คนละครึ่งพลัส 2569 อัพเดตล่าสุด ปลัดคลังคาดชงครม.ได้ 21 เม.ย.นี้ เริ่มใช้จ่ายเดือนพ.ค. ยันแจกมากกว่าเดิมเกิน 20 ล้านคน โอนเงินผ่านแอปเป๋าตัง เหตุประชาชนเดือดร้อนวงกว้าง พร้อมเชื่อมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับคนละครึ่งเข้าด้วยกัน
ยันมีงบอยู่ในมือแล้ว 84,000 ล้าน
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันเสาร์ที่ 11 เมษายน 2569 นี้ จะมีการขออนุมัติงบประมาณสำหรับดำเนินมาตรการดูแลผลกระทบจากราคาน้ำมันเฉพาะกลุ่ม 7 มาตรการ ที่ ครม. เคยมีมติเห็นชอบหลักการไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมาตรการช่วยเหลือด้านภาคขนส่ง การเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และอื่น ๆ ที่จะดำเนินการเร่งด่วนเป็นเวลา 1 เดือน
ทั้งนี้ เมื่อได้รับอนุมัติงบประมาณแล้ว คาดว่าจะโอนเงินเข้าบัตรสวัสดิการเพิ่มคนละ 100 บาทได้ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป คือพยายามจะทำให้ทันช่วงเทศกาลสงกรานต์
“ส่วนมาตรการที่เป็นแพ็กใหญ่กว่านี้จะตามมาหลังรัฐบาลแถลงนโยบายแล้ว”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐสภาบรรจุวาระพิจารณาร่างนโยบายของรัฐบาลวันที่ 9-10 เมษายน 2569 จากนั้นวันที่ 11 เมษายน จะมีการประชุม ครม.นัดแรกทันที
โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะประชุมครม.นัดแรกในวันที่ 11 เมษายนนี้เลย ไม่เช่นนั้นจะติดเทศกาลสงกรานต์จะทอดยาวมากเกินไป วันนี้บ้านเมืองมีปัญหาเยอะ จึงต้องเร่งประชุม ครม.และเตรียมความพร้อมสำหรับประชาชนที่จะเดินทางช่วงสงกรานต์ และได้มอบให้ทุกกระทรวงไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้ประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
แจกเพิ่มเกิน 20 ล้านคน-เปิดใช้จ่ายพ.ค.นี้
ส่วนมาตรการคนละครึ่งนั้น นายลวรณ กล่าวว่า อาจจะเข้า ครม. ครั้งถัดไป(21 เม.ย.69) โดยต้องรอให้รัฐบาลเคาะว่าจะใช้วงเงินเท่าไหร่ แต่แน่นอนคือจะเริ่มใช้จ่ายได้ในเดือน พ.ค. 69 และคงต้องครอบคลุมประชาชนมากกว่าที่เคยทำเดิมที่ 20 ล้านคน ก็ต้องขยายออกไป เพราะประชาชนเดือดร้อนในวงกว้าง ซึ่งต้องขึ้นกับว่าสำนักงบประมาณสามารถหางบประมาณมาได้เท่าไหร่ด้วย
“งบประมาณที่กรมบัญชีกลางรายงานว่า เข้าข่ายออก พ.ร.ก.โอนเงินได้ ตอนนี้คือ 84,000 ล้านบาท แต่วงเงินนี้จะเล็กลงเรื่อย ๆ เพราะแต่ละวันโครงการเขาก็ผูกพันไปได้เรื่อย ๆ ขึ้นกับว่าจะ Cut off วันไหน ซึ่งเราก็อยากทำให้เร็วที่สุด จะได้เอาเงินนี้ไปทำแพ็กเกจ”
นายลวรณ กล่าวว่า หากออกเป็น พ.ร.ก. (พระราชกำหนด) จะสามารถดำเนินการได้เร็วกว่าออกเป็น พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เพียงแต่ต้องรายงานรัฐสภาด้วย ซึ่งการออก พ.ร.ก.สามารถทำได้ เพราะมีความจำเป็นเร่งด่วน
เชื่อมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับคนละครึ่งเข้าด้วยกัน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า ได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือประชาชนในกลุ่มเปราะบาง โดยจะรวมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับคนละครึ่งเข้าด้วยกัน ภายใต้ชื่อใหม่ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งจะให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการสามารถใช้จ่ายในร้านค้าคนละครึ่งได้ด้วย จากเดิมจะใช้จ่ายที่ร้านธงฟ้าเป็นหลัก
ส่วนวงเงิน หรือจำนวนผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการ จะต้องพิจารณาอีกครั้ง โดยต้องคำนึงฐานะการคลังด้วย ทั้งนี้ จะรีบเสนอที่ประชุม ครม. ทันทีที่ประชุมนัดแรก
“ในส่วนของวงเงินคนละครึ่ง กำลังหารือรายละเอียด โดยคาดว่าจะได้เริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่เดือน พ.ค. เป็นต้นไป ซึ่งรอบนี้จะเปิดลงทะเบียนใหม่เลย ส่วนบัตรสวัสดิการ ก็จะมีเปิดให้ลงทะเบียนรอบใหม่ โดยจะใช้เวลาหลังจากนั้นไปอีก 3 เดือน”
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลจะเร่งดำเนินการออกโครงการคนละครึ่งพลัสเวอร์ชั่นใหม่ รอกระทรวงการคลังสรุปรายละเอียด จะใช้เงินดำเนินการประมาณ 1 แสนล้านบาท จากงบฯกลางปี’69 และบางส่วนจากงบประมาณปี’70
โดยรูปแบบของโครงการยังคงเงื่อนไขเดิม แต่อาจปรับเพิ่มอายุผู้มีสิทธิจากเดิม 16 ปี เป็นอายุ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งมีอยู่ประมาณ 50 ล้านคน ทั้งผู้ที่เสียภาษีและไม่เสียภาษี รัฐจะให้เงินคนละ 2,000 บาท ผ่านแอปเป๋าตัง
อย่างไรก็ตามเรื่องของอายุผู้มีสิทธิ์ วงเงิน และระยะเวลาการโอนหรือใช้จ่ายยังอยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียดว่าจะ”พลัสอย่างไร” เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ระยะหนึ่งที่ไม่ใช้ระยะสั้นจนเกินไป และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก หรือช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่ราคาน้ำมันมีราคาสูง กำลังออกแบบกันอยู่
“กำลังออกแบบกันอยู่ นอกจากประชาชนจะได้เงิน 2,000 บาท ยังได้ซื้อสินค้าราคาถูกลงจากปกติ 25-50% จากกระทรวงพาณิชย์ ผ่านโครงการไทยช่วยไทยและร้านธงฟ้าด้วย” แหล่งข่าวกล่าว
ใครบ้างที่จะได้รับสิทธิ
มีสัญชาติไทย
อายุตั้งแต่ 16-18 ปี ขึ้นไป
วงเงินที่ได้รับ
คนละ 2,000 บาท (อยู่ระหว่างออกแบบ)
รัฐโอนเงินผ่าน “แอปเป๋าตัง”
ไทม์ไลน์โครงการ
รอกระทรวงการคลังเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ (21 เม.ย. 2569)
เดือน เมษายน-พฤษภาคม 2569 เปิดระบบให้ลงทะเบียนรับสิทธิ
เดือนพฤษภาคม 2569 เปิดให้ประชาชนใช้สิทธิ
สินค้าและบริการ
สามารถซื้อได้ตามเงื่อนไขเดิม เช่น ร้านอาหารและเครื่องดื่มทั่วไป ร้านขายของใช้จำเป็น สินค้าทั่วไป เป็นต้น
สินค้าบางประเภทไม่สามารถใช้สิทธิ์ในโครงการได้ เช่น สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหล้าเบียร์ บุหรี่ ค่าน้ำมันหรือเชื้อเพลิง เป็นต้น
ทั้งนี้ ต้องรอดูรายละเอียดที่ชัดเจนซึ่งจะมีการนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไป...
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ :
https://www.prachachat.net/general/news-1987689
คนละครึ่งพลัส 2569 เข้าครม. 21 เม.ย. โอนเงิน-ใช้จ่าย พ.ค.นี้ ผ่านแอปเป๋าตัง
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันเสาร์ที่ 11 เมษายน 2569 นี้ จะมีการขออนุมัติงบประมาณสำหรับดำเนินมาตรการดูแลผลกระทบจากราคาน้ำมันเฉพาะกลุ่ม 7 มาตรการ ที่ ครม. เคยมีมติเห็นชอบหลักการไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมาตรการช่วยเหลือด้านภาคขนส่ง การเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และอื่น ๆ ที่จะดำเนินการเร่งด่วนเป็นเวลา 1 เดือน
ทั้งนี้ เมื่อได้รับอนุมัติงบประมาณแล้ว คาดว่าจะโอนเงินเข้าบัตรสวัสดิการเพิ่มคนละ 100 บาทได้ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป คือพยายามจะทำให้ทันช่วงเทศกาลสงกรานต์
“ส่วนมาตรการที่เป็นแพ็กใหญ่กว่านี้จะตามมาหลังรัฐบาลแถลงนโยบายแล้ว”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐสภาบรรจุวาระพิจารณาร่างนโยบายของรัฐบาลวันที่ 9-10 เมษายน 2569 จากนั้นวันที่ 11 เมษายน จะมีการประชุม ครม.นัดแรกทันที
โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะประชุมครม.นัดแรกในวันที่ 11 เมษายนนี้เลย ไม่เช่นนั้นจะติดเทศกาลสงกรานต์จะทอดยาวมากเกินไป วันนี้บ้านเมืองมีปัญหาเยอะ จึงต้องเร่งประชุม ครม.และเตรียมความพร้อมสำหรับประชาชนที่จะเดินทางช่วงสงกรานต์ และได้มอบให้ทุกกระทรวงไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้ประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
แจกเพิ่มเกิน 20 ล้านคน-เปิดใช้จ่ายพ.ค.นี้
ส่วนมาตรการคนละครึ่งนั้น นายลวรณ กล่าวว่า อาจจะเข้า ครม. ครั้งถัดไป(21 เม.ย.69) โดยต้องรอให้รัฐบาลเคาะว่าจะใช้วงเงินเท่าไหร่ แต่แน่นอนคือจะเริ่มใช้จ่ายได้ในเดือน พ.ค. 69 และคงต้องครอบคลุมประชาชนมากกว่าที่เคยทำเดิมที่ 20 ล้านคน ก็ต้องขยายออกไป เพราะประชาชนเดือดร้อนในวงกว้าง ซึ่งต้องขึ้นกับว่าสำนักงบประมาณสามารถหางบประมาณมาได้เท่าไหร่ด้วย
“งบประมาณที่กรมบัญชีกลางรายงานว่า เข้าข่ายออก พ.ร.ก.โอนเงินได้ ตอนนี้คือ 84,000 ล้านบาท แต่วงเงินนี้จะเล็กลงเรื่อย ๆ เพราะแต่ละวันโครงการเขาก็ผูกพันไปได้เรื่อย ๆ ขึ้นกับว่าจะ Cut off วันไหน ซึ่งเราก็อยากทำให้เร็วที่สุด จะได้เอาเงินนี้ไปทำแพ็กเกจ”
นายลวรณ กล่าวว่า หากออกเป็น พ.ร.ก. (พระราชกำหนด) จะสามารถดำเนินการได้เร็วกว่าออกเป็น พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เพียงแต่ต้องรายงานรัฐสภาด้วย ซึ่งการออก พ.ร.ก.สามารถทำได้ เพราะมีความจำเป็นเร่งด่วน
เชื่อมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับคนละครึ่งเข้าด้วยกัน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า ได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือประชาชนในกลุ่มเปราะบาง โดยจะรวมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับคนละครึ่งเข้าด้วยกัน ภายใต้ชื่อใหม่ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งจะให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการสามารถใช้จ่ายในร้านค้าคนละครึ่งได้ด้วย จากเดิมจะใช้จ่ายที่ร้านธงฟ้าเป็นหลัก
ส่วนวงเงิน หรือจำนวนผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการ จะต้องพิจารณาอีกครั้ง โดยต้องคำนึงฐานะการคลังด้วย ทั้งนี้ จะรีบเสนอที่ประชุม ครม. ทันทีที่ประชุมนัดแรก
“ในส่วนของวงเงินคนละครึ่ง กำลังหารือรายละเอียด โดยคาดว่าจะได้เริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่เดือน พ.ค. เป็นต้นไป ซึ่งรอบนี้จะเปิดลงทะเบียนใหม่เลย ส่วนบัตรสวัสดิการ ก็จะมีเปิดให้ลงทะเบียนรอบใหม่ โดยจะใช้เวลาหลังจากนั้นไปอีก 3 เดือน”
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลจะเร่งดำเนินการออกโครงการคนละครึ่งพลัสเวอร์ชั่นใหม่ รอกระทรวงการคลังสรุปรายละเอียด จะใช้เงินดำเนินการประมาณ 1 แสนล้านบาท จากงบฯกลางปี’69 และบางส่วนจากงบประมาณปี’70
โดยรูปแบบของโครงการยังคงเงื่อนไขเดิม แต่อาจปรับเพิ่มอายุผู้มีสิทธิจากเดิม 16 ปี เป็นอายุ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งมีอยู่ประมาณ 50 ล้านคน ทั้งผู้ที่เสียภาษีและไม่เสียภาษี รัฐจะให้เงินคนละ 2,000 บาท ผ่านแอปเป๋าตัง
อย่างไรก็ตามเรื่องของอายุผู้มีสิทธิ์ วงเงิน และระยะเวลาการโอนหรือใช้จ่ายยังอยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียดว่าจะ”พลัสอย่างไร” เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ระยะหนึ่งที่ไม่ใช้ระยะสั้นจนเกินไป และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก หรือช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่ราคาน้ำมันมีราคาสูง กำลังออกแบบกันอยู่
“กำลังออกแบบกันอยู่ นอกจากประชาชนจะได้เงิน 2,000 บาท ยังได้ซื้อสินค้าราคาถูกลงจากปกติ 25-50% จากกระทรวงพาณิชย์ ผ่านโครงการไทยช่วยไทยและร้านธงฟ้าด้วย” แหล่งข่าวกล่าว
ใครบ้างที่จะได้รับสิทธิ
มีสัญชาติไทย
อายุตั้งแต่ 16-18 ปี ขึ้นไป
วงเงินที่ได้รับ
คนละ 2,000 บาท (อยู่ระหว่างออกแบบ)
รัฐโอนเงินผ่าน “แอปเป๋าตัง”
ไทม์ไลน์โครงการ
รอกระทรวงการคลังเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ (21 เม.ย. 2569)
เดือน เมษายน-พฤษภาคม 2569 เปิดระบบให้ลงทะเบียนรับสิทธิ
เดือนพฤษภาคม 2569 เปิดให้ประชาชนใช้สิทธิ
สินค้าและบริการ
สามารถซื้อได้ตามเงื่อนไขเดิม เช่น ร้านอาหารและเครื่องดื่มทั่วไป ร้านขายของใช้จำเป็น สินค้าทั่วไป เป็นต้น
สินค้าบางประเภทไม่สามารถใช้สิทธิ์ในโครงการได้ เช่น สลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหล้าเบียร์ บุหรี่ ค่าน้ำมันหรือเชื้อเพลิง เป็นต้น
ทั้งนี้ ต้องรอดูรายละเอียดที่ชัดเจนซึ่งจะมีการนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไป...
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.prachachat.net/general/news-1987689