0 ยิ่งกว่าสายฝนโปรย .. ลมโชยผ่าน
และดอกมาลย์รวยรินด้วยกลิ่นหอม
คือแววตาชม้อยสู่ .. เหมือนรู้ยอม
การโอบกล่อมล้อมร่างไว้กลางทรวง
0 ปลาบเปรี้ยงกลางสายฝนที่หล่นหลั่ง
วิชชุคลั่งโลดแล่น .. เย้ยแดนสรวง
แล้วซ่อนเร้นอ่อนไหวที่ในดวง-
ตา-แหนหวงเจ้าเผย .. ยั่วเย้ยใคร ?
0 ดวงวันบำราศฟ้า .. จันทราเสี้ยว
ย่อมเลื่อนเรียวลอยรูป, แวววูบไหว
ของดวงตาอาวรณ์กำจรนัย
คอยผ่านออกเผยให้ .. หัวใจรู้ !
0 อาวรณ์ในแววตา .. เบื้องหน้านั้น
ฤาอาจกั้นกีดความ .. เมื่อลามสู่
ให้สบเสพดื่มด่ำรสดำรู
ผ่านอาวรณ์รูปพธู .. ลงคู่ใจ
0 สังคีตสีสั่นพลิ้วเป็นริ้วเสียง
แว่วผ่านเคียงสายฝนที่หล่นไหล
คะนึงรูปสรพางค์ที่ห่างไกล
แว่วเสียงแล้ว .. หวั่นไหวถึงใครกัน ?
0 แม้นเคลื่อนรูปนามไป .. จนไกลห่าง
หากขอบโค้งฟ้ากว้าง .. ยากขวางกั้น
เมื่อหัวใจทั้งดวง .. คอยพ่วงพัน
โอบแนบอีกใจนั้น .. ทั้งวันคืน
0 จันทร์เจ้าเอยเลื่อนดวงจนล่วงลับ
ดาวเคยวับวามอยู่ .. สุดรู้ขืน
เมื่อมืดหม่นทั้งตอน .. วกย้อนกลืน
กลบ-ผ่านคลื่นฝนโปรย .. ลมโรยตัว
0 ละห้อยหาเช่นไ ร.. หนอใจนั่น
หรือไหวหวั่นห่วงหากลางฟ้าหลัว ?
ด้วยอารมณ์ .. ด้วยขวัญที่สั่นรัว
เมื่อแรงชู้เคลื่อนตัว .. เหนี่ยวหัวใจ
0 โอภาสรูปเรขา .. ที่ฟ้าบน
ยังคำรณคำรามเกินห้ามไหว
ฟังเถิดเจ้ารูปยุพิน .. ที่ถิ่นไกล
เสียงอกใครเลื่อนลั่นรำพันความ
0 ย่อมมิใช่ฟ้าแล่นโลมแดนสรวง
หากเป็นบ่วงเงื่อนตวัดเข้ารัด-ล่าม
หลังเผยรูป, พฤติลออ .. ลงต่อความ
ย่อมเกินห้ามปรารถนาผู้อาลัย
0 วาบวกรูปวิชชุดา .. กลางห่าฝน
คอยว่าย-วนแทรกบทความสดใส
วาบวิ่งอยู่เบื้องหน้า .. แววตาใคร ?
ช่างอ่อนหวานอ่อนไหว .. กระไรกระนั้น
0 ข่มจันทร์ดาวบนฟ้า .. จนลาล่วง
เหลือสองดวงหวานละมุน .. ว้าวุ่น-ประหวั่น
ประภาพแสงวับวามส่งข้ามประชัน
รับ-ฟ้ากลั่นหยาดสุชล, กระวนกระวาย !
0 เจ้าเอยรู้ไหมว่า .. แรงอาวรณ์
เกินเร้นซ่อน .. ขับข่มให้ล่มสลาย
รู้ไหมว่าความคำ .. พี่รำบาย
เพื่อกล่อมสายสวาดิชู้ .. แต่ผู้เดียว
0 กลางสายฝนคลุมฟ้า .. แววตาเจ้า
เหมือนยั่วเย้าเหลือบชม้อยให้คอยเหลียว
วิชชุบนเลื่อนแล่นสองแขนเรียว
ราวเอื้อมเหนี่ยวรัดให้ .. เฝ้าใฝ่ปอง
0 ยามนี้ฟ้ามืดหม่น .. น้ำหล่นไหล
พร้อมหัวใจใฝ่เฝ้าเป็นเจ้าของ
หวังเพียงแววตาละห้อย .. เหลือบคอยมอง
รอ .. แขนคล้องเรียวร่างไว้กลางทรวง
0 รอเถิดเจ้า .. เยาวรูป .. รอลูบโลม
ด้วยแรงโสมนัสแฝง .. พร้อมแรงหวง
ความคำพี่ร้อยเรียง .. หวังเพียงดวง-
ตา-แสนห่วงใยล้น .. กระวนกระวาย !
0 รอ-เถิดเจ้า .. รูปนามผู้ทรามสวาดิ
รอ-รวมชาติภพนี้ .. เป็นที่หมาย
พร้อมอาวรณ์อาลัยของใจชาย
ที่จักคลี่จักสยายบ่วงสายใย
0 ได้ตามสั่ง-คลื่นฝนคำรณเสียง
พร้อมเม็ดน้ำหล่นเคียงรับเสียงให้
หวนกึกก้องสั่นระรัวถึงหัวใจ
เพื่อ-จักก้องสั่นไหวอีกใจนั้น !
.
.
.
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=sdayoo&month=30-04-2026&group=239&gblog=40
O กลางหัวใจ .. O
0 ยิ่งกว่าสายฝนโปรย .. ลมโชยผ่าน
และดอกมาลย์รวยรินด้วยกลิ่นหอม
คือแววตาชม้อยสู่ .. เหมือนรู้ยอม
การโอบกล่อมล้อมร่างไว้กลางทรวง
0 ปลาบเปรี้ยงกลางสายฝนที่หล่นหลั่ง
วิชชุคลั่งโลดแล่น .. เย้ยแดนสรวง
แล้วซ่อนเร้นอ่อนไหวที่ในดวง-
ตา-แหนหวงเจ้าเผย .. ยั่วเย้ยใคร ?
0 ดวงวันบำราศฟ้า .. จันทราเสี้ยว
ย่อมเลื่อนเรียวลอยรูป, แวววูบไหว
ของดวงตาอาวรณ์กำจรนัย
คอยผ่านออกเผยให้ .. หัวใจรู้ !
0 อาวรณ์ในแววตา .. เบื้องหน้านั้น
ฤาอาจกั้นกีดความ .. เมื่อลามสู่
ให้สบเสพดื่มด่ำรสดำรู
ผ่านอาวรณ์รูปพธู .. ลงคู่ใจ
0 สังคีตสีสั่นพลิ้วเป็นริ้วเสียง
แว่วผ่านเคียงสายฝนที่หล่นไหล
คะนึงรูปสรพางค์ที่ห่างไกล
แว่วเสียงแล้ว .. หวั่นไหวถึงใครกัน ?
0 แม้นเคลื่อนรูปนามไป .. จนไกลห่าง
หากขอบโค้งฟ้ากว้าง .. ยากขวางกั้น
เมื่อหัวใจทั้งดวง .. คอยพ่วงพัน
โอบแนบอีกใจนั้น .. ทั้งวันคืน
0 จันทร์เจ้าเอยเลื่อนดวงจนล่วงลับ
ดาวเคยวับวามอยู่ .. สุดรู้ขืน
เมื่อมืดหม่นทั้งตอน .. วกย้อนกลืน
กลบ-ผ่านคลื่นฝนโปรย .. ลมโรยตัว
0 ละห้อยหาเช่นไ ร.. หนอใจนั่น
หรือไหวหวั่นห่วงหากลางฟ้าหลัว ?
ด้วยอารมณ์ .. ด้วยขวัญที่สั่นรัว
เมื่อแรงชู้เคลื่อนตัว .. เหนี่ยวหัวใจ
0 โอภาสรูปเรขา .. ที่ฟ้าบน
ยังคำรณคำรามเกินห้ามไหว
ฟังเถิดเจ้ารูปยุพิน .. ที่ถิ่นไกล
เสียงอกใครเลื่อนลั่นรำพันความ
0 ย่อมมิใช่ฟ้าแล่นโลมแดนสรวง
หากเป็นบ่วงเงื่อนตวัดเข้ารัด-ล่าม
หลังเผยรูป, พฤติลออ .. ลงต่อความ
ย่อมเกินห้ามปรารถนาผู้อาลัย
0 วาบวกรูปวิชชุดา .. กลางห่าฝน
คอยว่าย-วนแทรกบทความสดใส
วาบวิ่งอยู่เบื้องหน้า .. แววตาใคร ?
ช่างอ่อนหวานอ่อนไหว .. กระไรกระนั้น
0 ข่มจันทร์ดาวบนฟ้า .. จนลาล่วง
เหลือสองดวงหวานละมุน .. ว้าวุ่น-ประหวั่น
ประภาพแสงวับวามส่งข้ามประชัน
รับ-ฟ้ากลั่นหยาดสุชล, กระวนกระวาย !
0 เจ้าเอยรู้ไหมว่า .. แรงอาวรณ์
เกินเร้นซ่อน .. ขับข่มให้ล่มสลาย
รู้ไหมว่าความคำ .. พี่รำบาย
เพื่อกล่อมสายสวาดิชู้ .. แต่ผู้เดียว
0 กลางสายฝนคลุมฟ้า .. แววตาเจ้า
เหมือนยั่วเย้าเหลือบชม้อยให้คอยเหลียว
วิชชุบนเลื่อนแล่นสองแขนเรียว
ราวเอื้อมเหนี่ยวรัดให้ .. เฝ้าใฝ่ปอง
0 ยามนี้ฟ้ามืดหม่น .. น้ำหล่นไหล
พร้อมหัวใจใฝ่เฝ้าเป็นเจ้าของ
หวังเพียงแววตาละห้อย .. เหลือบคอยมอง
รอ .. แขนคล้องเรียวร่างไว้กลางทรวง
0 รอเถิดเจ้า .. เยาวรูป .. รอลูบโลม
ด้วยแรงโสมนัสแฝง .. พร้อมแรงหวง
ความคำพี่ร้อยเรียง .. หวังเพียงดวง-
ตา-แสนห่วงใยล้น .. กระวนกระวาย !
0 รอ-เถิดเจ้า .. รูปนามผู้ทรามสวาดิ
รอ-รวมชาติภพนี้ .. เป็นที่หมาย
พร้อมอาวรณ์อาลัยของใจชาย
ที่จักคลี่จักสยายบ่วงสายใย
0 ได้ตามสั่ง-คลื่นฝนคำรณเสียง
พร้อมเม็ดน้ำหล่นเคียงรับเสียงให้
หวนกึกก้องสั่นระรัวถึงหัวใจ
เพื่อ-จักก้องสั่นไหวอีกใจนั้น !
.
.
.
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=sdayoo&month=30-04-2026&group=239&gblog=40