จัดอันดับประเทศที่เศรษฐี ย้ายเข้า-ย้ายออก และ ประเทศไทยติดอันดับ 14 แห่ย้ายเข้า



อันดับหนึ่งคือ “สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์” (UAE) ซึ่งที่ปรึกษาหลายรายมองว่า เป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดในรอบนี้ ด้วยจุดเด่นอย่างไม่มีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่มีภาษีความมั่งคั่ง และภาษีกำไรจากการขายสินทรัพย์ และมีโครงการ “Golden Visa” ที่ยืดหยุ่น

Golden Visa คือ โครงการที่เปิดทางให้ชาวต่างชาติได้รับถิ่นพำนักระยะยาว และบางกรณีสามารถต่อยอดไปสู่สัญชาติได้ โดยแลกกับการลงทุน เช่น อสังหาริมทรัพย์ พันธบัตรรัฐบาล หรือธุรกิจในประเทศ ในยุโรป ประเทศอย่างโปรตุเกส และกรีซ ยังคงดึงดูดความสนใจผ่านโครงการ Golden Visa ขณะที่อิตาลี, โมนาโก และสวิตเซอร์แลนด์ เป็นจุดหมายของครอบครัวที่ต้องการเสถียรภาพระยะยาว และความแน่นอนด้านภาษี

อีกประเทศที่โดดเด่นคือ “สิงคโปร์” โดยเฉพาะในกลุ่มครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพด้านกฎระเบียบ และโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่แข็งแกร่ง แม้ว่าจะมีเกณฑ์การเข้าถึงที่สูงขึ้นก็ตาม

แม้การย้ายถิ่นจะเกิดขึ้นทั่วโลก แต่เงินทุน และบุคลากรที่มีศักยภาพ กลับกระจุกตัวอยู่ในไม่กี่ประเทศที่มีนโยบายคาดการณ์ได้ และระบบกฎหมายเข้มแข็งแต่ปัจจัยสำคัญอีกข้อที่ผลักดันการย้ายถิ่นของคนรวยคือ “แรงจูงใจ” ในอดีตการย้ายถิ่นมักขับเคลื่อนด้วยความหวัง และโอกาส เช่น การเติบโตทางธุรกิจ โอกาสใหม่ๆ หรือสิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่ปัจจุบัน การย้ายถิ่นมีลักษณะ “เชิงป้องกัน” มากขึ้น

ดีเพช อาการ์วาล ระบุว่า “การปกป้องทรัพย์สิน ได้กลายเป็นแรงผลักดันหลักควบคู่กับการแสวงหาการเติบโต ครอบครัวต่างๆ ต้องการปกป้องทรัพย์สิน รักษาความมั่งคั่งข้ามรุ่นอย่างต่อเนื่อง และคงความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ”

เจเรมี ซาวอรี ผู้ก่อตั้ง Savory Partners ซึ่งเชี่ยวชาญด้านโครงการสัญชาติ และถิ่นพำนักโดยการลงทุนชี้ว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ “สัญชาติ” ไม่ได้เป็นของตายอีกต่อไป “ผู้คนมีมุมมองต่อเสรีภาพ และอธิปไตยส่วนบุคคลที่เปลี่ยนไป” โดยเฉพาะคนมีทรัพย์สินสูง เริ่มมองว่า เสรีภาพคือ ความสามารถในการเลือกว่าจะอยู่ที่ไหน และอธิปไตยส่วนบุคคลคือ การไม่ต้องผูกชีวิตกับกติกาของรัฐเดียว

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรุงเทพธุรกิจ เศรษฐี ‘แห่ย้ายประเทศ’ สูงทุบสถิติ! UAE ติดท็อปย้ายเข้า UK ติดอันดับ 1 แห่ย้ายออก


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่