
ปี 2026 อุตสาหกรรมร้านอาหารในสหรัฐฯ กำลังเผชิญ “การคัดกรองครั้งใหญ่” เมื่อแฟรนไชส์จำนวนมากทยอย ปิดสาขา ล้มละลาย และปรับโครงสร้างธุรกิจ จากแรงกดดันหลัก ได้แก่
📌ต้นทุนแรงงานและวัตถุดิบสูง
📌ดอกเบี้ยแพง
📌ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้เงินมากขึ้น
แม้บางเซกเมนต์ เช่น ร้านไก่ทอด ยังมีลูกค้าเพิ่มขึ้น แต่ ยอดขายไม่ได้แปลว่าธุรกิจแข็งแรง โดยเฉพาะแฟรนไชส์ซีที่มีหนี้สูง
ตัวอย่างแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบ
⬇️ แฟรนไชส์ซีของ Popeyes กว่า 136 สาขา ยื่นล้มละลาย หลังผิดนัดหนี้กว่า 130 ล้านดอลลาร์
⬇️ Denny’s ปิด 150 สาขา เพื่อลดร้านที่ทำกำไรต่ำ
⬇️ Hardee’s ปิดฉับพลัน 77 สาขา จากข้อพิพาทแฟรนไชส์ซี
⬇️ แฟรนไชส์ซีของ Subway 43 สาขา ยื่นล้มละลาย
⬇️ Pizza Hut เตรียมปิด ~250 สาขา
⬇️ Wendy’s วางแผนปิด 200–350 สาขา
⬇️ Noodles & Company เตรียมปิด 30–35 สาขา
⬇️ Bahama Breeze เตรียมปิดแบรนด์ทั้งหมดในปี 2026
นอกจากนี้ ร้านท้องถิ่นและเชนขนาดกลางหลายราย เช่น Taste of Belgium ก็ยื่นล้มละลายหลังยอดขายตกและต้นทุนพุ่ง
ภาพรวมอุตสาหกรรม แม้บางหมวดอาหารยังเติบโต แต่
➡️ หนี้สูง + ต้นทุนแพง = กระทบสภาพคล่อง
➡️ หลายเชนเลือก “ปิดร้านที่ไม่ทำกำไร” แทนการขยาย
➡️ ตลาดกำลังเปลี่ยนจากการโตเร็ว → สู่การอยู่รอดอย่างมีประสิทธิภาพ
[ สรุป ]
สิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2026 ไม่ได้หมายความว่าอุตสาหกรรมร้านอาหารสหรัฐฯ กำลังล่มสลาย หากแต่กำลังเข้าสู่ช่วง “ปรับสมดุล” อย่างจริงจัง แบรนด์ที่มีขนาดใหญ่และมีเงินทุนแข็งแรงเลือกปิดสาขาที่ทำกำไรต่ำ เพื่อรักษา margin และกระแสเงินสด ขณะที่ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ซีที่แบกรับภาระหนี้สูงกำลังถูกแรงกดดันทางการเงินบีบให้ต้องปรับโครงสร้างหรือออกจากตลาด
โมเดลแฟรนไชส์ซึ่งเคยเป็นเครื่องยนต์ขยายสาขาอย่างรวดเร็วของแฟรนไชส์และเชนร้านอาหารในสหรัฐอเมริกา กำลังเผชิญบททดสอบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น การเติบโตของทราฟฟิกหรือยอดขายบางช่วงเวลาอาจไม่เพียงพอ หากโครงสร้างหนี้และต้นทุนไม่สมดุลกัน ทำให้ธุรกิจสามารถสะดุดได้ทันทีเมื่อสภาพคล่องเริ่มตึงตัว
ท้ายที่สุดแล้ว ตลอดช่วงปี 2026 อาจถูกจดจำในฐานะปีแห่ง “การคัดกรองผู้รอด” ผู้ที่ปรับตัวเร็ว บริหารต้นทุนอย่างมีวินัย และลงทุนระบบบริหารจัดการในร้านที่มีศักยภาพเท่านั้นที่จะยืนหยัดต่อไปได้ ขณะที่แบรนด์ที่ไม่สามารถปรับโครงสร้างได้ทันเวลา อาจต้องปิดฉากลงในสมรภูมิร้านอาหารที่แข่งขันดุเดือดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
.
.
อ่านข้อมูลเต็มได้ที่ :
https://www.facebook.com/share/p/178KKQJkrg/
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ รวบรวมข้อมูล
2026 แฟรนไชส์ร้านอาหารในอเมริกา ปิดตัว • เลิกจ้าง • เจ๊งยับ • ดับสูญ
ปี 2026 อุตสาหกรรมร้านอาหารในสหรัฐฯ กำลังเผชิญ “การคัดกรองครั้งใหญ่” เมื่อแฟรนไชส์จำนวนมากทยอย ปิดสาขา ล้มละลาย และปรับโครงสร้างธุรกิจ จากแรงกดดันหลัก ได้แก่
📌ต้นทุนแรงงานและวัตถุดิบสูง
📌ดอกเบี้ยแพง
📌ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้เงินมากขึ้น
แม้บางเซกเมนต์ เช่น ร้านไก่ทอด ยังมีลูกค้าเพิ่มขึ้น แต่ ยอดขายไม่ได้แปลว่าธุรกิจแข็งแรง โดยเฉพาะแฟรนไชส์ซีที่มีหนี้สูง
ตัวอย่างแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบ
⬇️ แฟรนไชส์ซีของ Popeyes กว่า 136 สาขา ยื่นล้มละลาย หลังผิดนัดหนี้กว่า 130 ล้านดอลลาร์
⬇️ Denny’s ปิด 150 สาขา เพื่อลดร้านที่ทำกำไรต่ำ
⬇️ Hardee’s ปิดฉับพลัน 77 สาขา จากข้อพิพาทแฟรนไชส์ซี
⬇️ แฟรนไชส์ซีของ Subway 43 สาขา ยื่นล้มละลาย
⬇️ Pizza Hut เตรียมปิด ~250 สาขา
⬇️ Wendy’s วางแผนปิด 200–350 สาขา
⬇️ Noodles & Company เตรียมปิด 30–35 สาขา
⬇️ Bahama Breeze เตรียมปิดแบรนด์ทั้งหมดในปี 2026
นอกจากนี้ ร้านท้องถิ่นและเชนขนาดกลางหลายราย เช่น Taste of Belgium ก็ยื่นล้มละลายหลังยอดขายตกและต้นทุนพุ่ง
ภาพรวมอุตสาหกรรม แม้บางหมวดอาหารยังเติบโต แต่
➡️ หนี้สูง + ต้นทุนแพง = กระทบสภาพคล่อง
➡️ หลายเชนเลือก “ปิดร้านที่ไม่ทำกำไร” แทนการขยาย
➡️ ตลาดกำลังเปลี่ยนจากการโตเร็ว → สู่การอยู่รอดอย่างมีประสิทธิภาพ
[ สรุป ]
สิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2026 ไม่ได้หมายความว่าอุตสาหกรรมร้านอาหารสหรัฐฯ กำลังล่มสลาย หากแต่กำลังเข้าสู่ช่วง “ปรับสมดุล” อย่างจริงจัง แบรนด์ที่มีขนาดใหญ่และมีเงินทุนแข็งแรงเลือกปิดสาขาที่ทำกำไรต่ำ เพื่อรักษา margin และกระแสเงินสด ขณะที่ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ซีที่แบกรับภาระหนี้สูงกำลังถูกแรงกดดันทางการเงินบีบให้ต้องปรับโครงสร้างหรือออกจากตลาด
โมเดลแฟรนไชส์ซึ่งเคยเป็นเครื่องยนต์ขยายสาขาอย่างรวดเร็วของแฟรนไชส์และเชนร้านอาหารในสหรัฐอเมริกา กำลังเผชิญบททดสอบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น การเติบโตของทราฟฟิกหรือยอดขายบางช่วงเวลาอาจไม่เพียงพอ หากโครงสร้างหนี้และต้นทุนไม่สมดุลกัน ทำให้ธุรกิจสามารถสะดุดได้ทันทีเมื่อสภาพคล่องเริ่มตึงตัว
ท้ายที่สุดแล้ว ตลอดช่วงปี 2026 อาจถูกจดจำในฐานะปีแห่ง “การคัดกรองผู้รอด” ผู้ที่ปรับตัวเร็ว บริหารต้นทุนอย่างมีวินัย และลงทุนระบบบริหารจัดการในร้านที่มีศักยภาพเท่านั้นที่จะยืนหยัดต่อไปได้ ขณะที่แบรนด์ที่ไม่สามารถปรับโครงสร้างได้ทันเวลา อาจต้องปิดฉากลงในสมรภูมิร้านอาหารที่แข่งขันดุเดือดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
.
.
อ่านข้อมูลเต็มได้ที่ : https://www.facebook.com/share/p/178KKQJkrg/
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ รวบรวมข้อมูล