0 แรงอาวรณ์, เอ็นดู .. ที่รู้สึก
ตราลงลึกถ้วนตอนเกินถอนไหว
รัดพันเหนี่ยวโอบเอื้อ .. คือเยื่อใย
แห่งอาลัยมอบสู่ .. ให้รู้ชม
0 เพียงเพื่อจะเอื้ออุ่น .. เข้าหนุนเนื้อ
และผ่านเจือรสสู่ให้รู้สม-
เสพ .. รูปรสปรารถนา .. ในอารมณ์
ด้วยสุดข่มเกลื่อนกลบให้ลบลาญ
0 อันสร้อยสีลดามาศ .. เมื่อพาดช่อ
นั้น-เพื่อรอภู่ล้อมรสหอมหวาน
กลางลมล่องโลมลูบ .. รอ-รูปคราญ
จะซึ้งซ่านสู่ใจเป็นนัยเดียว
0 คืองาม .. ที่จะงามให้ตามคว้า
สอบคุณค่าพร่ำพร้องการข้องเกี่ยว
จะเช่นแต้มสีสัน .. คืนจันทร์เรียว
พาทุกเสี้ยวส่วนเร้นได้เพ็ญดวง
0 ยิ่งกว่าจันทร์อวดโอ่แรงโอภาส
ก็เมื่อสองภพชาติ .. มาพาดช่วง
กำลังรอบบุญบาป .. ราวทาบทวง
ผูกเป็นบ่วงเงื่อนงำ ชักนำทาง
0 เฝ้าอาทรอ่อนน้อย .. ที่ลอยเด่น
ในถวิลบีบเค้น .. ยากเว้นว่าง
กลางวรรษา .. หล่นหลั่ง .. บดบัง-พราง
ใจก็คว้าง .. คว้างหล่น .. กลางฝนโปรย
.
.
0 เสียงขลุ่ยพลิ้วอ่อนหวานกังวานแว่ว
เคล้าฝนหล่นหยาดแล้ว .. เสียงแผ่วโหย
ท่วงทำนองรันทม .. กลางลมโชย
ค่อยค่อยโรยรอบแล้ว .. ให้แว่วยิน
0 แทนหัวใจไกลลิบ .. กระซิบเสียง
นั้น-เรื่อยเรียง .. โหยหวนคร่ำครวญถวิล
แต่งหัวใจล้าโรย .. ให้โบยบิน
เสพสมจินตนาการแห่งวานวัน
0 รับรู้ .. และรับทราบในสาปอสูร
แต่จะพูนเพิ่มภิรมย์ .. ให้ซมสั่น
หรือนี่คือ .. หนี้สร้างแต่ปางบรรพ์
จึงผูกพันถวิลอยู่ .. แต่ผู้เดียว
0 รับรู้ว่ารอยสาปในบาปโศก
จักยอโลกล้อมชาติอย่างกราดเกรี้ยว
ผูกเยื่อใยสองขวัญแล้วฟั่นเกลียว
รัดรึงเหนี่ยวรวมไว้ .. อย่างใกล้ชิด
0 พร้อมเพลงขลุ่ย .. จันทร์ลออ .. ทอดทอแสง
โลมหล้าแหล่ง .. ลามล่วงถึงดวงจิต
เมื่อต้องงามยื้อยุด .. ก็สุดคิด
จักรอนสิทธิ์บิดสวาดิให้ขาดลง
0 พร้อมเพลงขลุ่ย, นกค่ำ .. ร้องร่ำเสียง
ก่อนเหลือเพียง .. เร้ารุมแห่งลุ่มหลง
ของใจที่ความหวัง .. และจำนง
รอรับส่งแรงถวิลแนบจินตนา
0 เสนาะพาทย์แผ่วหวานบรรสารเสียง
ยังเรื่อยเรียงผ่านให้ .. อาลัยหา
สดับเถิด- คีตะรส .. และพจนา
ถ้วนคุณค่าหวานหอม .. รอพร้อมแล้ว
0 สดับเถิด .. สังคีตประณีตเสนาะ
จักไหลเซาะรุมเร้า .. จากเบาแผ่ว
ตราบเติมเต็มความหมาย .. เพื่อฉายแวว-
หวาน-อย่าแล้วเลยล่วง .. จากดวงตา !
.
.
.
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=05-2026&date=07&group=239&gblog=43
O กลางฝนโปรยปราย .. O
0 แรงอาวรณ์, เอ็นดู .. ที่รู้สึก
ตราลงลึกถ้วนตอนเกินถอนไหว
รัดพันเหนี่ยวโอบเอื้อ .. คือเยื่อใย
แห่งอาลัยมอบสู่ .. ให้รู้ชม
0 เพียงเพื่อจะเอื้ออุ่น .. เข้าหนุนเนื้อ
และผ่านเจือรสสู่ให้รู้สม-
เสพ .. รูปรสปรารถนา .. ในอารมณ์
ด้วยสุดข่มเกลื่อนกลบให้ลบลาญ
0 อันสร้อยสีลดามาศ .. เมื่อพาดช่อ
นั้น-เพื่อรอภู่ล้อมรสหอมหวาน
กลางลมล่องโลมลูบ .. รอ-รูปคราญ
จะซึ้งซ่านสู่ใจเป็นนัยเดียว
0 คืองาม .. ที่จะงามให้ตามคว้า
สอบคุณค่าพร่ำพร้องการข้องเกี่ยว
จะเช่นแต้มสีสัน .. คืนจันทร์เรียว
พาทุกเสี้ยวส่วนเร้นได้เพ็ญดวง
0 ยิ่งกว่าจันทร์อวดโอ่แรงโอภาส
ก็เมื่อสองภพชาติ .. มาพาดช่วง
กำลังรอบบุญบาป .. ราวทาบทวง
ผูกเป็นบ่วงเงื่อนงำ ชักนำทาง
0 เฝ้าอาทรอ่อนน้อย .. ที่ลอยเด่น
ในถวิลบีบเค้น .. ยากเว้นว่าง
กลางวรรษา .. หล่นหลั่ง .. บดบัง-พราง
ใจก็คว้าง .. คว้างหล่น .. กลางฝนโปรย
.
.
0 เสียงขลุ่ยพลิ้วอ่อนหวานกังวานแว่ว
เคล้าฝนหล่นหยาดแล้ว .. เสียงแผ่วโหย
ท่วงทำนองรันทม .. กลางลมโชย
ค่อยค่อยโรยรอบแล้ว .. ให้แว่วยิน
0 แทนหัวใจไกลลิบ .. กระซิบเสียง
นั้น-เรื่อยเรียง .. โหยหวนคร่ำครวญถวิล
แต่งหัวใจล้าโรย .. ให้โบยบิน
เสพสมจินตนาการแห่งวานวัน
0 รับรู้ .. และรับทราบในสาปอสูร
แต่จะพูนเพิ่มภิรมย์ .. ให้ซมสั่น
หรือนี่คือ .. หนี้สร้างแต่ปางบรรพ์
จึงผูกพันถวิลอยู่ .. แต่ผู้เดียว
0 รับรู้ว่ารอยสาปในบาปโศก
จักยอโลกล้อมชาติอย่างกราดเกรี้ยว
ผูกเยื่อใยสองขวัญแล้วฟั่นเกลียว
รัดรึงเหนี่ยวรวมไว้ .. อย่างใกล้ชิด
0 พร้อมเพลงขลุ่ย .. จันทร์ลออ .. ทอดทอแสง
โลมหล้าแหล่ง .. ลามล่วงถึงดวงจิต
เมื่อต้องงามยื้อยุด .. ก็สุดคิด
จักรอนสิทธิ์บิดสวาดิให้ขาดลง
0 พร้อมเพลงขลุ่ย, นกค่ำ .. ร้องร่ำเสียง
ก่อนเหลือเพียง .. เร้ารุมแห่งลุ่มหลง
ของใจที่ความหวัง .. และจำนง
รอรับส่งแรงถวิลแนบจินตนา
0 เสนาะพาทย์แผ่วหวานบรรสารเสียง
ยังเรื่อยเรียงผ่านให้ .. อาลัยหา
สดับเถิด- คีตะรส .. และพจนา
ถ้วนคุณค่าหวานหอม .. รอพร้อมแล้ว
0 สดับเถิด .. สังคีตประณีตเสนาะ
จักไหลเซาะรุมเร้า .. จากเบาแผ่ว
ตราบเติมเต็มความหมาย .. เพื่อฉายแวว-
หวาน-อย่าแล้วเลยล่วง .. จากดวงตา !
.
.
.
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sdayoo&month=05-2026&date=07&group=239&gblog=43