The Messages (การเมือง/Scifi) บทนำ

บทนำ

   อากาศภายใน ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินใต้ดิน นั้นแห้งสนิทและเย็นเยียบด้วยระบบฟอกอากาศที่ทำงานอย่างหนัก เสียงหวีดหวิวเบาๆ ของพัดลมระบายอากาศระดมส่งผ่านท่อเหล็กกล้า ราวกับเป็นเสียงถอนหายใจของระเบียบโลกเก่าที่กำลังล่มสลาย แสงจากจอภาพยุทธศาสตร์นับสิบส่องสว่างอาบใบหน้าที่เคร่งเครียดของเหล่านายทหารและเจ้าหน้าที่เทคนิค ขณะที่ไฟฉุกเฉินสีแดงระเรื่อตามแนวทางเดินส่องสว่างสลับกับความสลัว บ่งบอกว่าทำเนียบขาวได้เข้าสู่โหมด 'ความต่อเนื่องของรัฐบาล' อย่างเต็มรูปแบบ

   “ท่านรองประธานาธิบดีครับ...” ผู้พิพากษาอาวุโสเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่สั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิตการทำงาน มือที่เหี่ยวย่นดึงเนกไทที่เริ่มรัดคอให้หลวมออก พลางจ้องมองนาฬิกาดิจิทัลบนผนังที่ขยับตัวเลขบอกเวลาถอยหลังอย่างไม่รอคอย “เราไม่มีเวลาสำหรับพิธีรีตองหรือการเชิญสื่อมวลชนอีกแล้ว สถานการณ์ในสภาคองเกรสตอนนี้เข้าขั้นวิกฤตจนกู่ไม่กลับ เราต้องสร้างความชัดเจนในอำนาจสั่งการ... เดี๋ยวนี้ครับ”

   คามีลา แอร์ริส ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสถานีบัญชาการที่เต็มไปด้วยความโกลาหลที่ไร้เสียง เธอสูดหายใจลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกนึกคิดที่ตีรวนอยู่ในอก ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ แต่ทว่ามั่นคง
   “ดิฉันเข้าใจค่ะ... เชิญค่ะ”

   ผู้พิพากษาขยับคัมภีร์ในมือให้เข้าที่ “กรุณาวางมือซ้ายลงบนคัมภีร์ ชูมือขวาขึ้น และกล่าวตามข้าพเจ้า... ข้าพเจ้า คามีลา เดวี แอร์ริส ขอปฏิญาณอย่างเคร่งครัดว่า...
   “ข้าพเจ้า คามีลา เดวี แอร์ริส ขอปฏิญาณอย่างเคร่งครัดว่า...”

   เสียงของเธอนิ่งและกังวานสะท้อนไปตามผนังเหล็กกล้าและคอนกรีตเสริมแรง แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับเสียงเซ็งแซ่ของทีมงานเบื้องหลังที่ดังลอดมาจากห้องควบคุม เจ้าหน้าที่ระดับสูงต่างยืนจับกลุ่มกระซิบกระซาบด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ขณะที่สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังแถบตัววิ่งข่าวบนหน้าจอที่เลื่อนผ่านไปและกำลังแสดงกระแสข่าวสารอันบ้าคลั่งของรายชื่อผู้เสียชีวิตที่ปรากฏไม่ใช่แค่บุคคลสำคัญในทำเนียบขาว แต่คือการสูญสิ้นกลุ่มผู้นำรุ่นอาวุโสที่ร่วมกันกุมบังเหียนโลกมาหลายทศวรรษ ตั้งแต่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, ไปจนถึงผู้นำระดับสูงในสหราชอาณาจักร ยุโรป และเอเชีย ทุกคนล้วนเป็นคนรุ่นสุดท้ายที่มีความทรงจำแห่งสงครามโลกและสงครามเย็นร่วมกัน และบัดนี้พวกเขาได้ลาจากไปในเวลาที่ใกล้เคียงกันอย่างผิดธรรมชาติราวกับมีใครบางคนจงใจใช้ปุ่ม 'ปิดสวิทช์' กับโครงสร้างอำนาจชั้นบนสุดของโลกพร้อมกัน”

   ก่อนหน้าที่ คามีลา แอร์ริส จะมายืนอยู่กลางความสลัวของห้องโถงหน้าศูนย์ปฏิบัติการฯ ที่ซึ่งกลิ่นสะอาดของน้ำยาฆ่าเชื้อไม่อาจกลบกลิ่นอับชื้นของประวัติศาสตร์ที่เพิ่งตายลงได้ ความยากลำบากที่เธอเผชิญก่อนการสาบานตนนั้นไม่ใช่เพียงเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก แต่มันคือ "สมรภูมิแห่งตัวอักษร" ที่ถูกขุดขึ้นมาเพื่อพันธนาการเธอไว้ตั้งแต่วินาทีที่เธอยังไม่ได้เริ่มก้าวเดิน

   ทุกก้าวย่างของเธอถูกขัดขวางด้วยขวากแห่งระเบียบพิธีการ เมื่อแพทย์ประจำตัวประธานาธิบดีและเจ้าหน้าที่รับรองสถานะระดับอาวุโสพากันจากไปพร้อมกับผู้นำ ความตายของประธานาธิบดีจึงกลายเป็นเพียง "ข่าวลือ" ในทางกฎหมายที่ขาดการยืนยัน คามีลาต้องทนยืนรออย่างอดทนนับชั่วโมงท่ามกลางเสียงสายโทรศัพท์ที่ดังระงมจากทั่วโลก เพียงเพื่อให้เจ้าหน้าที่นิติเวชระดับกลางที่พอจะมีอำนาจทำงานได้ฝ่าทะเลรถติดและเสียงไซเรนเข้ามา "ชันสูตร" ยืนยันความการสูญสิ้นของตำแหน่งผู้นำอย่างเป็นทางการ และสิ่งที่ตามมาหลักจากนั้นคือ ความยากลำบากในทุกบรรทัดของรัฐธรรมนูญ เมื่อเหล่านักกฎหมายฝ่ายตรงข้ามเริ่มกางตำราขู่กรรโชกในทุกวินาทีที่เธอกระพริบตา พวกเขาใช้บทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ 25 ส่วนที่ 4 มาเป็นอาวุธ โดยอ้างว่าหากองค์ประชุมของคณะรัฐมนตรีไม่ครบถ้วน ลายเซ็นของเธอก็เป็นเพียงหมึกที่ไร้ความหมาย เธอต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มคนที่หิวกระหายอำนาจซึ่งพยายามตีความคำว่า "เสียงส่วนใหญ่ของคณะรัฐมนตรี" ให้กลายเป็นทางตัน ขณะที่ประเทศกำลังเคว้งคว้าง แต่คนในห้องนี้กลับเลือกที่จะติดหล่มอยู่กับการโต้เถียงเรื่องพจนานุกรมกฎหมายและการรักษาความได้เปรียบทางการเมือง

   ยิ่งไปกว่านั้น การตามหา "ผู้รับคำสาบาน" กลายเป็นเรื่องราวที่ตลกร้ายและแสนสมเพช เมื่อผู้พิพากษาศาลฎีกาส่วนใหญ่กลายเป็นเพียงร่างไร้วิญญาณไปแล้ว และอีกเช่นเดิม คามีลาต้องรอคอยการตรวจสอบวิทยุสื่อสารที่สั่นเครือเพื่อหาตัวผู้พิพากษาเพียงสักคนที่มีบารมีทางกฎหมายเพียงพอจะนำเธอประโคมคำปฏิญาณ โดยไม่มีใครกล้าครหาว่าพิธีนั้นเป็นโมฆะ เมื่อผ่านขวากทั้งหมดมาได้ เธอถึงได้มายืนอยู่กลางโถงทางเดินที่สลัวราง ถูกล้อมรอบด้วยที่ปรึกษาที่, เจ้าหน้าที่ นักการเมือง และนายทหารที่จ้องมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามว่า "คุณคู่ควรจริงหรือ?"

   แต่ในวินาทีที่เธอกำลังจะวางมือลงบนคัมภีร์ไบเบิลเล่มเก่า คามีลาไม่ได้รู้สึกถึงเกียรติยศหรืออำนาจ ความคู่ควรหรือไม่คู่ควร เธอกลับรู้สึกเหมือนกำลังจะก้าวลงไปในบ่อโคลนที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบ่อ เธอต้องใช้ความพยายามอย่างมหาศาลเพียงเพื่อที่จะรักษาความนิ่งของน้ำเสียง ไม่ให้สั่นพร่าหรือให้อารมณ์หวั่นไหวต่อการข้ามผ่านระบบที่จงใจออกแบบมาเพื่อนักการเมืองอาวุโสมั่นใจว่าเพื่อโลกที่ไม่มีพวกเขาจะเป็นโลกที่ขยับเขยื้อนไม่ได้แสดงออกมาทางน้ำเสียง
 “...ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาอย่างซื่อสัตย์ และจะใช้ความสามารถอย่างสุดกำลัง เพื่อรักษา คุ้มครอง และปกป้องรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา... ขอพระเจ้าทรงโปรดช่วยข้าพเจ้า”

   คำสาบานจบลง ความเงียบที่เย็นเยียบปกคลุมสถานีบัญชาการอยู่ครู่หนึ่งจนได้ยินเพียงเสียงครางต่ำของเซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์ ผู้พิพากษาลดมือลง ดวงตาของเขาฉายแววความหวังอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ “ขอแสดงความยินดี... ท่านประธานาธิบดี”

    คามีลาลดมือลง ทว่าไม่มีรอยยิ้มของการเฉลิมฉลอง เธอหันไปหาหัวหน้าคณะเสนาธิการทหารร่วมที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวราวกับเหล็กกล้า
“ดิฉันเห็นว่าเราต้องทำการเชื่อมต่อสัญญาณถ่ายทอดสดฉุกเฉินไปทุกแพลตฟอร์มทันที” เธอสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “ใช่คะ... ทุกแพลตฟอร์มที่ ‘ข้อความลึกลับ’ นั่นเคยปรากฏขึ้นมาท้าทายเรา บอกคนอเมริกันว่ารัฐบาลยังอยู่ และบอกโลกด้วยว่า...”
   
  เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง จ้องมองเข้าไปในเลนส์กล้องที่เริ่มมีสัญญาณไฟสีแดงติดขึ้น
   
   “เรากำลังจะไปหาตัวคนทำเรื่องนี้... ไม่ว่ามันจะเป็นใคร หรือมาจากโลกไหนก็ตาม”
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่