งยาม?
0 น้ำค้างหยดหยาดแล้ว .. ต้องแล้วล่วง
ที่ไม่แล้วคือห่วง .. และหวงห้าม
เขตประถมเริ่มบทแสนงดงาม
มัธยมจึงย่อมข้ามเขต-ตามประคอง
0 ใช่ต้องบวงทิพแถนข้ามแดนช่วย
ให้หยิบฉวยการุณเกื้อหนุนสนอง
เพียง-แววตาวามนั้น .. รับครรลอง
คือ-ทั้งผองในคะนึง .. ใจหนึ่งนี้!
0 หวังถึง-ความอิ่มเอมในเขมภาษ
ปรุงแต่งภพแต่งชาติตามปราชญ์วิถี
รติพาทย์จะพร้องคำร่วมกรรมวิธี
โลกแวดล้อมจะเลือนลี้ลบจากใจ
0 ที่ไม่แล้ว-อ้อมกอดเริ่มสอดรับ
ร่วมสอดศัพท์สานโศลกสู่โลกพิสัย
วัฏฏะเวียนฤาจะเว้นความเป็นไป
เมื่อรูปในอ้อมประคองเริ่มพ้องกระบวน
0 ต้นเรื่องเริ่มที่งามเหมือนข้าม-ทัก-
ทายด้วยพักตร์, หลังประจบก็ครบถ้วน
สี่ห้องใจหลั่งคำ .. เป็นสำนวน
เพื่อส่งเทียบเชิญชวน ทบทวนนัย
0 หากไม่มากเพียงพอจะต่อเรื่อง
จนครบเครื่องหวานหอมแวดล้อมให้-
แววตานั้นสบพร้อมอย่างยอมใจ
หวานอย่าได้ผ่อนรส .. แม้บทเดียว !
.
.
แววตาร่วมทบค่าแรงอาลัย
หวานอย่าได้คิดจะลด .. แม้บทเดียว ! .. (เชียวนะ)
.
.
.
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=sdayoo&month=23-02-2026&group=190&gblog=36