ผมมีเพื่อนคนหนึ่งที่โตมาด้วยกัน เรียนระดับเดียวกัน ทำงานสายคล้ายกัน
แต่ชีวิตเขาไปได้ไกลกว่าผมมาก ทั้งตำแหน่ง เงินเดือน และโอกาส ผมแสดงความยินดีกับเขาทุกครั้งด้วยความจริงใจ
แต่ลึก ๆ ก็มีความรู้สึกบางอย่างที่เรียกว่า “อิจฉา” ปะปนอยู่
ผมเคยพยายามปฏิเสธความรู้สึกนี้ บอกตัวเองว่าลูกผู้ชายไม่ควรคิดแบบนั้น แต่ยิ่งหนีก็ยิ่งรู้สึกแย่
จนวันหนึ่งผมนั่งทบทวนและยอมรับตรง ๆ ว่าใช่ ผมอิจฉาเขา เพราะผมอยากไปถึงจุดนั้นเหมือนกัน
หลังจากยอมรับได้ มันกลับเบาลงอย่างน่าประหลาด
ผมหยุดเปรียบเทียบแบบทำร้ายตัวเอง แล้วหันมาโฟกัสว่าเส้นทางของผมควรเดินยังไงต่อ
ความอิจฉาที่เคยกัดกินใจ กลายเป็นแรงผลักเล็ก ๆ ที่ทำให้ผมขยันขึ้นโดยไม่เกลียดใคร
วันที่ยอมรับว่าตัวเองอิจฉาเพื่อนสนิท
แต่ชีวิตเขาไปได้ไกลกว่าผมมาก ทั้งตำแหน่ง เงินเดือน และโอกาส ผมแสดงความยินดีกับเขาทุกครั้งด้วยความจริงใจ
แต่ลึก ๆ ก็มีความรู้สึกบางอย่างที่เรียกว่า “อิจฉา” ปะปนอยู่
ผมเคยพยายามปฏิเสธความรู้สึกนี้ บอกตัวเองว่าลูกผู้ชายไม่ควรคิดแบบนั้น แต่ยิ่งหนีก็ยิ่งรู้สึกแย่
จนวันหนึ่งผมนั่งทบทวนและยอมรับตรง ๆ ว่าใช่ ผมอิจฉาเขา เพราะผมอยากไปถึงจุดนั้นเหมือนกัน
หลังจากยอมรับได้ มันกลับเบาลงอย่างน่าประหลาด
ผมหยุดเปรียบเทียบแบบทำร้ายตัวเอง แล้วหันมาโฟกัสว่าเส้นทางของผมควรเดินยังไงต่อ
ความอิจฉาที่เคยกัดกินใจ กลายเป็นแรงผลักเล็ก ๆ ที่ทำให้ผมขยันขึ้นโดยไม่เกลียดใคร